“เงินหกร้อยล้านของฉัน... หายไปไหนคะรวิศ? หรือว่ามันระเหยกลายเป็นไอไปพร้อมกับความซื่อสัตย์ของเพื่อนรักคนนี้แล้ว?”
ศิลาวางแก้วไวน์ราคาแพงลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังเคร้ง เธอไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่สั่นพร่าและแววตาที่ดูเลื่อนลอยดุจคนสิ้นหวังกลับทำให้บรรยากาศในห้องอาหารส่วนตัวเย็นเยียบจนน่าขนลุก มือที่เรียวสวยของเธอสั่นระริกขณะหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับมุมปากที่เปรอะเปื้อนคราบไวน์
รวิศที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความสงสารจอมปลอม เขายื่นมือมาหมายจะกุมมือศิลา แต่เธอชักกลับอย่างรวดเร็ว ทำท่าเหมือนคนขวัญอ่อนที่เพิ่งผ่านพ้นวิกฤตความตายมาหมาดๆ
“ศิลา... ใจเย็นก่อนสิครับ... เอ้อ... ฉันหมายถึง ฟังฉันก่อนนะ” รวิศแก้คำเรียกขานอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นศิลาหลบตาเขา “เรื่องบัญชีนั่น ระบบรักษาความปลอดภัยของเธอมันอาจจะมีช่องโหว่ ใครบางคนอาจจะดึงเงินออกไปก่อนที่เธอจะส่งให้นักกฎหมายเสียอีก”
“ฉันจะเชื่อใครได้อีกล่ะคะ?” ศิลาแค่นหัวเราะ หยดน้ำตาเอ่อล้นคลอหน่วยตาที่จ้องมองเขาอย่างอ่อนแอ “นลินก็หายไปหลังจากงานเลี้ยงนั้น รวิศ... บอกฉันทีสิคะว่าฉันยังเหลือใครอยู่บ้างในโลกใบนี้”
ขณะที่ปากพูดคำเหล่านั้น สมองของศิลากลับทำงานรวดเร็วราวกับเครื่องจักร เธอสังเกตเห็นนิ้วชี้ข้างขวาของรวิศที่เคาะจังหวะลงบนโต๊ะเป็นเลขรหัสสั้นๆ 1-0-2 ซึ่งเป็นรหัสเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์สำรองที่เธอเคยใช้เมื่อหลายปีก่อน นั่นคือสัญญาณ... เขากำลังส่งข้อความหาใครบางคนข้างนอกนั่น
“กินอะไรเสียหน่อยเถอะ ศิลา” รวิศเลื่อนจานสเต็กที่หั่นชิ้นเนื้อไว้ให้อย่างเรียบร้อย “เธอไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว ร่างกายเธอตอนนี้อ่อนแอเกินกว่าจะไปรับมือกับความสูญเสียพวกนั้นนะ”
ศิลามองจานเนื้อตรงหน้า จิตสังหารในใจเธอพุ่งพล่านจนอยากจะใช้มีดเงินในมือปาดคอคนตรงหน้าให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่เธอยังคงรักษาสีหน้าหวาดระแวงและหมดอาลัยตายอยากไว้ “ขอบคุณนะรวิศ... อย่างน้อยก็ยังมีเธอที่คอยอยู่ข้างๆ ฉัน”
“แน่นอนสิ” รวิศยิ้มกว้าง แววตาของเขาเป็นประกายความกระหายอำนาจที่ปิดไม่มิด “เราเป็นเพื่อนกันมานานแค่ไหนแล้วล่ะ? เรื่องแผนลอบสังหารที่นลินพูดถึงในงานคืนนั้น... ฉันสืบมาให้แล้วนะ มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรอก แต่มันคือเรื่องของ 'รายชื่อ' ผู้ถือหุ้นที่เธอกำลังจะเปิดเผยในงานแถลงข่าววันพรุ่งนี้ต่างหาก”
ศิลาแกล้งทำเป็นสะดุ้งสุดตัว เธอทำแก้วไวน์เฉียดฉิวจะล้มก่อนจะประคองไว้ได้ “รายชื่อผู้ถือหุ้น? คนพวกนั้นกล้าถึงขนาดจะฆ่าฉันเพื่อปิดปากเลยเหรอคะ?”
“มากกว่าที่เธอคิด” รวิศโน้มตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขากระทบจมูกเธอ “นลินกำลังเตรียมแผนจะจัดฉากให้การตายของเธอเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ในคืนวันพรุ่งนี้ที่เส้นทางเลี่ยงเมือง... รถของเธอจะถูกตัดสายเบรก และการตายของเธอจะช่วยล้างมลทินให้คนบางกลุ่มที่ทำบัญชีบริษัทรั่วไหล”
ศิลาก้มหน้าลงซ่อนประกายตาสังหารที่วาวโรจน์ เธอได้รับคำตอบที่ตามหาแล้ว นลินไม่ได้แค่ทรยศ เธอคือเพชฌฆาตที่วางแผนจะเชือดเธอทิ้งอย่างเลือดเย็นที่สุด และรวิศ... ชายผู้นี้คือผู้ส่งสารที่ต้องการให้เธอ 'กลัว' จนยอมยกทุกอย่างให้เพื่อแลกกับชีวิตที่เหลืออยู่
“ฉัน... ฉันควรทำยังไงดีคะรวิศ?” ศิลาเงยหน้าขึ้น น้ำตาไหลรินอาบแก้มราวกับคนไร้ทางสู้ “ฉันไม่มีเงินเหลือแล้ว ฉันไม่มีหลักฐาน ฉันกำลังจะตาย...”
“ไม่หรอกศิลา” รวิศหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสูทแล้ววางลงบนโต๊ะ “โอนหุ้นทั้งหมดในมือเธอมาให้ฉันเสียตอนนี้... ฉันรู้จักกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่จะคุ้มครองเธอได้ และเราจะพาเธอไปอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนที่แผนของนลินจะเริ่มขึ้น”
นี่คือแผนซ้อนแผนที่เขาวางไว้! เขาต้องการให้เธอโอนทุกอย่างก่อนที่เธอจะตาย เพื่อที่เขาจะได้เป็นผู้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จโดยชอบธรรมในฐานะเพื่อนสนิทผู้แสนดี
ศิลาหยิบปากกาสีทองขึ้นมา มือของเธอสั่นอย่างรุนแรงจนเขียนชื่อตัวเองลงในกระดาษแทบไม่ได้ รวิศมองดูภาพนั้นด้วยสายตาแห่งชัยชนะ เขาจดจ่ออยู่กับปลายปากกาที่กำลังจรดลงบนช่องลายเซ็น จนไม่ทันสังเกตเห็นว่าภายใต้โต๊ะอาหาร... ศิลาได้กดปุ่มส่งสัญญาณฉุกเฉินบนนาฬิกาข้อมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อเรียบร้อยแล้ว
ทันใดนั้น ไฟในห้องอาหารก็ดับพรึบลงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ความมืดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที
“ศิลา! เกิดอะไรขึ้น!” รวิศตะโกนเสียงหลง ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด
ในความมืดนั้น ศิลาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวอีกต่อไป เธอยืนขึ้นอย่างเงียบเชียบ มือของเธอจับมีดสเต็กที่คมกริบไว้แน่น เธอไม่ได้ขยับไปหาทางออก แต่เธอกลับเดินตรงเข้าไปหาเสียงลมหายใจที่สั่นกระตุกของรวิศ
“คุณถามว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” เสียงของศิลาเปลี่ยนไปเป็นความเย็นชาที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง “สิ่งที่เกิดขึ้นคือ... เกมที่สนุกมาถึงจุดจบแล้วค่ะรวิศ”
วินาทีนั้น แสงเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งปรากฏขึ้นที่กลางหน้าอกของรวิศผ่านช่องว่างของผ้าม่านที่ปลิวไหวตามแรงลม เสียงเข็มนาฬิกาที่เคยเงียบงันกลับดังชัดขึ้นในโสตประสาทของคนทั้งคู่ ศิลาขยับตัวเข้าใกล้จนหน้าของเธออยู่ห่างจากใบหูของเขเพียงไม่กี่นิ้ว เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“ลืมบอกไปค่ะ... เงินหกร้อยล้านของฉันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกโอนเข้าบัญชีลับที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นรางวัลนำจับหัวของเธอไปเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญกว่านั้น... นลินไม่ได้ยืนอยู่นอกตึกคนเดียวหรอกนะคะ เธอมาถึงหน้าห้องนี้แล้ว”
ประตูห้องอาหารถูกถีบออกอย่างแรงพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิทที่ถือปืนเก็บเสียงในมือ ทว่าทันทีที่เธอก้าวเข้ามา ร่างของรวิศที่ศิลาจับต้นคอไว้อยู่ก็ถูกกระชากไปเป็นโล่กำบังโดยอัตโนมัติ
นลินเบิกตากว้างเมื่อเห็นศิลาที่ควรจะอ่อนแอ กำลังแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ
“ยินดีต้อนรับสู่มื้อค่ำสุดท้ายค่ะ... ทั้งคู่เลย”
ศิลากระชับมีดในมือแน่น ขณะที่เสียงฝีเท้าของบอดี้การ์ดนับสิบคนพุ่งตรงเข้ามายังห้องนี้ด้วยความเร็วที่ไม่อาจยับยั้งได้
หวังว่ารี้ดที่รักจะชอบความเข้มข้นในตอนนี้นะคะ อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะตอนหน้าศิลาจะทำให้ทุกคนรู้ว่านรกที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไรค่ะ!
ด้วยรักและแค้น... เงียบแต่ฟาดเรียบค่ะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 10
คำลวงในมื้อค่ำ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!