“ถ้างานนี้พลาดอีกครั้งเดียว ฉันจะถือว่านายคือขยะที่ฉันต้องกำจัดทิ้งเหมือนศิลา... นายเข้าใจที่ฉันพูดไหม รวิศ”
เสียงหวานเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กรีดผ่านลำคอดังขึ้นในห้องทำงานส่วนตัวที่มืดมิด มีเพียงแสงไฟจากซิการ์ของรวิศที่จุดประกายวูบวาบตามจังหวะการสูบที่สั่นเทา นลินยืนกอดอกอยู่ตรงมุมมืดของห้อง ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นไม่ได้มีความรักหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสมเพชที่ฉาบไว้หนาเตอะ
รวิศกระแทกแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น เขาสะบัดหน้ามองหญิงสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคับแค้น “อย่ามาขู่ฉันด้วยชื่อของมัน! นายศิลามันตายไปตั้งนานแล้ว แล้วยัยนั่น... ผู้หญิงที่แกส่งไปจัดการมันที่ท่าเรือนั่นน่ะ กลับมาพร้อมกับบาดแผลและคำพูดเพ้อเจ้อว่าศิลา ‘ไม่ควรกลับมา’ แกจะให้ฉันทำยังไงในเมื่อคนของแกมันไร้น้ำยา!”
นลินก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวตกกระทบใบหน้าสวยหวานที่ดูไร้พิษสง แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน เธอเดินเข้าไปใกล้รวิศจนเขาสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่ชวนให้ขวัญผวา เธอโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูเขา “สิ่งที่นายเรียกมันว่าความไร้น้ำยา ฉันเรียกมันว่า ‘ความหวาดกลัว’ รวิศ... ศิลาไม่ได้กลับมาในฐานะคนเดิม นายเองก็น่าจะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ ว่าคนที่ตายไปแล้วและฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยความแค้น มันน่ากลัวกว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่หลายเท่า”
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว!” รวิศลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มลง “แกก็แค่กลัวว่าจะรักษาอำนาจที่โกงเขามาไม่ได้นาน แกมันก็แค่ผู้หญิงขี้ขลาดที่อาศัยบารมีตระกูลศิลาขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะฉันช่วยเก็บกวาดให้ในวันนั้น แกก็คงไม่มีปัญญามานั่งสั่งงานฉันแบบนี้!”
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น นลินไม่ได้โกรธ เธอเพียงแค่ออกแรงบีบหัวไหล่ของรวิศจนเขาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด นิ้วเรียวของเธอจิกผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงลงไปถึงกระดูก “นายจำไว้ให้ดีนะรวิศ... การที่นายยังมีลมหายใจอยู่ถึงวันนี้ เพราะฉันยังเห็นว่านายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ ถ้าวันไหนที่ฉันรู้สึกว่านายเริ่มเน่าเฟะ หรือกลายเป็นตัวถ่วง... ฉันจะไม่ลังเลที่จะฝังนายไว้ข้างๆ ศิลา ในหลุมที่ฉันเตรียมไว้ให้”
เธอผละออกอย่างรวดเร็วและเดินไปที่ประตู ทิ้งให้รวิศยืนหอบหายใจด้วยความเดือดดาล เขาคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะขว้างใส่ผนังจนแตกกระจาย เสียงเศษแก้วร่วงกราวลงพื้นเปรียบเสมือนเสียงเตือนภัยในใจของเขาเอง
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ร้างห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ศิลานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าผุพัง เลือดซึมออกจากแผลที่สีข้างจากการต่อสู้เมื่อครู่ เมฆที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรีบวางกล่องพยาบาลลงข้างกายเขา สีหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวล
“นายน้อยครับ... แผลลึกเกินไป ต้องทำความสะอาดเดี๋ยวนี้” เมฆกล่าวพลางใช้มีดพกตัดผ้าพันแผลอย่างชำนาญ
“ฉันเห็นแล้ว เมฆ” ศิลาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่ไร้บานกระจก “ผู้หญิงคนนั้น... เธอมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่ใช่ระดับนักฆ่ารับจ้างทั่วไป เธอมีจังหวะการเคลื่อนไหวที่ฉันคุ้นเคย”
เมฆชะงักมือที่กำลังแตะสำลีลงบนแผล “นายน้อยหมายความว่ายังไงครับ?”
“มันคือรูปแบบการต่อสู้ที่ฉันเคยสอน... สอนให้กับคนที่ฉันเคยไว้ใจที่สุด” ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่เป็นความสมเพชตัวเอง “นลินไม่ได้แค่จ้างคนมาฆ่าฉัน แต่เธอกำลังฝึกฝน ‘เงา’ ของเธอให้เป็นเหมือนฉัน เพื่อที่จะทำลายทุกสิ่งที่ฉันเหลืออยู่”
“ถ้าอย่างนั้น... เราจะจัดการยังไงต่อครับ? ให้ผมไปจัดการรวิศเลยไหม?” เมฆถามด้วยความโกรธแค้นแทนเจ้านาย
ศิลาลุกขึ้นยืนแม้จะยังรู้สึกเจ็บแปลบที่แผล เขาเดินไปหยิบไฟล์เอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเปิดดู ในนั้นคือรายชื่อผู้ถือหุ้นและบัญชีลับที่เชื่อมโยงถึงรวิศ “อย่าเพิ่งใจร้อนไปเมฆ... หมากตัวนี้กำลังสั่นคลอน นลินกับรวิศกำลังระแวงกันเอง นี่คือโอกาสเดียวที่เราจะทำให้พวกมันกินเลือดกันเองก่อนที่เราจะลงมือ”
เขาสั่งงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด จนเมฆยังต้องก้มหัวรับคำ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ทั้งสองนิ่งค้างไปพร้อมกัน มือของศิลาเลื่อนไปหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะอย่างรวดเร็ว
ประตูไม้เก่าๆ ถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริศนาคนเดิมที่ศิลาเพิ่งปะทะด้วยที่ท่าเรือ เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่กลับถือซองจดหมายสีดำประทับตราครั่งสีแดงสดมาด้วย เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าศิลาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ศิลาต้องนิ่วหน้า
“นายน้อย... นายไม่ได้ถูกรวิศทรยศแค่คนเดียว” หญิงสาวเว้นจังหวะ ก่อนจะยื่นจดหมายให้ “คนที่สั่งให้ฉันมาฆ่านายเมื่อครู่ ไม่ใช่นลิน... แต่เป็น ‘คน’ ที่อยู่ข้างกายศิลามาตลอดสามปีที่ผ่านมา”
ศิลาจ้องมองซองจดหมายในมือหญิงสาว หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อเห็นรอยประทับบนจดหมายนั้น มันคือตราประจำตัวที่เขาเคยสั่งให้ ‘ใครบางคน’ ทำขึ้นมาเพื่อใช้สื่อสารกับเขาคนเดียวเท่านั้น... ตราที่อยู่กับคนคนเดียวที่เขาไว้ใจที่สุดนอกจากเมฆ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการอันซับซ้อนในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้คุณตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมค่ะ
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 17
การพบกันของคนโฉด
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!