“เงินน่ะ... หอมหวานกว่าความกตัญญูเสมอสินะ เมฆ”
ศิลาไม่ได้โกรธเกรี้ยว น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในยามไร้ลม เขาจ้องมองใบหน้าของคนที่เคยเรียกได้ว่าเป็นแขนขวาด้วยสายตาเย็นชาที่ทำให้คนมองต้องหนาวสะท้านถึงกระดูก เมฆยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ในมือถือซองเอกสารบรรจุแคปซูลพิษที่รวิศสั่งให้เขามาส่งถึงมือศิลาเพื่อปิดฉากทุกอย่างในค่ำคืนนี้
บรรยากาศในห้องทำงานที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเมฆซึ่งพยายามกลบเกลื่อนความประหม่า ศิลาเดินวนรอบตัวชายหนุ่มด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมงานศิลปะชิ้นเอกที่กำลังจะถูกทำลาย
“คุณศิลา... อย่าถือสาผมเลยครับ โลกนี้ไม่มีที่ยืนให้คนซื่อสัตย์หรอก” เมฆพยายามเอ่ยประโยคที่รวิศยัดเยียดให้จำขึ้นใจ “รวิศให้สัญญาว่าถ้าคุณจบสิ้น เขาจะยกหุ้นส่วนทั้งหมดให้ผม”
ศิลาหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าเมฆพอดี เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “สัญญาของคนทรยศน่ะหรือ? น่าขันสิ้นดี”
เขายื่นมือไปรับซองนั้นมาอย่างง่ายดาย เมฆชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความประหลาดใจที่ทุกอย่างราบรื่นเกินคาด แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ศิลากลับโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนน่าขนลุก “ขอบใจนะเมฆ... ที่พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าความตายของครอบครัวฉันในชาติก่อน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะความหิวโหยของคนใกล้ตัวแบบนายนี่เอง”
ก่อนที่เมฆจะทันตั้งตัว ศิลาสะบัดมือเบี่ยงทิศทาง พลิกข้อมือด้วยความชำนาญที่ฝึกฝนมาจากการเผชิญความเป็นความตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาสลับถุงแคปซูลในซองนั้นกับ ‘อีกซองหนึ่ง’ ที่เขาเตรียมไว้ในช่องลับที่สูทอย่างรวดเร็วราวกับมายากล เมฆมองเห็นเพียงเงาไหวๆ ของมือศิลา แต่ความมั่นใจในแผนการของรวิศทำให้เขาไม่ได้ระแวง
“กลับไปบอกรวิศซะ... ว่าของที่เขาต้องการน่ะ อยู่ในนี้แล้ว” ศิลายัดซองคืนให้เมฆ มือของเขาเย็นเยียบจนเมฆสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง “และบอกเขาด้วยว่า คืนนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล เขาจะได้เห็น ‘ของขวัญ’ ที่เขาสมควรได้รับจริงๆ”
เมฆรับซองนั้นไปโดยไม่ทันเฉลียวใจ เขาคำนับศิลาหนึ่งครั้งด้วยความรู้สึกที่กึ่งอึดอัดกึ่งโล่งใจ ก่อนจะรีบก้าวออกจากห้องไป ศิลาเฝ้ามองแผ่นหลังนั้นจนลับตา ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สะสมมานาน
เขากดปุ่มสื่อสารที่ข้อมือ “เริ่มแผนการขั้นที่สองได้... ตามติดรวิศไปให้ถึงงานเลี้ยง อย่าให้คลาดสายตา”
***
ณ งานเลี้ยงการกุศลที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิก รวิศในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงยืนจิบแชมเปญด้วยท่าทางอารมณ์ดี เขามองหาเป้าหมายจนพบเมฆที่เดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับซองในมือ รวิศดึงเมฆเข้าไปในมุมมืดของระเบียงชั้นบน
“เรียบร้อยไหม?” รวิศถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความกระหายชัยชนะ
“เรียบร้อยครับคุณรวิศ ศิลาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย” เมฆส่งซองนั้นให้
รวิศรับมาด้วยความตื่นเต้น มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะแกะออก เขาหยิบแคปซูลเม็ดเล็กขึ้นมาพินิจดู “ในที่สุด... ต่อไปนี้สมบัติทุกอย่างในตระกูลศิลาจะเป็นของฉันคนเดียว นลินจะไม่มีวันรู้ว่าใครเป็นคนจัดการเรื่องนี้”
รวิศแสยะยิ้ม เขาหันไปเห็นแก้วไวน์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็ว—เพื่อให้มั่นใจว่าศิลาจะจบสิ้นในคืนนี้ เขาจะต้องทดสอบกับใครสักคน หรือไม่เขาก็ต้องการจะชิงดื่มอะไรสักอย่างเพื่อฉลองชัยชนะก่อนเวลา
ทว่าในจังหวะนั้นเอง นลินเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม “รวิศคะ ทำไมมาหลบอยู่ตรงนี้ล่ะคะ? แขกเหรื่อรอคุณอยู่ที่ห้องโถงนะ”
รวิศสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือแคปซูลพิษอยู่เผลอปล่อยให้มันตกลงไปในแก้วไวน์ที่เขาเพิ่งวางไว้ มันละลายหายไปในของเหลวสีแดงฉานแทบจะทันที!
“เวรเอ๊ย!” รวิศสบถเสียงต่ำ พยายามจะคว้าแก้วคืน แต่นลินกลับหยิบแก้วนั้นขึ้นมาเสียก่อน
“ไวน์แก้วนี้น่าทานจังเลยนะคะ ดูคุณจะหวงเป็นพิเศษเชียว” นลินหัวเราะคิกคักพลางยกแก้วขึ้นจ่อริมฝีปาก
รวิศหน้าถอดสี เขาพยายามจะแย่งคืนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวคนอื่นจะเห็นความผิดปกติ ในหัวของเขาตีกันยุ่งเหยิง—หากเขาห้าม เธอจะสงสัย หากเขาปล่อยไป... นลินคือหมากตัวสำคัญที่เขายังต้องใช้ในอนาคต!
ขณะที่ริมฝีปากของนลินกำลังจะแตะขอบแก้ว ประตูกระจกบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของศิลาที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟ แววตาของเขาจ้องมองมาที่รวิศด้วยความสมเพชอย่างที่สุด
“ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอกรวิศ” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งคู่ “เพราะไวน์แก้วนั้น... ฉันไม่ได้เป็นคนปรุงหรอก แต่เป็น ‘มิตรสหายที่แสนดี’ อย่างนายต่างหากที่เป็นคนใส่ ‘ส่วนผสมพิเศษ’ ลงไปเอง”
รวิศแข็งทื่อไปทั้งตัว นลินชะงักค้าง แก้วไวน์ในมือสั่นสะท้าน เธอหันไปมองรวิศด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความรักเป็นความหวาดระแวงอย่างรุนแรง ศิลาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาหาช้าๆ ทุกจังหวะการเดินของเขากดดันจนอากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน
“นายคิดจะวางยาฉัน แต่โชคชะตากลับตลบหลังให้นายต้องสังหารคนของตัวเอง... รวิศ นายว่าความตายในคืนนี้ มันจะคุ้มค่ากับหุ้นส่วนที่นายพยายามแย่งชิงไปไหม?”
สิ้นคำพูดของศิลา เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดกลุ่มใหญ่ก็ดังสนั่นมาจากโถงทางเดินด้านหลัง พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับกุม แต่มาเพื่อ ‘ปิดล้อม’ รวิศไม่ให้มีทางรอดแม้แต่ทางเดียว นลินมองรวิศด้วยความรังเกียจก่อนจะโยนแก้วไวน์ในมือทิ้งจนแตกกระจายบนพื้น
รวิศรู้ตัวแล้วว่าเขาตกหลุมพรางที่ศิลาขุดล่อไว้ตั้งแต่นาทีที่เขาสั่งให้เมฆไปหาศิลา ความกลัวแล่นพล่านในอกเมื่อเขาเห็นคนของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านหลังค่อยๆ ถอยกรูดออกห่างจากเขาเพราะเกรงกลัวอำนาจที่ศิลาเพิ่งแสดงออกมา
ศิลาเดินเข้าไปใกล้รวิศจนลมหายใจรดกัน เขากระซิบด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “เกมนี้ฉันไม่ได้เป็นคนเริ่ม แต่มันจบที่ฉัน... และคืนนี้ นายจะไม่ได้แค่สูญเสียอำนาจ แต่ทุกความลับที่นายซ่อนไว้ใต้พรม จะถูกฉีกออกมาให้ทุกคนในงานนี้ได้เห็นจนหมดสิ้น”
ทันใดนั้น หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ในงานเลี้ยงที่ควรจะเป็นภาพนิ่งของงานการกุศล ก็พลันดับวูบลงก่อนจะปรากฏภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องลับของรวิศขึ้นมาอย่างชัดเจน—ภาพของเขาที่กำลังร่วมมือกับคนในตระกูลวางแผนฆ่าคนในครอบครัวศิลาฉายหราอยู่ต่อหน้าแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติทั้งห้องโถง!
รวิศตัวสั่นเทาเข่าทรุดลงกับพื้นทันที เสียงอื้ออึงของแขกเหรื่อดังระงมไปทั่วงาน ความวินาศสันตะโรที่เขาเคยวางแผนไว้ให้ศิลา กลับกลายเป็นเพลิงเผาผลาญตัวเขาเองจนไม่เหลือซาก
ศิลามองภาพบนจอแล้วคลี่ยิ้มบางๆ อย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันมาสบตาเมฆที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่ไม่ไกล “นายคิดว่าฉันจะไว้ใจคนทรยศอย่างนายโดยไม่มีหลักประกันงั้นเหรอ เมฆ?”
เขายกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงบอกให้เงียบ ในขณะที่รวิศกำลังจะเงยหน้าขึ้นมาตะโกนอะไรบางอย่าง แต่แล้ว... ไฟทั้งงานก็ดับวูบลงสนิท พร้อมกับเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดท่ามกลางความมืดมิด!
หวังว่าตอนที่ 22 นี้จะทำให้คุณรี้ดเดอร์หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนะคะ เพราะความแค้นของศิลาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงค่ะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 22
ตลบหลังคนทรยศ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!