“ฉันถามว่า... แกตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง!”
เสียงกระซิบที่สั่นพร่าของรวิศดังแทรกผ่านความเงียบงันที่กดทับห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ใบหน้าของเขาที่เคยสง่างามด้วยการเสแสร้ง บัดนี้ซีดเผือดราวกับคนเห็นผี แสงไฟสปอร์ตไลท์จากเวทีไม่ได้สาดส่องมาที่เขา แต่กลับพุ่งตรงไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดเบื้องหลังม่านกำมะหยี่สีแดงสด
ศิลาในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่าน แววตาของเขาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย เขาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว แต่นั่นกลับดูน่าสะพรึงกลัวกว่าการตะโกนด่าทอหลายเท่า รวิศถอยกรูดจนเกือบสะดุดชายชุดสูทของตัวเอง นลินที่ยืนอยู่ข้างๆ มือสั่นเทาจนแก้วไวน์ในมือสั่นไหวกระทบกันดังเคร้ง เธอพยายามจะเอ่ยปากแก้ตัว แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้
“รวิศ... โลกนี้มันกลมเกินกว่าจะให้คนอย่างแกหนีพ้นความจริงใช่ไหม” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่ากังวานไปทั่วทั้งโถงงานเลี้ยง เขาไม่ได้พุ่งเข้าใส่ แต่เขากลับเดินช้าๆ ไปยังแท่นไมโครโฟนกลางเวที
บรรยากาศในงานเงียบกริบ แขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตต่างหยุดนิ่ง ทุกสายตาจับจ้องมาที่เหตุการณ์พลิกผันตรงหน้า เมฆซึ่งยืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้คน ปรับจูนอุปกรณ์สื่อสารในมือเบาๆ ส่งสัญญาณให้ระบบควบคุมเสียงในงานเปลี่ยนโหมดเข้าสู่สภาวะ 'ถ่ายทอดสด' ทันที
“แก... แกต้องการอะไร” รวิศเค้นเสียงถาม พยายามเรียกสติกลับคืนมา “แกไม่มีหลักฐานอะไรหรอก ศิลา! ทุกอย่างมันจบไปตั้งแต่วันที่ไฟไหม้คฤหาสน์นั่นแล้ว!”
ศิลาหยุดยืนอยู่หน้าไมโครโฟน เขาไม่ได้มองรวิศ แต่กวาดสายตามองไปรอบๆ งาน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก “ไฟไหม้ที่แกจัดฉากขึ้นมาเพื่อฝังกลบความโลภของตัวเองไงล่ะ รวิศ... บางทีแกอาจจะลืมไปว่า ในคืนนั้น นอกจากความตายที่แกยัดเยียดให้คนอื่น แกยังทิ้ง 'ของขวัญ' ชิ้นสำคัญเอาไว้ให้ฉันด้วย”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง ศิลาไม่รอช้า เขาหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วขึ้นมาโชว์ ก่อนจะเสียบมันเข้ากับช่องเชื่อมต่อของระบบเสียงในงานทันที
“รวิศ... นายจำเสียงของตัวเองในคืนนั้นได้ไหม?”
ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยของรวิศก็ดังกระหึ่มไปทั่วห้องจัดเลี้ยงผ่านลำโพงคุณภาพสูง เสียงนั้นชัดเจนและหนักแน่น เป็นเสียงของการเจรจาซื้อขายชีวิตคนเพื่อแลกกับอำนาจบริหารบริษัทในเครือตระกูลศิลา ทุกคำพูดที่หลุดออกมาเปรียบเสมือนคมมีดที่ค่อยๆ เฉือนปอกเปลือกความชั่วร้ายของรวิศออกมาทีละชั้น
“...จัดการให้สะอาดที่สุด เรื่องหุ้นของศิลา ฉันต้องการให้มันตกเป็นของฉันก่อนฟ้าสาง นลินเองก็จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย ถ้าศิลาไม่ยอมตาย... ก็ทำให้มันกลายเป็นคนพิการที่ไม่มีใครต้องการซะ!”
รวิศตัวแข็งทื่อ เขาหน้าถอดสีจนแทบไม่มีเลือดหลงเหลือบนใบหน้า นลินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น เธอหันมามองรวิศด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้น ความไว้ใจที่เคยมีต่อกันมอดไหม้ลงภายในพริบตาเดียวเมื่อความจริงถูกเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน
“ไม่! ไม่ใช่! นั่นมันการตัดต่อ! ศิลา แกใส่ร้ายฉัน!” รวิศตะโกนสุดเสียง พยายามถลาเข้าไปยังเวที แต่เมฆที่ดักรออยู่แล้วก็ก้าวออกมาขวางเอาไว้ด้วยพละกำลังมหาศาล เขาจับไหล่รวิศไว้แน่นจนอีกฝ่ายหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“สารภาพมาเถอะรวิศ” ศิลากล่าวเสียงเรียบขณะก้าวลงจากเวทีไปเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนรักในระยะประชิด “ความอดทนของฉันมันมีจำกัด และคนอย่างแก... ไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยชื่อครอบครัวฉันด้วยซ้ำ”
รวิศสั่นไปทั้งตัว เขาเงยหน้ามองศิลา เห็นเพียงแววตาที่ว่างเปล่าและไร้ความเมตตา ราวกับศิลาในวันนี้ไม่ใช่ศิลาคนเดิมที่เขาเคยหลอกใช้ แต่เป็น 'ปีศาจ' ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง
“แกมันปีศาจ...” รวิศกระซิบ
“ถ้าฉันเป็นปีศาจ” ศิลาขยับเข้าไปใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชิดกัน “แกก็น่าจะเป็นขุมนรกที่ฉันต้องข้ามผ่านไปเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย”
ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟทั่วทั้งงานก็ดับลงพร้อมกันราวกับถูกตัดวงจร ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิทชั่วขณะ ท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องของบรรดาแขกเหรื่อ ศิลาสัมผัสได้ถึงแรงดึงที่แขนเสื้อ—นลินนั่นเองที่อาศัยจังหวะนี้คลานเข้ามาใกล้ เขาพยายามจะผลักเธอออก แต่สัมผัสเย็นเยียบของวัตถุโลหะที่จ่อเข้าที่สีข้างทำให้เขาชะงัก
“ถ้าฉันต้องจบที่นี่...” เสียงนลินสั่นเครือแต่แฝงความบ้าคลั่ง “แกต้องไปกับฉันด้วย ศิลา... เรามาจบเรื่องราวความรักที่บิดเบี้ยวนี่ด้วยกันเถอะ”
ทว่าก่อนที่ไกปืนจะถูกเหนี่ยว เสียงปืนอีกนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ไม่มีใครคาดคิด ตามด้วยร่างของใครบางคนที่ร่วงลงไปกองกับพื้นต่อหน้าศิลา ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินที่เริ่มกะพริบขึ้นมาเผยให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่—ใบหน้าที่ศิลาไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องมาเห็นในสถานการณ์แบบนี้... มันคือพ่อของเขาที่เขามั่นใจว่าตายไปในกองเพลิงเมื่อหลายปีก่อน!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ อย่าลืมติดตามตอนหน้าว่าความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เถ้าถ่านคืออะไรค่ะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 32
กลลวงที่เหนือชั้น
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!