“คุณศิลาคะ... ลายเซ็นตรงนี้ค่ะ เอกสารโอนหุ้นบริษัทในเครือทั้งหมด เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานตามที่คุณตกลงไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน”
นลินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คขัดเงาของศิลา ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอกรีดกรายไปตามขอบกระดาษราวกับกำลังลูบไล้เหยื่อที่ติดกับดัก ดวงตากลมโตคู่เดิมที่เคยทำให้ศิลาหลงใหลจนยอมถวายชีวิต แสร้งทำเป็นแววตาซื่อใสและเปี่ยมไปด้วยความหวังดีเหมือนเช่นทุกครั้ง
ศิลาไม่ได้มองเอกสารเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขากำลังจับจ้องอยู่ที่สร้อยคอเส้นหนึ่งที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงาน สร้อยที่ทำจากเงินแท้มีจี้รูปหยดน้ำที่แตกบิ่น... สร้อยเส้นเดียวกับที่เขาเคยกุมไว้แน่นในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อนที่จะถูกยิงทิ้งกลางกองเพลิง
มันกลับมาได้อย่างไร? และทำไมมันถึงมาอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่สมบูรณ์ราวกับไม่เคยถูกเผาทำลาย?
“มีอะไรหรือเปล่าคะศิลา?” นลินเอียงคอถาม น้ำเสียงของเธออ่อนหวานจนน่าสะอิดสะเอียน “หรือว่าคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ เลยรู้สึกไม่สบายใจเรื่องการโอนถ่ายอำนาจ?”
ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนนลินถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เขาแสดงออกมาไม่ใช่ความอบอุ่นที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบจุดอ่อนของเหยื่อ
“นลิน” ศิลาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่ากังวานหนักแน่น “ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอกสารชุดนี้มันมีช่องโหว่ทางกฎหมายร้ายแรงที่คุณอาจจะมองข้ามไป”
“คะ? ช่องโหว่หรือคะ?” นลินหัวเราะเบาๆ เหมือนเรื่องที่เขาพูดเป็นเพียงเรื่องตลก “เราให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วนะคะ อีกอย่าง... คุณก็ไว้ใจรวิศไม่ใช่หรือคะ เขาเป็นคนดูแลเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลยนะ”
รวิศที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่มุมห้องขยับตัวเล็กน้อย เขาส่งยิ้มกว้างที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับไหววูบไปมาเหมือนคนกำลังปิดบังความผิด “ใช่แล้วศิลา นายไม่ต้องกังวลหรอก เพื่อนกันมีอะไรต้องระแวงกันล่ะ? เซ็นเถอะ บริษัทจะได้เดินหน้าต่อ นายก็รู้ว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นมันผันผวนแค่ไหน”
ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา ควงมันเล่นในนิ้วด้วยจังหวะสม่ำเสมอ เสียงของปลายปากกาที่กระทบกับพื้นโต๊ะเป็นระยะๆ ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังในความรู้สึกของรวิศ
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะไปหาคนทั้งคู่ เมฆ—บอดี้การ์ดคนสนิทที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณของการป้องกันภัย
“รวิศ... นายบอกว่าเรื่องนี้ดูแลดีที่สุดแล้วสินะ” ศิลาหยุดยืนตรงหน้ารวิศ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ “งั้นช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่า ทำไมในสัญญาถึงระบุว่าสิทธิ์ในการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดหลังจากการโอนหุ้น จะตกเป็นของบุคคลที่สาม... โดยที่ผมไม่ได้อ่านเจอในร่างแรก?”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินหน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง เธอพยายามควบคุมสถานการณ์ “ศิลา คุณคงจำผิดแล้วล่ะค่ะ ร่างนั้นมัน...”
“ผมจำได้แม่นทุกตัวอักษร นลิน” ศิลาตัดบททันที เสียงของเขาไม่ดัง แต่กลับบาดลึก “เพราะชีวิตของผมและหยาดเหงื่อของครอบครัวมันรวมอยู่ในกระดาษพวกนี้ ถ้าผมจะเซ็นโอนมันไป ผมก็ต้องมั่นใจว่ามันจะไม่ถูกทำลายในมือของคนที่... หวังจะฮุบมันไปฟรีๆ”
เขาปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะร่วงลงพื้น กระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่ากระจายเกลื่อน รวิศก้มลงมองเอกสารเหล่านั้นด้วยความโกรธที่ปิดไม่มิด มือที่กำแน่นสั่นเทาเล็กน้อย “นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ศิลา? นายเปลี่ยนไปนะ ตั้งแต่ที่นายรอดจากเหตุการณ์นั้นมา นายก็ดูเหมือนคนสติแตกที่ระแวงไปทั่ว!”
“สติแตกหรือ?” ศิลาแค่นหัวเราะ “รวิศ นายต่างหากที่ควรจะกลัว เพราะสิ่งที่อยู่ในมือนายตอนนี้... มันคือทางรอดเดียวที่นายเหลืออยู่ ก่อนที่ผมจะเปิดโปงความจริงทั้งหมดว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารในคืนนั้น”
นลินหน้าซีดเผือด เธอพยายามจะเอื้อมมือไปจับแขนของศิลา แต่เขากลับถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วราวกับเธอเป็นของมีพิษ
“ผมจะยังไม่เซ็นวันนี้” ศิลาประกาศกร้าว “และผมจะให้เวลานายสองคนไปทำความสะอาดบัญชีให้เรียบร้อยก่อนที่ผมจะส่งเรื่องนี้ให้ตำรวจ... อย่าคิดว่าความลับในอดีตจะตายไปพร้อมกับผม เพราะคนอย่างผม... ตายแล้วฟื้นขึ้นมาเพื่อล้างแค้นโดยเฉพาะ”
เมื่อรวิศและนลินถอยออกไปจากห้องด้วยความอัปยศและสับสน ศิลาก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง มือของเขาสั่นเล็กน้อยขณะหยิบสร้อยคอเส้นนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง สิ่งที่เขาค้นพบเมื่อครู่ไม่ใช่แค่เอกสารที่ผิดพลาด แต่มันคือตราประทับลับของตระกูลศัตรูที่ถูกแอบปั๊มไว้หลังกระดาษสัญญา... รอยประทับที่เขาเคยเห็นในวันที่เขาต้องจากโลกนี้ไป
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้น เมฆเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหนึ่ง
“นายครับ... มีคนส่งพัสดุมาให้ที่หน้าคฤหาสน์ มันไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ในกล่องมีรูปถ่ายใบหนึ่ง”
ศิลาหันไปมอง ภาพที่เมฆยื่นให้คือรูปของตัวเขาเองในวันที่เกิดอุบัติเหตุเมื่อชาติก่อน แต่ในภาพนั้น มีใบหน้าของใครบางคนยืนแอบอยู่หลังเสา... คนที่เขามั่นใจว่าตายไปนานแล้วตั้งแต่สิบปีก่อน
เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพบข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่หลังรูปภาพ ‘เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้น ศิลา... และฉันไม่ได้มีแค่คนเดียวที่รอจะฆ่านายอีกครั้งในชาตินี้’
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะ!
เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล•ตอนที่ 3
หมากกระดานแรก
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เพลิงแค้นข้ามภพ: แผนพิฆาตคนทรยศล้างตระกูล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!