“ถ้าแกคิดจะเอาคืนแค่เรื่องบริษัท ก็บอกได้เลยว่าแกประเมินรวิศต่ำไปศิลา”
เมฆวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขัดมัน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง ศิลาไม่หันไปมอง เขาเพียงแค่หมุนเก้าอี้หนังราคาแพงกลับมาเผชิญหน้ากับคู่คิดคนสนิท ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความเย็นชาที่ผ่านการบ่มเพาะมาจากการถูกทรยศในชาติภพก่อน
“รวิศไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีหลักประกัน เมฆ” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “มันฉลาดพอที่จะรู้ว่าการฆ่าคนตายมันสกปรกเกินไป มันชอบการทำให้คนคนหนึ่ง ‘ตายทั้งเป็น’ ด้วยการล้มละลายมากกว่า”
“แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปครับ... เอ้ย ขออภัยค่ะ” เมฆชะงักรีบแก้คำพูดให้ถูกจริตเจ้านาย “ดิฉันหมายถึง รอบนี้รวิศไม่ได้แค่โกงบัญชีธรรมดา แต่มัน ‘ขาย’ ความลับบริษัทให้กับคู่แข่งตั้งแต่วันที่พวกเราเพิ่งเริ่มต้นโครงสร้างใหม่ เพื่อแลกกับหุ้นส่วนลับในต่างประเทศ และที่แย่กว่านั้น... มันใช้ชื่อของนลินเป็นนอมินีในการฟอกเงินก้อนนั้นด้วย”
ศิลาหยิบแฟ้มขึ้นมาเปิด เอกสารภายในไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขที่บิดเบือน แต่มันคือเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผลิตยาเมื่อสิบปีก่อน—เหตุการณ์ที่คร่าชีวิตพ่อแม่ของเขา และเป็นจุดเริ่มต้นของความหายนะทั้งหมด
“นลินสินะ...” ศิลาพึมพำ ชื่อของอดีตคนรักที่เคยดูใสซื่อราวกับผ้าพับไว้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่เขายังจำได้ติดจมูกในความทรงจำวันวาน บัดนี้มันกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในหัวใจของเขา “ความรักที่มันแสดงออกให้เห็นในตอนนั้น คงเป็นเพียงฉากละครที่เขียนบทโดยรวิศสินะ”
เขานิ้วไล้ไปตามรายชื่อบัญชีธนาคารปลายทาง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างยากจะคาดเดา มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข แต่เป็นรอยยิ้มของพรานที่ต้อนเหยื่อเข้ามาในกรงได้สำเร็จ
“เมฆ” ศิลาเรียก “เตรียมเอกสารชุดนี้ให้พร้อม ส่งต่อให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแบบเงียบๆ แต่อย่าเพิ่งให้ถึงมือตำรวจตอนนี้... ฉันต้องการให้รวิศได้รับเชิญไปงานเลี้ยงการกุศลในวันศุกร์นี้ด้วยตัวเอง”
“คุณจะเปิดโปงกลางงานเลี้ยงเหรอคะ?” เมฆถามด้วยแววตาเป็นประกาย
“เปล่าหรอก” ศิลาลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่ “ฉันจะให้มันได้ลิ้มรสความสำเร็จจนสุดขีด ก่อนที่ฉันจะดึงเก้าอี้ที่มันนั่งอยู่ออกด้วยมือของฉันเอง รวิศรักเกียรติยศชื่อเสียงมากไม่ใช่เหรอ? ถ้าอย่างนั้น เราก็ต้องทำให้มันเห็นความฉิบหายของตัวเองต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทั้งเมือง”
บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อศิลาเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกสะท้อนภาพใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความแค้นที่ถูกปิดตายไว้ภายใต้ความสุขุม เขาไม่ได้ต้องการแค่การเอาคืนในเชิงธุรกิจ แต่เขาต้องการขุดรากถอนโคนทุกสิ่งที่รวิศและนลินรักและภาคภูมิใจ
ศิลาเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์ที่เขาไม่ได้โทรหามานานหลายเดือน ปลายสายรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่คุ้นเคย
“ศิลาหรือคะ? ไม่คิดเลยว่าคุณจะโทรหา...” เสียงนลินสั่นเครือด้วยความดีใจที่แสร้งทำขึ้น
“ผมคิดถึงคุณน่ะนลิน” ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ราบเรียบ “วันศุกร์นี้ ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกคุณ... เกี่ยวกับ ‘ความจริง’ ของเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อนที่คุณเคยสงสัยว่าทำไมผมถึงไม่ยอมลืม”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ความจริง... งั้นเหรอคะ?”
“ใช่ ความจริงที่รวิศอาจจะไม่ได้บอกคุณทั้งหมด”
ศิลาวางสายลงทันทีโดยไม่รอคำตอบ เมฆมองเจ้านายด้วยความกังวล “คุณศิลาคะ ถ้าคุณดึงนลินเข้ามาใกล้จุดจบของรวิศเกินไป เธออาจจะเล่นงานคุณก่อนนะคะ”
ศิลาหันมามองเมฆ ดวงตาคู่เดิมที่เคยเย็นชากลับดูดุดันราวกับพยัคฆ์ร้าย “นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ เมฆ... ให้มันสองคนหันมางับกันเอง เพราะเมื่อสุนัขสองตัวหิวโซจนกัดกันเอง ความลับที่เน่าเฟะที่สุดก็จะถูกพ่นออกมาให้คนทั้งโลกได้รับรู้”
เขาก้าวเดินไปที่ประตูก่อนจะหยุดกึกแล้วหันมาสั่งงานทิ้งท้าย “อ้อ... อย่าลืมส่งบัตรเชิญไปให้สำนักข่าวสายอาชญากรรมด้วยนะ บอกพวกเขาว่าวันศุกร์นี้ จะมีข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจจนต้องจารึก”
ทว่า ในขณะที่ศิลากำลังจะก้าวออกจากห้อง เสียงแจ้งเตือนจากแท็บเล็ตบนโต๊ะของเมฆก็ดังขึ้นรัวๆ เมฆคว้ามันขึ้นมาดูแล้วใบหน้าก็ซีดเผือดลงทันที
“คุณศิลาคะ! มีคนแฮ็กระบบความปลอดภัยของคลังข้อมูลเรา และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ... ข้อมูลบัญชีลับที่คุณเพิ่งจะตรวจสอบเสร็จเมื่อครู่ ถูกลบหายไปจากเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด แถมยังมีข้อความทิ้งไว้ที่หน้าจอหลักด้วยค่ะ”
ศิลาขมวดคิ้วเดินกลับมาดูที่หน้าจอ ภาพที่ปรากฏคือรูปถ่ายของศิลาในวัยเด็กที่ยืนอยู่กับรวิศและนลินในวันงานวันเกิดปีที่สิบห้า และใต้รูปนั้นมีตัวอักษรสีแดงสดกะพริบถี่ๆ ว่า:
‘ขอบคุณที่ชี้ทางสว่างให้ฉันนะศิลา... นายลืมไปแล้วหรือว่า ฉันคือคนที่เป็นคนสอนวิธี ‘ลบหลักฐาน’ ให้กับนายเองในชาตินี้?’
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบาๆ ก่อนที่จะค่อยๆ เปิดออก ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่คุ้นเคยดีเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้คนทั้งห้องต้องหยุดหายใจ... มันคือนลิน ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาด้วยใบหน้าเย็นชาที่ศิลาไม่เคยเห็นมาก่อน
“เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลยนะคะ... ศิลา”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความลับที่ดำมืดไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ บอกได้เลยว่าตอนหน้าความเดือดจะพุ่งทะลุปรอทแน่นอนค่ะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 20
ความจริงที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!