เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 31

กับดักในงานสังคม

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้สมองของคุณกระจายเต็มเบาะรถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อมา" เสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหูของศิลา ในความมืดมิดที่กลืนกินทุกสรรพสิ่ง แรงกดจากปากกระบอกปืนเย็นเยียบที่ขมับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขากลับแค่นยิ้มบางๆ ออกมาท่ามกลางความเงียบงัน "มือสั่นนะรวิศ... การลอบสังหารเพื่อนรักในคืนวันเปิดตัวงานการกุศลเนี่ย มันดูสิ้นคิดไปหน่อยหรือเปล่าคะ?" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ มากกว่าเรื่องความเป็นความตาย "หุบปาก!" รวิศคำรามเบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงความสั่นเทาในน้ำเสียง "แกคิดว่าแกเหนือกว่าเสมอศิลา แต่คืนนี้ แกไม่มีทางรอดไปถึงงานเลี้ยงหรอก" "ผิดแล้วค่ะ" ศิลาตอบพลางกดปุ่มใต้คอนโซลรถเพียงเสี้ยววินาที ไฟในรถสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงระบบป้องกันภัยที่ทำงานอัตโนมัติ ร่างของเมฆที่พุ่งเข้ามาจากเบาะหลังราวกับเงาตวัดมีดสั้นเข้าที่ข้อมือของรวิศจนปืนร่วงหล่น ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย ศิลากลับยกมือขึ้นห้าม "ปล่อยเขาไปเมฆ" ศิลาหันมามองเพื่อนรักที่หน้าซีดเผือดด้วยสายตาว่างเปล่า "ไปงานเลี้ยงกันเถอะ... คืนนี้ฉันเตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้ทุกคนแล้ว" *** คฤหาสน์หรูใจกลางเมืองถูกประดับประดาด้วยไฟระย้าที่ส่องแสงวิบวับล่อแมลงเม่าให้บินเข้ากองไฟ แขกเหรื่อในชุดราตรีและสูทราคาแพงต่างจิบไวน์ชั้นดี หัวเราะร่าอย่างมีความสุข โดยหารู้ไม่ว่านี่คืองานเลี้ยงครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทุกคนจะได้หายใจร่วมกัน ศิลาก้าวเข้ามาในโถงกลางด้วยท่วงท่าสง่างาม ข้างกายคือเมฆที่คอยสอดส่องสายตาไปทั่ว นลินในชุดราตรีสีแดงเพลิงเดินตรงเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ เธอกรีดกรายมาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เขาเคยเกลียดชัง "ศิลา... ฉันนึกว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว" นลินเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามปกเสื้อของเขา "รู้ไหมคะว่าคืนนี้มีเรื่องสนุกๆ รออยู่เยอะเลย" "นั่นสิคะ" ศิลาตอบพลางหยิบแก้วแชมเปญจากถาดของบริกร "โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า... ใครกันแน่ที่จะเป็นคนถือไพ่ใบสุดท้ายในเกมนี้" นลินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะเบาๆ "คุณก็ยังเป็นคนตลกเหมือนเดิมนะ... แต่ระวังหน่อยนะคะ ความสนุกมักจะมาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่ายเสมอ" ศิลาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบห้อง รวิศที่เพิ่งเดินเข้ามาในงานพร้อมรอยฟกช้ำที่ข้อมือสบตาเขาด้วยความเกลียดชัง บรรดาผู้ร่วมขบวนการล้มล้างตระกูลของเขาที่กระจายตัวอยู่ทั่วงาน ต่างพากันขยับตัวเข้ามาใกล้ราวกับฝูงหมาป่าที่รอจังหวะขย้ำเหยื่อ "คุณคิดว่าตัวเองคุมเกมได้งั้นเหรอ?" ศิลาพูดพลางวางแก้วแชมเปญลงบนโต๊ะเสียงดังเคร้ง "พวกคุณทุกคนที่อยู่ที่นี่... ตั้งแต่คนที่ถือหุ้นบริษัทไปจนถึงคนที่ลั่นไกฆ่าพ่อแม่ฉัน... เชื่อจริงๆ สินะว่าความมืดมิดที่พวกคุณสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีจะไม่มีวันถูกเปิดเผย?" เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงอยู่เงียบลงกะทันหัน ทุกสายตาจับจ้องมาที่ศิลา รวิศก้าวออกมาข้างหน้าด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว "แกกำลังเพ้อเจ้ออะไรศิลา! แกคิดว่าแกมีปัญญาทำอะไรได้ในที่ที่มีแต่คนของฉันแบบนี้?" ศิลาไม่ตอบ เขากลับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสูทแล้วหยิบรีโมทขนาดเล็กออกมา มือของเขากดปุ่มอย่างแผ่วเบา ทันใดนั้น หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับเปิดวิดีโอพรีเซนเทชันของงานก็สว่างขึ้น ภาพที่ปรากฏไม่ใช่กราฟกำไรขาดทุนของบริษัท แต่มันคือภาพบทสนทนาลับๆ ในห้องมืดที่รวิศกำลังตกลงเรื่องการฟอกเงิน และภาพนลินที่กำลังวางแผนสลับยาประจำตัวของพ่อศิลาในวันก่อนเกิดอุบัติเหตุ เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วโถง นลินหน้าถอดสี มือสั่นระริกจนแก้วไวน์ในมือร่วงแตกกระจายบนพื้น "พวกคุณชอบของขวัญที่ฉันเตรียมให้ไหมคะ?" ศิลาเดินเข้าไปใกล้รวิศที่กำลังตัวสั่น "แต่ขอโทษทีนะ... ของขวัญจริงๆ มันไม่ได้มีแค่นี้" เขากดรีโมทอีกครั้ง ไฟในโถงดับลงมืดสนิท เหลือเพียงแสงสีแดงวูบวาบจากระบบฉุกเฉินที่ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงประตูล็อคอัตโนมัติรอบคฤหาสน์ปิดตายลงด้วยกลไกไฟฟ้าที่ศิลาเป็นคนแฮ็กระบบเองทั้งหมด "ในนี้ไม่มีทางออก ไม่มีทางหนี" เสียงของศิลาดังกังวานในความมืดที่กดดัน "และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้มาที่นี่คนเดียว" รวิศตะโกนร้องด้วยความสติแตก "ออกมา! ใครก็ได้จัดการมัน!" แต่ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาใกล้จากเงามืดด้านหลังของรวิศ พร้อมกับเสียงปลดล็อคไกปืนที่ดังชัดเจนจนคนทั้งงานต้องหยุดหายใจ รวิศหันกลับไปมองช้าๆ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดกลัวสุดขีด "แก... แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" รวิศแทบจะสิ้นสติเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ศิลายิ้มเย็นเหยียบในความมืด "คนตายแล้ว... ก็ควรจะอยู่ในหลุมสิคะ แต่สำหรับคนที่ทำลายชีวิตคนอื่นจนไม่เหลือชิ้นดี การกลับมาทวงความยุติธรรมจากนรก ก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีไม่ใช่เหรอคะ?" บุคคลปริศนาในเงามืดก้าวออกมา พร้อมกับแสงไฟที่วูบวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่ทุกคนในงานต่างจำได้ดี... ใบหน้าของคนที่ทุกคนลงมติว่าตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ศิลาสูญเสียทุกอย่าง! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแค้นครั้งนี้มาถึงตอนที่ 31 นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%