"วางปืนลงเดี๋ยวนี้ เมฆ... นายกำลังทำพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตนะ"
น้ำเสียงของศิลาไม่ได้สั่นไหว แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงไอเย็นของปากกระบอกปืนที่จ่ออยู่ตรงแนวกระดูกสันหลัง เขาไม่หันกลับไปมอง แต่กระแสความเย็นเยียบในดวงตาที่สะท้อนผ่านกระจกเงาบานใหญ่ข้างฝานั้นบ่งบอกชัดเจนว่าเขารับรู้ทุกจังหวะการหายใจของคนข้างหลัง
เมฆแค่นหัวเราะ เสียงนั้นแห้งผากและปราศจากความจงรักภักดีที่เคยมีให้กันมานับสิบปี "ความพลาดเหรอครับคุณศิลา? ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยอมเป็นหมาที่คอยกัดคนให้คุณจนมือเปื้อนเลือด แต่สุดท้ายผมได้อะไร? เศษเงินกับคำว่า 'ไว้ใจ' ที่ไร้ความหมาย"
ศิลาขยับตัวเพียงเล็กน้อย เป็นการขยับที่ดูเหมือนไม่ใส่ใจ แต่จริงๆ แล้วคือการคำนวณระยะห่าง "ถ้านายอยากได้เงิน นายก็แค่ขอ ฉันไม่เคยใจแคบกับคนที่ทำงานให้ฉันหรอก"
"ผมไม่ได้อยากได้แค่เงิน" เมฆขยับปืนเข้ามาใกล้จนผ้าเสื้อสูทของศิลาบุ๋มลงไป "ผมอยากให้คุณเห็นสิ่งที่ผมเห็น... ภาพที่พังทลายทุกอย่างที่คนอย่างคุณยึดถือ"
เมฆใช้มืออีกข้างล้วงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาแล้วโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวหรู ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาปรายตามองซองนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าในใจเขากลับเริ่มประมวลผลถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น
"เปิดดูสิครับ" เมฆสั่ง เสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความสมเพช "ดูว่า 'นางฟ้า' ที่คุณหลงรักนักหนา เธอทำอะไรไว้บ้างในตอนที่คุณมัวแต่ยุ่งกับการขยายอาณาจักร"
ศิลาเอื้อมมือไปหยิบซองนั้นอย่างใจเย็น เขาหยิบภาพถ่ายชุดหนึ่งออกมา แต่ละใบไม่ใช่รูปธรรมดา แต่มันคือภาพของ 'นลิน' ในชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่เขารัก กำลังส่งมอบเอกสารลับทางบัญชีให้กับรวิศในมุมมืดของคลังสินค้าร้าง และใบที่น่าสยดสยองที่สุด... คือรูปนลินที่ถือมีดเล่มเดียวกับที่ใช้สังหารพยานคนสำคัญในคดีครอบครัวของเขา
"นลินเหรอ..." ศิลาเปรยขึ้นเบาๆ ราวกับพึมพำกับตัวเอง
"ใช่ครับ เธอไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คุณคิด เธอกับไอ้รวิศคือเนื้อเดียวกัน เธอเป็นคนบงการให้พวกมันเก็บครอบครัวคุณเพื่อล้างเส้นทางให้รวิศก้าวขึ้นมาแทนที่" เมฆหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่ง "ตอนนี้คุณกลายเป็นหมาจนตรอกที่มีผมเล็งปืนใส่ และผู้หญิงที่คุณรักคือฆาตกรที่กำลังจะส่งคุณไปลงนรกตามครอบครัวคุณไป"
ศิลาไม่ได้ตกใจอย่างที่เมฆคาดหวัง ตรงกันข้าม... มุมปากของเขากลับยกขึ้นเล็กน้อย เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกถึงความวิบัติ
"นายคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง เมฆ?" ศิลาหันกลับมาเผชิญหน้ากับปลายกระบอกปืนอย่างไม่เกรงกลัว "รูปพวกนี้ฉันเห็นมาเป็นเดือนแล้ว และเหตุผลที่ฉันยังปล่อยให้พวกเธอเล่นละครต่อไป ก็เพราะฉันกำลังรอให้หมาล่าเนื้ออย่างนาย... เผยหางออกมาแบบนี้นี่แหละ"
"หมายความว่ายังไง!" เมฆหน้าถอดสี มือที่ถือปืนเริ่มสั่นระริก
"หมายความว่า นายไม่ใช่คนที่ทรยศฉันเพียงคนเดียวหรอกนะ" ศิลาขยับตัวเข้าหาเมฆในระยะประชิด ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูง "นลินส่งนายมาเพื่อปิดปากฉันในคืนนี้ใช่ไหม? แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่ง... ว่าเมฆที่ฉันสร้างมากับมือ ไม่ได้มีแค่ความจงรักภักดี แต่นายยังมี 'ความกลัว' ที่ฉันฝังไว้ใต้ผิวหนังเสมอ"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นจากห้องใต้ดิน ตามด้วยเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากที่กรูเข้ามาล้อมห้องทำงานเอาไว้ นลินที่ซ่อนตัวอยู่หลังประตูห้องข้างๆ ก้าวออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความตื่นตระหนก
"ศิลา! คุณ... คุณทำอะไร!" นลินกรีดร้องเมื่อเห็นว่าในมือของศิลาไม่ได้มีแค่อาวุธ แต่เขากำลังถือรีโมทคอนโทรลระบบความปลอดภัยทั้งคฤหาสน์
"ฉันก็แค่กำลังปิดเกมที่พวกเธอเปิดไว้ให้ฉันเล่นไงล่ะ" ศิลามองหน้านลินด้วยแววตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง "นลิน... เธอคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าทุกครั้งที่เราหลับนอน เธอจะแอบค้นกระเป๋าตังค์ฉันเพื่อหาหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับ? หรือรวิศที่พยายามวางยาในเหล้าทุกครั้งที่เขานัดฉันคุยเรื่องธุรกิจ?"
นลินตัวสั่นงันงก เธอถอยหลังจนชนเข้ากับผนังห้อง "คุณรู้มาตลอด... งั้นที่ผ่านมา..."
"ที่ผ่านมา ฉันก็แค่แสดงละครเป็นเหยื่อที่แสนอ่อนแอให้พวกเธอตายใจ" ศิลาเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ก้าวแต่ละก้าวเหมือนตอกตะปูลงบนโลงศพของศัตรู "และตอนนี้ ในเมื่อความลับมันถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้น ก็ถึงเวลาที่เหยื่อจะกลายเป็นผู้ล่าเสียที"
เมฆที่ยืนนิ่งตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าพยายามจะเหนี่ยวไกปืน แต่เขากลับพบว่าปืนในมือของเขานั้นไม่มีกระสุน! ศิลาถอดแม็กกาซีนออกมาต่อหน้าต่อตาเมฆพลางโยนลงพื้นดังเคร้ง
"นายลืมไปแล้วหรือเมฆ... ว่าก่อนจะออกไปไหน ฉันเช็กอาวุธนายเสมอ" ศิลาหันไปมองหน้าประตูที่ตอนนี้ร่างของรวิศปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสีหน้าสุดช็อกเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า
"ศิลา! นายทำแบบนี้กับฉันไม่ได้!" รวิศคำรามพร้อมชักปืนออกมา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร รอยยิ้มอาบยาพิษของศิลาก็ทำให้เขาสะอึก
"นายมาก็ดีแล้วรวิศ เพราะฉันเพิ่งได้รับสายจากตำรวจ ว่าหลักฐานที่ฉันส่งให้พวกเขาน่ะ... มันมีชื่อของนายกับนลินอยู่ทุกหน้ากระดาษเลย" ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโชว์หน้าจอที่มีสายโทรเข้าจากหัวหน้าตำรวจหน่วยอาชญากรรมพิเศษ "ฟังดูสิ... เสียงไซเรนพวกนั้นน่ะ เขามาเพื่อ 'ต้อนรับ' พวกนายถึงหน้าประตูบ้านเลยนะ"
เสียงไซเรนดังระงมเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนทรมาน นลินทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหมดหวัง ในขณะที่ศิลาก้าวเดินออกไปที่ระเบียงมองดูแสงไฟวับวาบของรถตำรวจที่กำลังล้อมกรอบคฤหาสน์ของเขาไว้
ทว่าในวินาทีนั้นเอง แสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าอกของศิลา... มันไม่ใช่มาจากปืนของเมฆหรือรวิศ แต่มันมาจากบนยอดตึกฝั่งตรงข้าม! ศิลาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงกระซิบผ่านหูฟังขนาดจิ๋วในหูของเขา
"เราไม่ได้มีแค่ศัตรูในบ้านนะศิลา... เพราะคนที่จ้างคนมาสอยนายทิ้งน่ะ คือคนในครอบครัวที่นายคิดว่าตายไปแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการล้างแค้นอันดุเดือดของศิลาในตอนนี้นะคะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 27
ฝันร้ายที่กลายเป็นจริง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!