เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 3

หมากกระดานแรก

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
“คุณศิลาคะ... ลายเซ็นตรงนี้ค่ะ เอกสารโอนหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมด เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานตามที่คุณตกลงไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน” นลินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดเงาของศิลา ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอกรีดกรายไปตามขอบกระดาษราวกับกำลังลูบไล้เหยื่อที่ติดกับดัก ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยทำให้ศิลาหลงใหลจนยอมถวายชีวิต แสร้งทำเป็นแววตาซื่อใสและเปี่ยมไปด้วยความหวังดีเหมือนเช่นทุกครั้ง ศิลาไม่ได้มองเอกสารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอเส้นหนึ่งที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน สร้อยที่ทำจากเงินแท้มีจี้รูปหยดน้ำที่แตกบิ่น... สร้อยเส้นเดียวกับที่เขาเคยกุมไว้แน่นในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อนที่จะถูกยิงทิ้งกลางกองเพลิง มันกลับมาได้อย่างไร? และทำไมมันถึงมาอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่สมบูรณ์ราวกับไม่เคยถูกเผาทำลาย? “มีอะไรหรือเปล่าคะศิลา?” นลินเอียงคอถาม น้ำเสียงของเธออ่อนหวานจนน่าสะอิดสะเอียน “หรือว่าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ เลยรู้สึกไม่สบายใจเรื่องการโอนถ่ายอำนาจ?” ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนนลินถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เขาแสดงออกมาไม่ใช่ความอบอุ่นที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบจุดอ่อนของเหยื่อ “นลิน” ศิลาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่ากังวานหนักแน่น “ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอกสารชุดนี้มันมีช่องโหว่ทางกฎหมายร้ายแรงที่คุณอาจจะมองข้ามไป” “คะ? ช่องโหว่หรือคะ?” นลินหัวเราะเบาๆ เหมือนเรื่องที่เขาพูดเป็นเพียงเรื่องตลก “เราให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วนะคะ อีกอย่าง... คุณก็ไว้ใจรวิศไม่ใช่หรือคะ เขาเป็นคนดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยนะ” รวิศที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย เขาส่งยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับไหววูบไปมาเหมือนคนกำลังปิดบังความผิด “ใช่แล้วศิลา นายไม่ต้องกังวลหรอก เพื่อนกันมีอะไรต้องระแวงกันล่ะ? เซ็นเถอะ บริษัทจะได้เดินหน้าต่อ นายก็รู้ว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นมันผันผวนแค่ไหน” ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา ควงมันเล่นในนิ้วด้วยจังหวะสม่ำเสมอ เสียงของปลายปากกาที่กระทบกับพื้นโต๊ะเป็นระยะๆ ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังในความรู้สึกของรวิศ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะไปหาคนทั้งคู่ เมฆ—บอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณของการป้องกันภัย “รวิศ... นายบอกว่าเรื่องนี้ดูแลดีที่สุดแล้วสินะ” ศิลาหยุดยืนตรงหน้ารวิศ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ “งั้นช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่า ทำไมในสัญญาถึงระบุว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดหลังจากการโอนหุ้น จะตกเป็นของบุคคลที่สาม... โดยที่ผมไม่ได้อ่านเจอในร่างแรก?” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง เธอพยายามควบคุมสถานการณ์ “ศิลา คุณคงจำผิดแล้วล่ะค่ะ ร่างนั้นมัน...” “ผมจำได้แม่นทุกตัวอักษร นลิน” ศิลาตัดบททันที เสียงของเขาไม่ดัง แต่กลับบาดลึก “เพราะชีวิตของผมและหยาดเหงื่อของครอบครัวมันรวมอยู่ในกระดาษพวกนี้ ถ้าผมจะเซ็นโอนมันไป ผมก็ต้องมั่นใจว่ามันจะไม่ถูกทำลายในมือของคนที่... หวังจะฮุบมันไปฟรีๆ” เขาปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะร่วงลงพื้น กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่ากระจายเกลื่อน รวิศก้มลงมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความโกรธที่ปิดไม่มิด มือที่กำแน่นสั่นเทาเล็กน้อย “นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ศิลา? นายเปลี่ยนไปนะ ตั้งแต่ที่นายรอดจากเหตุการณ์นั้นมา นายก็ดูเหมือนคนสติแตกที่ระแวงไปทั่ว!” “สติแตกหรือ?” ศิลาแค่นหัวเราะ “รวิศ นายต่างหากที่ควรจะกลัว เพราะสิ่งที่อยู่ในมือนายตอนนี้... มันคือทางรอดเดียวที่นายเหลืออยู่ ก่อนที่ผมจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารในคืนนั้น” นลินหน้าซีดเผือด เธอพยายามจะเอื้อมมือไปจับแขนของศิลา แต่เขากลับถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเธอเป็นของมีพิษ “ผมจะยังไม่เซ็นวันนี้” ศิลาประกาศกร้าว “และผมจะให้เวลานายสองคนไปทำความสะอาดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนที่ผมจะส่งเรื่องนี้ให้ตำรวจ... อย่าคิดว่าความลับในอดีตจะตายไปพร้อมกับผม เพราะคนอย่างผม... ตายแล้วฟื้นขึ้นมาเพื่อล้างแค้นโดยเฉพาะ” เมื่อรวิศและนลินถอยออกไปจากห้องด้วยความอัปยศและสับสน ศิลาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะหยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง สิ่งที่เขาค้นพบเมื่อครู่ไม่ใช่แค่เอกสารที่ผิดพลาด แต่มันคือตราประทับลับของตระกูลศัตรูที่ถูกแอบปั๊มไว้หลังกระดาษสัญญา... รอยประทับที่เขาเคยเห็นในวันที่เขาต้องจากโลกนี้ไป ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น เมฆเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง “นายครับ... มีคนส่งพัสดุมาให้ที่หน้าคฤหาสน์ มันไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ในกล่องมีรูปถ่ายใบหนึ่ง” ศิลาหันไปมอง ภาพที่เมฆยื่นให้คือรูปของตัวเขาเองในวันที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อชาติก่อน แต่ในภาพนั้น มีใบหน้าของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังเสา... คนที่เขามั่นใจว่าตายไปนานแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพบข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่หลังรูปภาพ ‘เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ศิลา... และฉันไม่ได้มีแค่คนเดียวที่รอจะฆ่านายอีกครั้งในชาตินี้’ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%