“เสียดายนะศิลา... นายควรจะตายตั้งแต่ชาติที่แล้วด้วยความโง่เขลา ไม่ใช่มายืนจองหองอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกโสตประสาทของศิลา ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมคฤหาสน์จนแทบมองไม่เห็นนิ้วมือของตัวเอง ศิลาไม่ได้ขยับกายหนี แต่เขากลับผ่อนลมหายใจอย่างเชื่องช้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยมาตามลม กลิ่นที่เตือนใจเขาถึงความตายในอดีตได้เป็นอย่างดี
นลินหัวเราะร่า เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความสมเพช แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ของเมฆที่ตกอยู่บนพื้นสะท้อนภาพเงาตะคุ่มของร่างสองร่างที่ขยับเข้ามาใกล้ ศิลาไม่ได้หันไปมอง เขาปักหลักนิ่งราวกับรูปปั้นสลักหิน สายตาของเขามุ่งตรงไปยังมุมมืดที่เสียงนั้นดังขึ้น
“รวิศ... นายมาไกลเกินไปนะ” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “คิดจริงๆ หรือว่าการดับไฟจะช่วยปกปิดความไร้น้ำยาของนายได้?”
“หุบปาก!” เสียงคำรามดังก้อง รวิศก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ในมือของเขามีปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมายังหัวใจของศิลา “วันนี้แหละ คือจุดจบของการแสดงละครตบตาที่แสนน่าเบื่อนี้”
ศิลายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนรวิศชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าฉันตาย แล้วใครจะบอกความจริงให้นายรู้ล่ะ... ว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายที่นายตามหา มันไม่เคยอยู่ในมือฉัน แต่มันถูกฝังอยู่ใต้ดินที่นายยืนอยู่นี่แหละ”
รวิศขมวดคิ้ว ความโลภวาบขึ้นในดวงตาเพียงชั่วครู่ ซึ่งนั่นก็มากพอแล้ว ศิลาดีดตัวออกราวกับเสือที่ซุ่มรอจังหวะ เขาคว้าข้อมือของรวิศไว้ก่อนจะบิดจนกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะ เสียงปืนลั่นออกไปหนึ่งนัด ทะลุแจกันราคาแพงที่อยู่ด้านหลังจนแตกกระจาย แต่ศิลาไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้เข่ากระแทกเข้าที่ท้องของรวิศอย่างจังจนอีกฝ่ายจุกจนตัวงอ
“นลิน... จะดูอีกนานไหม?” ศิลาตะโกนถามพลางปัดเศษแก้วออกจากไหล่
นลินที่ยืนซุ่มอยู่ด้านหลังก้าวออกมาจากเงามืด เธอไม่ได้ถือปืน แต่ในมือเธอกลับถือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก “ศิลา... นายมันฉลาดเกินไปจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของนายมันคือจุดอ่อนที่สุด”
เธอใช้นิ้วกดปุ่มนั้นทันที
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยดังลั่นคฤหาสน์ พื้นที่ศิลายืนอยู่เริ่มสั่นสะเทือน กลไกกับดักที่ถูกติดตั้งไว้ตั้งแต่การก่อสร้างคฤหาสน์หลังนี้กำลังทำงาน ศิลาเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่านลินจะกล้าแลกด้วยการทำลายที่นี่ทิ้งเพื่อฆ่าเขา
“เราตายพร้อมกันได้นะศิลา” นลินยิ้มหวาน ใบหน้าของเธอในตอนนี้งดงามแต่ไร้ซึ่งความเป็นคน “ความลับในอดีตทั้งหมดจะถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังนี้ และฉัน... จะเป็นคนเดียวที่เดินออกมาจากนรกนี้พร้อมกับชัยชนะ”
ศิลาพยายามพยุงรวิศที่สะลึมสะลือขึ้นมาพลางลากไปทางประตูฉุกเฉิน ทว่ากำแพงหินขนาดยักษ์กลับเลื่อนลงมาปิดกั้นทางออกเสียก่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก สถานการณ์พลิกผันเกินคาดเดา ศิลาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือพิธีกรรมฝังกลบความจริงที่นลินเตรียมการมาเป็นปี
“ยอมแพ้เถอะศิลา” นลินตะโกนผ่านเสียงพื้นหินที่กำลังถล่ม “ความไว้ใจที่นายเคยหยิบยื่นให้ฉัน มันคืออาวุธที่ฉันใช้ฆ่านาย... ในทุกๆ ภพทุกๆ ชาติ!”
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาคว้าวิทยุสื่อสารที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อพลางกดเรียกเมฆด้วยความเร็วสูง “เมฆ... แผนบี... เดี๋ยวนี้!”
สิ้นเสียงคำสั่งของเขา แสงไฟในคฤหาสน์ที่ควรจะดับมืดกลับสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทุกจุด ไม่ใช่ไฟจากระบบคฤหาสน์ แต่เป็นแสงจากโดรนติดอาวุธนับสิบตัวที่บินเข้ามาทางรอยแตกของหลังคา และที่สำคัญที่สุด... ร่างหนึ่งที่คุ้นเคยยืนสงบนิ่งอยู่บนเพดานที่กำลังจะถล่มลงมา พร้อมกับกุญแจในมือที่สามารถหยุดกลไกทั้งหมดได้
นลินหน้าถอดสีเมื่อเห็นใครบางคนปรากฏตัวขึ้น... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่การทรยศครั้งแรก
นั่นคือ "พ่อ" ของศิลา ผู้ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์เมื่อสิบปีก่อน เขามองนลินด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งก่อนจะเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว “เกมที่ไม่มีกติกา มันต้องจบลงด้วยผู้เล่นที่วางแผนมาดีกว่าเสมอ... นลิน”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับศิลานะคะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 37
คืนวันอันตราย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!