เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 37

คืนวันอันตราย

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“เสียดายนะศิลา... นายควรจะตายตั้งแต่ชาติที่แล้วด้วยความโง่เขลา ไม่ใช่มายืนจองหองอยู่ตรงหน้าฉันแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยบาดลึกโสตประสาทของศิลา ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมคฤหาสน์จนแทบมองไม่เห็นนิ้วมือของตัวเอง ศิลาไม่ได้ขยับกายหนี แต่เขากลับผ่อนลมหายใจอย่างเชื่องช้า สัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยมาตามลม กลิ่นที่เตือนใจเขาถึงความตายในอดีตได้เป็นอย่างดี นลินหัวเราะร่า เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความสมเพช แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ของเมฆที่ตกอยู่บนพื้นสะท้อนภาพเงาตะคุ่มของร่างสองร่างที่ขยับเข้ามาใกล้ ศิลาไม่ได้หันไปมอง เขาปักหลักนิ่งราวกับรูปปั้นสลักหิน สายตาของเขามุ่งตรงไปยังมุมมืดที่เสียงนั้นดังขึ้น “รวิศ... นายมาไกลเกินไปนะ” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “คิดจริงๆ หรือว่าการดับไฟจะช่วยปกปิดความไร้น้ำยาของนายได้?” “หุบปาก!” เสียงคำรามดังก้อง รวิศก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ในมือของเขามีปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมายังหัวใจของศิลา “วันนี้แหละ คือจุดจบของการแสดงละครตบตาที่แสนน่าเบื่อนี้” ศิลายิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนรวิศชะงักไปครู่หนึ่ง “ถ้าฉันตาย แล้วใครจะบอกความจริงให้นายรู้ล่ะ... ว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายที่นายตามหา มันไม่เคยอยู่ในมือฉัน แต่มันถูกฝังอยู่ใต้ดินที่นายยืนอยู่นี่แหละ” รวิศขมวดคิ้ว ความโลภวาบขึ้นในดวงตาเพียงชั่วครู่ ซึ่งนั่นก็มากพอแล้ว ศิลาดีดตัวออกราวกับเสือที่ซุ่มรอจังหวะ เขาคว้าข้อมือของรวิศไว้ก่อนจะบิดจนกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะ เสียงปืนลั่นออกไปหนึ่งนัด ทะลุแจกันราคาแพงที่อยู่ด้านหลังจนแตกกระจาย แต่ศิลาไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาใช้เข่ากระแทกเข้าที่ท้องของรวิศอย่างจังจนอีกฝ่ายจุกจนตัวงอ “นลิน... จะดูอีกนานไหม?” ศิลาตะโกนถามพลางปัดเศษแก้วออกจากไหล่ นลินที่ยืนซุ่มอยู่ด้านหลังก้าวออกมาจากเงามืด เธอไม่ได้ถือปืน แต่ในมือเธอกลับถือรีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก “ศิลา... นายมันฉลาดเกินไปจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของนายมันคือจุดอ่อนที่สุด” เธอใช้นิ้วกดปุ่มนั้นทันที ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยดังลั่นคฤหาสน์ พื้นที่ศิลายืนอยู่เริ่มสั่นสะเทือน กลไกกับดักที่ถูกติดตั้งไว้ตั้งแต่การก่อสร้างคฤหาสน์หลังนี้กำลังทำงาน ศิลาเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่านลินจะกล้าแลกด้วยการทำลายที่นี่ทิ้งเพื่อฆ่าเขา “เราตายพร้อมกันได้นะศิลา” นลินยิ้มหวาน ใบหน้าของเธอในตอนนี้งดงามแต่ไร้ซึ่งความเป็นคน “ความลับในอดีตทั้งหมดจะถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังนี้ และฉัน... จะเป็นคนเดียวที่เดินออกมาจากนรกนี้พร้อมกับชัยชนะ” ศิลาพยายามพยุงรวิศที่สะลึมสะลือขึ้นมาพลางลากไปทางประตูฉุกเฉิน ทว่ากำแพงหินขนาดยักษ์กลับเลื่อนลงมาปิดกั้นทางออกเสียก่อน ฝุ่นควันตลบอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก สถานการณ์พลิกผันเกินคาดเดา ศิลาตระหนักได้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือพิธีกรรมฝังกลบความจริงที่นลินเตรียมการมาเป็นปี “ยอมแพ้เถอะศิลา” นลินตะโกนผ่านเสียงพื้นหินที่กำลังถล่ม “ความไว้ใจที่นายเคยหยิบยื่นให้ฉัน มันคืออาวุธที่ฉันใช้ฆ่านาย... ในทุกๆ ภพทุกๆ ชาติ!” ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาคว้าวิทยุสื่อสารที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อพลางกดเรียกเมฆด้วยความเร็วสูง “เมฆ... แผนบี... เดี๋ยวนี้!” สิ้นเสียงคำสั่งของเขา แสงไฟในคฤหาสน์ที่ควรจะดับมืดกลับสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทุกจุด ไม่ใช่ไฟจากระบบคฤหาสน์ แต่เป็นแสงจากโดรนติดอาวุธนับสิบตัวที่บินเข้ามาทางรอยแตกของหลังคา และที่สำคัญที่สุด... ร่างหนึ่งที่คุ้นเคยยืนสงบนิ่งอยู่บนเพดานที่กำลังจะถล่มลงมา พร้อมกับกุญแจในมือที่สามารถหยุดกลไกทั้งหมดได้ นลินหน้าถอดสีเมื่อเห็นใครบางคนปรากฏตัวขึ้น... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่การทรยศครั้งแรก นั่นคือ "พ่อ" ของศิลา ผู้ที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้คฤหาสน์เมื่อสิบปีก่อน เขามองนลินด้วยสายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งก่อนจะเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว “เกมที่ไม่มีกติกา มันต้องจบลงด้วยผู้เล่นที่วางแผนมาดีกว่าเสมอ... นลิน” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามการเดินทางอันโหดร้ายนี้ไปพร้อมกับศิลานะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%