“ถ้าอยากให้เรื่องนี้จบที่ห้องขัง อย่าทำตัวให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้อีกล่ะ นลิน”
ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับชะงัก นลินที่กำลังจัดดอกลิลลี่ในแจกันบนโต๊ะทำงานของเขาชะงักมือไปชั่วครู่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดที่ดูราวกับหน้ากากที่สวมทับไว้จนสนิท
“ศิลาพูดเรื่องอะไรคะ? นลินแค่จัดดอกไม้ให้สดชื่นขึ้น คุณจะได้ไม่เครียดเรื่องงานมากเกินไป”
ศิลาไม่ตอบ เขาก้าวผ่านร่างระหงไปนั่งที่โต๊ะทำงาน แสร้งทำเป็นเปิดเอกสารแฟ้มหนาเตอะบนโต๊ะ ทั้งที่สายตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังสู่การพังทลายของ ‘หน้ากาก’ แสนสวยที่เขาเคยหลงรักจนหมดใจ
“ออกไปก่อนเถอะ ฉันมีธุระต้องเคลียร์”
เมื่อร่างของนลินลับสายตาไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่เบาหวิว ศิลาไม่รอช้า เขาหยิบรีโมทตัวเล็กใต้ลิ้นชักขึ้นมากดสั่งการ หน้าจอโฮโลแกรมลอยเด่นขึ้นกลางห้อง ข้อมูลที่เมฆ—มือขวาผู้ซื่อสัตย์—เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ ปรากฏขึ้นเป็นเส้นสายของเส้นทางการเงินที่ซับซ้อน
เมฆไม่ได้ส่งมาแค่ตัวเลข แต่ส่งไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ได้จาก ‘จุดบอด’ ของระบบความปลอดภัยในคฤหาสน์ของรวิศ
*“เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้ศิลาเอาหลักฐานการโอนเงินจากบัญชีต่างประเทศไปได้ ถ้ามันไหวตัวทัน... ชีวิตของมันก็ต้องจบลงที่นั่น”*
เสียงของผู้หญิงในคลิปเย็นชาและเหี้ยมเกรียมเกินกว่านลินที่เขารู้จัก มันคือนลินคนเดียวกัน แต่เป็นนลินที่เปลือยเปล่าจากความใสซื่อ มือของศิลาที่จับปากกาอยู่บีบแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อไม้ ความโกรธแค้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ แต่คือ ‘แผนการ’ ที่จะทำให้คนพวกนี้ต้องชดใช้ด้วยสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด
“คุณคิดว่าตัวเองฉลาดที่เล่นละครตบตาผมได้ แต่คุณลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่เป็นคนสอนวิธี ‘ซ่อนศพ’ ให้คุณ... คือผมเองนะ นลิน”
เขากดส่งสัญญาณลับให้เมฆทันที แผนการ ‘ตลบหลัง’ เริ่มทำงานอย่างเงียบเชียบ ศิลาจัดฉากวางเอกสารการโอนเงินปลอมทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานแบบตั้งใจให้เห็นได้ง่ายที่สุด ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมทิ้งจดหมายฉบับหนึ่งไว้บนโต๊ะ—จดหมายที่เขียนด้วยลายมือเขาเอง ระบุพิกัดสถานที่เก็บรักษา ‘หลักฐานมัดตัว’ ที่เป็นความลับที่สุด
เขารู้ดีว่านลินจะทำอย่างไรต่อไป เธอจะรีบโทรหารวิศ เธอจะรีบสั่งการให้คนไปทำลายหลักฐานที่ ‘หลุมพราง’ ของเขา และในวินาทีที่พวกเขาเหยียบเข้าไปในสถานที่นั้น... กับดักที่เขาวางไว้จะเปลี่ยนจากความได้เปรียบให้กลายเป็นนรกบนดิน
เวลาผ่านไปเพียงสองชั่วโมง ศิลานั่งอยู่ในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดของคฤหาสน์รวิศผ่านอุปกรณ์แฮกเกอร์ที่เมฆเตรียมไว้ หน้าจอแสดงภาพนลินที่กำลังลุกลี้ลุกลนอยู่ในห้องทำงานลับของรวิศ เธอไม่ได้มาคนเดียว รวิศยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ใบหน้าของทั้งคู่ดูผ่อนคลายเมื่อเห็นเอกสารที่พวกเขาคิดว่าได้มาอย่างง่ายดาย
“โง่เง่าสิ้นดี นึกว่าศิลาจะฉลาดกว่านี้เสียอีก” รวิศหัวเราะร่า
“พี่รวิศคะ... ถ้าเราจัดการเรื่องนี้จบ ทุกอย่างก็จะเป็นของเรา ทั้งบริษัท ทั้งอำนาจ แล้วก็... หนี้แค้นของฉัน” นลินตอบพลางแสยะยิ้ม
ทว่าในวินาทีที่นลินเอื้อมมือไปหยิบไฟล์เอกสารนั้น แสงสีแดงวาบขึ้นจากกล่องพัสดุที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานของรวิศ ไฟสัญญาณเตือนภัยดังลั่นสนั่นคฤหาสน์ หน้าจอที่ศิลาเฝ้าดูอยู่เปลี่ยนเป็นภาพสดที่ถ่ายทอดจากมุมกล้องที่เขาวางไว้—กล้องที่ซ่อนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่พอดี
นลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตัวเองบนหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้องทำงาน พร้อมด้วยข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ขึ้นเตือนว่า: *‘หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีองค์กรเถื่อน ถูกส่งไปยังสถานีตำรวจสากลเรียบร้อยแล้ว’*
รวิศตวาดลั่น พยายามจะทำลายอุปกรณ์ แต่ประตูก็ถูกล็อกแน่นหนาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เขาเป็นคนติดตั้งเอง แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นคุกขังเขาไว้กับความผิดที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องควบคุมที่ศิลานั่งอยู่ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงก้าวเข้ามา... ไม่ใช่เมฆ ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็น ‘เขา’ คนที่เขาคิดว่าตายไปตั้งแต่วันที่ครอบครัวเขาถูกฆาตกรรม
“เล่นเกมสนุกไหม ศิลา?” ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาศิลาถึงกับตัวชาไปชั่วขณะ “แต่แกคงลืมไปว่า ในกระดานหมากนี้... แกไม่ใช่คนคุมเกมเพียงคนเดียวหรอกนะ”
เงียบแต่ฟาดเรียบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นมาจนถึงบรรทัดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะทำให้คุณลืมหายใจนะคะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 11
ร่องรอยการทรยศ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!