“ดีใจที่เห็นคุณยังไม่ลืมกลิ่นน้ำหอมขวดนี้... ศิลา”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มทว่าแฝงความเย็นเยียบดังขึ้นจากความมืด นลินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะหลังรถคันหรู ใบหน้าภายใต้เงามืดนั้นซ่อนรอยยิ้มที่ศิลาจำได้แม่นยำยิ่งกว่าลายเซ็นของตัวเอง รอยยิ้มที่เคยทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก... ก่อนที่มันจะกลายเป็นรอยยิ้มที่กรีดลงบนหัวใจเขาจนแหลกเหลวในชาติภพที่แล้ว
ศิลานิ่งงัน มือที่กุมขอบประตูรถสั่นระริกเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมามั่นคงดั่งหินผา เขาค่อยๆ ก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะคู่ขนานกับเธอ กลิ่นดอกมะลิอ่อนๆ ที่อบอวลอยู่ในรถมันทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะสำรอกออกมา แต่เขาก็ทำเพียงแค่ดึงสายรัดเข็มขัดนิรภัยช้าๆ ราวกับกำลังจัดระเบียบความคิด
“คุณมาเร็วกว่าที่ผมคาดไว้มาก นลิน” ศิลาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง “นึกว่าต้องรอให้ผมเซ็นโอนหุ้นลอตสุดท้ายให้ก่อน ถึงจะยอมโผล่หัวออกมาจากรูเสียอีก”
นลินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอขยับตัวเข้าใกล้จนศิลาได้กลิ่นหอมฟุ้งที่เขาเกลียดชัง มือเรียวบางที่มีเล็บสีแดงสดของเธอเอื้อมมาแตะที่ปกคอเสื้อของเขาเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่นให้ “พูดจาให้ร้ายกันแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ ศิลา เราสองคนไม่ใช่แค่คนทำธุรกิจร่วมกันเสียหน่อย... ลืมไปแล้วหรือคะว่าอดีตของเรามันลึกซึ้งแค่ไหน”
ศิลาปัดมือเธออกด้วยท่าทีเฉยเมยราวกับกำลังปัดแมลงน่ารำคาญ “อดีตก็คืออดีตที่ฝังกลบไปแล้ว ผมสนใจแค่ปัจจุบัน... และตอนนี้ปัจจุบันของผมคือการกำจัดขยะให้พ้นทางธุรกิจ”
เขาหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าข้างเบาะ แล้วโยนลงบนตักของหญิงสาว “ข้อเสนอการควบรวมกิจการทั้งหมด นี่คือลายเซ็นของผมที่จะสละสิทธิ์ในบอร์ดบริหาร ถ้าคุณต้องการมันนัก ก็เอาไป แต่ขอเตือนไว้ก่อน... การกินคำโตเกินไป ระวังจะติดคอตาย”
นลินหยิบเอกสารขึ้นมาพลิกดูด้วยสายตาที่เป็นประกาย เธอไม่ได้อ่านเนื้อหาอย่างละเอียดเพราะความมั่นใจในแผนการของรวิศที่วางไว้ล่วงหน้าว่าศิลานั้นจนตรอกเต็มที “คุณช่างเป็นคนว่านอนสอนง่ายเสียจริงนะคะศิลา ถ้าคุณยอมจำนนตั้งแต่ตอนนั้น... เรื่องน่าเศร้าคงไม่เกิดขึ้น”
“ที่ผมยอมตอนนี้ ไม่ใช่เพราะผมแพ้” ศิลาหันไปสบตากับเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมืดดำราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง “แต่เพราะผมอยากรู้ว่า... ตอนที่คุณกำลังจะลิ้มรสชัยชนะที่สุดยอดที่สุด รสชาติของความพินาศมันจะเป็นยังไง”
บรรยากาศในรถบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ นลินชะงักไปครู่หนึ่งกับแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา ความรู้สึกไม่ปลอดภัยแล่นริ้วเข้ามาในใจ แต่นางปีศาจในคราบสาวสวยก็รีบสลัดมันทิ้ง “งั้นเรามาเริ่มรอยยิ้มแรกก่อนพายุใหญ่กันเถอะค่ะ คืนนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล... อย่าลืมมาเป็นสักขีพยานตอนที่ฉันประกาศชัยชนะเหนือคุณต่อหน้าทุกคนล่ะ”
เธอก้าวลงจากรถ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมที่เป็นดั่งคำสาป ศิลามองตามหลังเธอไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความสั้นๆ ถึงเมฆที่ซุ่มอยู่ไม่ไกล
*‘พวกมันติดกับหมดแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม คืนนี้... เราจะปิดฉากละครฉากนี้ด้วยเลือดของพวกมัน’*
เมฆในชุดบอดี้การ์ดสีดำสนิทขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อย พลางมองไปยังรถคันที่นลินเพิ่งก้าวลงมา เขาไม่ได้ตอบโต้สิ่งใดผ่านสื่อสาร แต่กลับกดรีโมทในมือเบาๆ ส่งสัญญาณให้ทีมงานที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณงานเลี้ยงเริ่มปฏิบัติการ ‘ล้อมกรอบ’
ทว่าในขณะที่ศิลากำลังจะสตาร์ทรถ จู่ๆ กระจกมองหลังของเขาก็ปรากฏเงาของใครบางคนยืนพิงอยู่ที่ผนังตึกด้านหลัง เขาหรี่ตาลงมองให้ชัดเจน ก่อนที่หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ—นั่นไม่ใช่ลูกน้องของนลิน ไม่ใช่รวิศ... แต่เป็น ‘อดีตพันธมิตร’ ที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน!
ชายคนนั้นขยับปากพูดโดยไม่มีเสียง แต่ศิลาอ่านริมฝีปากนั้นออกอย่างชัดเจน
*‘แกก้าวพลาดแล้ว... เพื่อนเก่า’*
พร้อมกันนั้น ไฟทั่วลานจอดรถก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ไร้แสงสว่าง ศิลาคว้าปืนพกคู่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้เบาะขึ้นมาเตรียมพร้อม ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านคนขับก็แตกละเอียดจากแรงกระแทกของปลายกระบอกปืนเก็บเสียงที่จ่อตรงมาที่ขมับของเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงอยู่เคียงข้าง และร่วมลุ้นระทึกไปกับแผนการล้างแค้นของศิลาในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 30
รอยยิ้มก่อนพายุใหญ่
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!