อักขระโบราณสีทองนับหมื่นตัวที่สว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้านั้นยังไม่ทันเลือนหาย แรงกดดันจากปราณบรรพกาลก็แผ่ซ่านกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างลู่ชิงเฟิงส่งเสียงลั่นกรอบ
ทว่า ในสถานการณ์เป็นตายเท่ากันนี้ ดวงตาคู่คมกริบดั่งคมกระบี่กลับมิได้เหลือบแลไปยังผนึกที่กำลังสั่นคลอนเบื้องบนแม้แต่น้อย สมาธิทั้งหมดของเขาถูกตรึงไว้กับร่างระหงในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—มู่หรงว่านเอ๋อร์
"ถอยไป"
น้ำเสียงของบุรุษผู้สืบทอดวิชากระบี่เหมันต์ราบเรียบและเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งพันปี ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณคุ้มกายที่สะท้อนความห่วงใยอันลึกล้ำอย่างไม่ตั้งใจ
มู่หรงว่านเอ๋อร์แย้มยิ้ม รอยยิ้มของธิดาโอสถผู้เชี่ยวชาญพิษเก้าวิญญาณนั้นงดงามยั่วยวนราวกับบุปผาพิษที่บานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรดปราย นางปรายตามองกลุ่มโจรภูเขาสำนักกระบี่โลหิตนับร้อยคนที่ฉวยโอกาสพุ่งทะยานเข้ามาล้อมวงในยามที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรบรรพกาล
"คุณชายลู่... ท่านกังวลเรื่องผนึกเบื้องบน หรือกังวลว่าข้าจะกลายเป็นภาระกันแน่คะ?"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้ม ทว่ามือเรียวบางกลับสะบัดเบาๆ แขนเสื้อกว้างพลิ้วไหวราวกับปีกผีเสื้อราตรี ละอองหมอกสีม่วงอมชมพูจางๆ แพร่กระจายออกไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย
กลุ่มโจรภูหาผู้หิวกระหายความตายพุ่งเข้ามาด้วยความฮึกเหิม นำโดยหัวหน้าโจรผู้ใช้ดาบใหญ่ระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ มันหัวร่อลั่นด้วยความลำพองใจ "ฮ่าๆๆ! สองหนุ่มสาวสำนักเซียนตกอยู่ในวงล้อมของพวกเราแล้ว! ต่อให้พวกเจ้าเก่งกาจมาจากไหน หากโดนค่ายกลสลายปราณของพวกข้าเข้าไป..."
ยังไม่ทันที่มันจะกล่าวจบประโยค เสียงหัวเราะก็ต้องกลืนหายไปในลำคอ
*พรึบ!*
ละอองหมอกสีม่วงที่ดูไร้พิษภัยเมื่อครู่ เมื่อสัมผัสกับไอหายใจของกลุ่มโจร มันก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงสีครามลุกโชนขึ้นอย่างไร้เสียง ร่างนับสิบคนที่วิ่งนำหน้าหยุดชะงักงันในทันที ดวงตาของพวกมันเบิกโพงจนแทบถล่น เส้นเลือดดำคล้ำปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ
"อั๊ก...! พิ... พิษอันใดกัน...?" หัวหน้าโจรทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ดาบใหญ่ในมือร่วงหล่นกระแทกหิมะจนแตกละเอียด มันพยายามจะโคจรลมปราณเพื่อขับพิษ ทว่ายิ่งโคจรกลับยิ่งพบว่าเส้นชีพจรลมปราณทั่วร่างถูกกัดกร่อนจนสลายกลายเป็นไอพิษสีดำไหลทะลักออกมาทางทวารทั้งเจ็ด
มู่หรงว่านเอ๋อร์ก้าวเดินผ่านร่างที่กำลังดิ้นทุรนทุรายเหล่านั้นอย่างเชื่องช้า ราวกับนางกำลังเดินชมสวนดอกไม้ในยามวสันต์ รองเท้าปักลายหงส์เหยียบย่างลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลน ทิ้งรอยเท้าไว้เพียงจางๆ พร้อมกับกลิ่นอายโอสถพันพิษที่ฟุ้งกระจาย สยบความเคลื่อนไหวของศัตรูทั้งหมดลงได้ภายในชั่วพริบตาเดียวอย่างงดงามและเลือดเย็น
"พิษหอมหมื่นลี้ผสานโลหิตสลายวิญญาณ... แม้ชื่อจะไพเราะ แต่ฤทธิ์เดชของมันคงทำให้พวกท่านรู้สึกอึดอัดอยู่บ้างกระมังคะ" มู่หรงว่านเอ๋อร์ปรายตามองซากศพที่เริ่มละลายกลายเป็นน้ำโลหิตสีดำด้วยแววตาเรียเฉย นางหันกลับมาสบตากับลู่ชิงเฟิง รอยยิ้มบนริมฝีปากบางเฉียบระบายความขี้เล่นไว้เจือจาง "เช่นนี้แล้ว... ข้าพอบasเป็นภาระให้คุณชายลู่ได้หรือยังล่ะคะ?"
ลู่ชิงเฟิงมิได้เอ่ยคำใด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่วสนามรบที่สงบลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับป้ายหยกชิ้นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ข้างกายหัวหน้าโจรภูเขา
ป้ายหยกสีดำสนิท สลักลวดลาย ‘กระบี่คู่ไขว้บนยอดเขาหิมะ’—สัญลักษณ์ประจำตัวของผู้อาวุโสฝ่ายในแห่งสำนักกระบี่เหมันต์!
หัวใจของกระบี่หนุ่มกระตุกวูบ ปราณเหมันต์รอบกายพวยพุ่งขึ้นโดยสัญชาตญาณจนอุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงนับสิบองศาในพริบตา โจรภูถุกระจอกกลุ่มนี้เหตุใดจึงมีป้ายหยกของสำนักกระบี่เหมันต์ครอบครอง? และที่สำคัญยิ่งกว่า... ป้ายนี้เป็นของ ‘ผู้ใด’ ในสำนักที่ควรจะอยู่บนยอดเขาอันสูงชัน ไฉนจึงมาตกอยู่ ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ได้?
มู่หรงว่านเอ๋อร์สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของบุรุษผู้เย็นชา นางก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรหมื่นปีลอยกรุ่นแตะนาสิก รนิ้วมือเรียวดั่งลำหยกยื่นออกไปแตะที่ขอบป้ายหยกชิ้นนั้นเบาๆ "ดูท่า... เบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของท่านอาจารย์ลู่ จะมิได้อยู่แค่ในตำนานปรัมปราของสัตว์อสูรบรรพกาลเสียแล้วกระมังคะ"
นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่คมฉายประกายวิบวับอย่างรู้เท่าทัน ทว่าก่อนที่ลู่ชิงเฟิงจะทันได้ยื่นมือไปหยิบป้ายหยกชิ้นนั้นขึ้นมาตรวจสอบ พายุหิมะที่ควรจะสงบลงกลับโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามกึกก้องเสียดแก้วหูระเบิดขึ้นจากพื้นดินเบื้องล่าง พร้อมกับร่างเงาสสีดำสนิทร่างหนึ่งที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากรอยแยกของแผ่นดิน คว้าหมับเข้าที่ป้ายหยกชิ้นนั้นไปต่อหน้าต่อตา!
"ใครกัน?!" ลู่ชิงเฟิงคำรามลั่น ประกายกระบี่เหมันต์ในมือสว่างวาบพร้อมปลิดชีพ
ทว่าเมื่อแสงกระบี่สาดส่องผ่านม่านหิมะ บุคคลปริศนาที่ยืนอยู่บนยอดโขดหินกลับค่อยๆ หันกลับมาเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของเซียนกระบี่หนุ่มต้องสะดุดกึก—
"ศิษย์น้อง... ไม่พบกันนาน ฝีมือการชักกระบี่ของเจ้า... ยังคงไร้ชั้นเชิงเช่นเดิมสินะ"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาและสายหมอกยุทธภพมาด้วยกันในบทนี้นะคะ
เซียนกระบี่น้ำแข็งกับธิดาโอสถพันพิษ•ตอนที่ 2
กลิ่นอายโอสถพันพิษ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่น้ำแข็งกับธิดาโอสถพันพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!