เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 12

การเผชิญหน้าในเงามืด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นบุหรี่จางๆ ของรวิศยังไม่ทันจางหายไปจากห้องทำงานของศิลา แต่ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ได้สนใจกลิ่นนั้นแล้ว ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาถูกดึงไปอยู่ที่เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังมาจากมุมมืดของระเบียงชั้นบน เสียงส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนอย่างจงใจให้เบาที่สุด แต่มันกลับดังก้องในความเงียบสงัดของคฤหาสน์หลังใหญ่ในยามวิกาล ศิลาขยับตัวเข้าหลบหลังตู้หนังสือไม้โอ๊คเก่าแก่ที่เขาเพิ่งสั่งทำขึ้นใหม่ ลมหายใจของเขาผ่อนจังหวะให้สม่ำเสมอ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเดือดดาลจากคำขู่ของรวิศเมื่อครู่ บัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม “ใช่ค่ะ... ทุกอย่างเป็นไปตามแผน” เสียงนั้นหวานใส... เสียงที่เขาเคยหลงใหลและมอบให้ทั้งชีวิตและหัวใจ นลินยืนอยู่ตรงมุมอับของระเบียง แสงจันทร์สลัวเผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ดูเปราะบางและใสซื่อเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ หากไม่ใช่เพราะเขารู้ดีว่าใต้ใบหน้านั้นคืออสรพิษที่พร้อมฉกกัดทุกเมื่อ ศิลาคงจะเผลอเดินออกไปหาเธอด้วยความโหยหาเหมือนอดีต นลินลดโทรศัพท์ลงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนศิลาต้องกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ “รวิศมันก็แค่หมาล่าเนื้อตัวหนึ่งค่ะ... มันคิดว่าตัวเองคุมเกมได้ แต่มันไม่รู้หรอกว่าฉันเตรียมจะสอยมันร่วงลงมาเมื่อไหร่ พรุ่งนี้ตอนตลาดหุ้นเปิด ช่วงสิบโมงตรง... ดึงหุ้นกลุ่มพลังงานออกให้หมด ทิ้งดิ่งให้มูลค่าบริษัทเหลือศูนย์ภายในไม่กี่ชั่วโมง ศิลาจะกลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัว... แล้วตอนนั้นแหละค่ะ ที่เราจะเข้าไปกวาดซื้อเศษซากที่เหลือทิ้งไว้ในราคาถูกๆ” ศิลาแทบหยุดหายใจ ดวงตาคู่คมจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความโกรธแค้นไม่ใช่สิ่งที่พุ่งพล่าน แต่เป็นความสมเพชที่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่จะทำลายล้าง เธอไม่เพียงแต่จะฆ่าเขา... เธอจะฆ่าบริษัทที่พ่อเขาสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อเพียงเพื่ออำนาจที่เธอโหยหา นลินหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอหันมามองทางมุมมืดที่ศิลาซ่อนตัวอยู่ชั่วขณะ ศิลาแทบจะกลั้นหายใจ ร่างกายของเขาเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง แต่ทว่านลินกลับเพียงแค่เสยผมที่ปรกหน้าก่อนจะก้าวเดินผ่านจุดที่เขาซ่อนตัวไปโดยไม่เฉลียวใจ เขารอจนกระทั่งเสียงส้นเข็มนั้นเลือนหายไปทางห้องนอนใหญ่ จึงก้าวออกมาจากเงามืด เมฆเดินเข้ามาหาเขาจากเงามืดอีกด้านหนึ่ง ใบหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่มเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ “คุณศิลาครับ... เอ้อ... ดิฉันหมายถึง คุณศิลาคะ” เมฆแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของเจ้านาย “พวกเราจะทำยังไงกันดีคะ? ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ พรุ่งนี้เราจะสูญเสียทุกอย่างจริงหรือคะ?” ศิลาเดินไปที่โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารชุดหนึ่งออกมาเปิดดู มันเป็นรายชื่อผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เขาแอบสะสมมาอย่างเงียบๆ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่มองแล้วน่าขนลุก “นลินคิดว่าเธอคุมเกมอยู่... เธอคิดว่ารวิศคือหมากตัวเดียวที่ฉันต้องกังวล” ศิลาวางเอกสารลงบนโต๊ะ “เธอพลาดไปอย่างหนึ่งนะเมฆ เธอพลาดที่คิดว่าฉันยังเป็นคนเดิมที่โง่เขลาและมองไม่เห็นแผนชั่วร้ายของเธอ” “คุณศิลาหมายความว่ายังไงหรือคะ?” เมฆถามด้วยความสงสัย “พรุ่งนี้ตอนสิบโมง... เมื่อเธอสั่งเทขายหุ้นทั้งหมด ฉันจะเปิดทางให้เธอทำสำเร็จ” ศิลาตอบพลางจ้องมองออกไปที่สวนกว้าง “ปล่อยให้เธอสนุกกับการทุบหุ้นจนสะใจ แต่ก่อนหน้านั้น... ส่งข้อมูลบัญชีลับของเธอที่โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเชลล์ให้ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ตามแผนที่ฉันวางไว้” “แต่แบบนั้น... บริษัทจะล้มละลายนะคะ คุณศิลาจะยอมเสียเงินนับพันล้านไปกับเกมนี้หรือคะ?” ศิลาหันมามองเมฆ สายตาของเขามีประกายบางอย่างที่ทำให้เมฆถึงกับต้องหลบตา “เงินนับพันล้านน่ะเหรอ? ถ้าแลกกับการที่ฉันได้เห็นนลินกับรวิศถูกลากเข้าคุกพร้อมกับความพินาศของทุกอย่างที่พวกเขาเชื่อมั่น... มันก็เป็นดีลที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตฉันแล้ว” บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสนิท ศิลาก้าวไปที่หน้าต่าง มองดูเงาไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม เขารู้ดีว่ากระดานหมากนี้ไม่ได้มีแค่เขาและนลิน ยังมีมือที่สาม... มือที่ลึกลับกว่านั้นซึ่งยังไม่เผยตัวออกมา แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เขารอคอย ทว่าในตอนที่ศิลากำลังจะสั่งให้เมฆไปเตรียมการขั้นต่อไป เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นในยามวิกาลอย่างบ้าคลั่ง ทั้งคู่หันไปมองหน้ากันด้วยความสงสัย เมฆรีบวิ่งไปดูที่กล้องวงจรปิดก่อนจะชะงักงัน “ใครคะเมฆ?” ศิลาเอ่ยถาม เมฆหันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าซีดเผือด “ตำรวจค่ะคุณศิลา... พวกเขานำหมายค้นมา และบอกว่าคุณ... ถูกแจ้งความข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินค่ะ” ศิลานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ นลินไม่ใช่แค่รวบรัดแผนการ แต่เธอเดินเกมเร็วกว่าที่เขาคิดไว้ก้าวหนึ่งเสมอ และในขณะที่ประตูหน้าบ้านถูกทุบโครมครามจนบานพับเริ่มจะหลุด ศิลาก็เห็นเงาของใครบางคนยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง... ร่างนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นรวิศที่ยืนกอดอกมองลงมาที่เขาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นผู้ชนะที่ยืนดูหนูติดกับ ศิลาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสุดท้ายออกไป ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ในเมื่อเกมนี้ต้องแลกด้วยอิสรภาพ เขาก็จะทำให้มันเป็นเกมที่ไม่มีใครได้เป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง “ไปเปิดประตูให้พวกเขาเถอะเมฆ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังจะพบ... ไม่ใช่ความผิดของฉัน แต่มันคือจุดจบของนลินต่างหากล่ะ” หวังว่าตอนที่ 12 จะถูกใจนักอ่านที่รักของ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%