เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 14

ความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“เล่นเกมไล่จับสนุกพอหรือยัง... คุณศิลา?” เสียงของนลินยังคงหวานหยด แต่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ความหวานนั้นกลับฟังดูเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนผ้ากำมะหยี่สีเข้ม ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊คตัวใหญ่ มือที่ถือปากกาหมึกซึมราคาสูงไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เขาวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางราวกับเจ้าของพื้นที่ “ผมว่าคำถามนั้นควรจะเป็นของผมมากกว่านะ นลิน” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความร้อนรน “คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายวิ่งไล่ล่าความจริงในเรื่องที่ ‘ถูกลืม’ ไปนานแล้ว” นลินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่มุมปากของเธอแข็งค้างไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาอ่อนหวานดังเดิม หญิงสาวเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ ส้นเข็มสูงกระแทกพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่จงใจสร้างความกดดัน เธอโน้มตัวลงบนโต๊ะ ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยทำให้ศิลาตายใจกำลังพิจารณาเขาอย่างละเอียด ราวกับกำลังมองหาสิ่งแปลกปลอมในร่างของชายที่เธอเคยรู้จักดี “คุณเปลี่ยนไปนะ” เธอกระซิบ แววตาของเธอเปลี่ยนจากความเอ็นดูเป็นความระแวดระวัง “สายตาของคุณ... มันเหมือนคนที่ไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้ใครอีกแล้ว แม้แต่กับฉัน” “คนที่ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องมีความรู้สึกให้ใครอีกหรอก นลิน” ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันจากร่างสูงโปร่งทำให้นลินเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว กลิ่นอายของความตายและความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เธอเคยเจอ มันเป็นความเยือกเย็นที่ทำให้นักล่าอย่างเธอเริ่มรู้สึกเหมือนกลายเป็นเหยื่อเสียเอง ที่มุมหนึ่งของห้อง เมฆซึ่งยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ในเงามืดมาตลอดไม่ได้ขยับตัว แต่สายตาคมกริบของเขากำลังจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของนลิน มือขวาของศิลาวางอยู่ใกล้กับซองเอกสารบนโต๊ะอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับกำลังบอกใบ้ว่า หากนลินขยับตัวผิดจังหวะเพียงนิดเดียว เอกสารฉบับนั้นจะกลายเป็นประวัติอาชญากรรมที่ทำลายชีวิตเธอได้ทันที “รวิศเริ่มถามหาคุณแล้วนะ” นลินเปลี่ยนเรื่อง พยายามคุมน้ำเสียงให้มั่นคง “เขาบอกว่าช่วงนี้คุณทำตัวลึกลับเกินไป... หุ้นส่วนคนสำคัญเริ่มไม่พอใจที่คุณเอาแต่จัดการเรื่อง ‘เศษซาก’ ของครอบครัว แทนที่จะสนใจโปรเจกต์ใหญ่ที่เราตกลงกันไว้” “ฝากบอกรวิศด้วยว่า ถ้าเขารีบร้อนอยากเห็นสมบัติของตระกูลผมมากนัก ก็ให้บอกเขาเตรียมตัวให้ดี” ศิลาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ตรงหน้านลิน ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนใกล้จนนลินได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เพราะคนที่จะไปนั่งอยู่ในที่ของเขา... อาจจะไม่ใช่เขาอีกต่อไป” นลินรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนที่แล่นพล่านไปตามสันหลัง เธอพยายามจะเอ่ยประโยคแก้เผ็ด แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อศิลาใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นเบาๆ แววตาของเขาไม่มีความอาลัยอาวรณ์เหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับเขามองทะลุไปถึงไส้ในของเธอ... มองเห็นแผนการที่เธอซ่อนไว้ในกระเป๋าถือใบหรู “คุณรู้...” นลินพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “คุณรู้เรื่องทั้งหมดแล้วใช่ไหม?” ศิลาไม่ตอบ เขากลับยิ้ม ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้นลินเสียวสันหลังวาบ รอยยิ้มของนักล่าที่เพิ่งพบว่าเหยื่อเดินเข้ามาติดกับด้วยตัวเอง “ผมรู้มากกว่าที่คุณคิด นลิน... และคืนนี้คุณจะได้เห็นว่า สิ่งที่คุณพยายามจะทำลาย มันมีความหมายต่อผมมากแค่ไหน” เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของศิดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดนั้น ศิลาเหลือบมองหน้าจอแล้วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาไม่รับสาย แต่กดตัดสายทิ้งต่อหน้านลิน “รวิศโทรมางั้นเหรอ?” นลินถามพลางกลืนน้ำลาย “ไม่ใช่รวิศ” ศิลาหยิบเสื้อสูทขึ้นมาพาดบ่า “เป็นตำรวจ... พวกเขากำลังรอหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมสัญญาว่าจะส่งให้ภายในสิบนาทีนี้” นลินหน้าถอดสีทันที เธอหมุนตัวจะรีบวิ่งออกจากห้อง แต่เมฆได้ขยับกายมาขวางทางไว้เหมือนกำแพงเหล็กกล้า ศิลาเดินผ่านนลินไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย แต่ก่อนจะถึงประตู เขาก็หยุดฝีเท้าลง “อ้อ อีกอย่างหนึ่งนะนลิน...” เขาหันมามองนิ่งๆ “เอกสารที่คุณแอบมาเปลี่ยนในห้องนี้เมื่อคืนน่ะ... ผมสลับมันคืนที่เดิมให้แล้วนะ ตอนนี้ทางตำรวจเขากำลังอ่านเนื้อหาชุดที่ ‘ตัวคุณเอง’ เป็นคนลงลายเซ็นรับรองความผิดไว้อยู่พอดี” นลินทรุดเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความสิ้นหวัง แต่ทว่า... จังหวะที่ความเงียบเข้าปกคลุม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่เดินเข้ามาในห้องจากทางด้านหลังของศิลา ก็ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ร่างสูงใหญ่ของรวิศปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลูกสมุนกลุ่มหนึ่งที่ถือปืนเก็บเสียงไว้ในมือ เขาไม่ได้ดูตกใจเลยสักนิดที่เห็นนลินในสภาพนั้น รวิศแค่ยิ้มกว้างแล้วตบมือช้าๆ สองสามครั้ง “แผนซ้อนแผนน่ะมันก็ดีอยู่หรอกศิลา...” รวิศเอ่ยพร้อมกับเล็งกระบอกปืนไปที่ศีรษะของศิลา “แต่แกคงลืมไปว่า ในขณะที่แกกำลังวางแผนจับผู้หญิงคนนี้ ฉันก็มีแผนที่จะกำจัดแกทิ้ง... ในฐานะพยานเพียงคนเดียวที่รู้ว่าใครเป็นคนบงการเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนจริงๆ” เงียบแต่ฟาดเรียบขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%