กลิ่นอายคาวเลือดและไอระอุของผืนทรายร้อนระอุ ไม่สามารถกลบกลิ่นหอมประหลาดของมวลดอกไม้พิษที่ลอยวนเวียนอยู่ภายในซากโรงเตี๊ยมร้างกลางทะเลทรายมรณะแห่งนี้ได้
เศษซากไม้ผุกร่อนและเสาปูนที่กะเทาะร่อนออกเผยให้เห็นโครงสร้างภายใน ทว่าความเงียบงันกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าที่ย่างกรายเข้ามาอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความลังเล
ลู่ชิงเฟิงหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตู ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวกับเกล็ดน้ำแข็งตัดกับความแห้งแล้งรอบกาย ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่กวาดมองไปทั่วบริเวณ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกจากร่างจนหยาดน้ำค้างบนเศษซากใบไม้รอบตัวพลอยกลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวโพลนในชั่วพริบตา
"สถานที่อัปลักษณ์เช่นนี้ ไม่เหมาะกับแขกผู้สูงศักดิ์เช่นท่านเลยสักนิด... เซียนกระบี่เหมันต์"
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วกังวานดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นสอง ร่างอรชรในชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้มปักลายดอกบัวอัสดงก้าวออกมาอย่างช้าๆ มู่หรงว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มบางเบາ รอยยิ้มนั้นงดงามหยาดเยิ้มปานล่มเมือง ทว่ากลับซ่อนประกายแวววาวของความตายไว้เบื้องหลัง ดวงตาดอกท้อคู่นั้นจ้องมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความสนใจใคร่รู้ ราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อผู้โง่เขลา
ลู่ชิงเฟิงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มเยาะหยัน "ธิดาโอสถพันพิษ... ข้าคิดว่าเจ้าจะหลบซ่อนอยู่ในหุบเขาไร้เงาเสียอีก เหตุใดจึงรนหาที่มาเดินเข้าสู่แดนประหารเช่นนี้เล่า"
"ปากคอเราะร้ายนัก..." มู่หรงว่านเอ๋อร์หัวسเราะเบาๆ ในลำคอ นางขยับปลายนิ้วเรียวงามที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับหยกเขียว เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของลู่ชิงเฟิงเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อไอพิษสีม่วงจางๆ เริ่มแผ่ขยายเข้าปกคลุมรอบตัวเขา
ทว่า ร่างของลู่ชิงเฟิงกลับสั่นสะท้อนเบาๆ ไอเย็นสีครามเข้มพลั่งพรูระเบิดออกรอบทิศทางในรัศมีสาม丈 ปัดเป่าไอพิษทั้งหมดให้สลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งสีขาวโพลนร่วงหล่นสู่พื้น
บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบหยุดหายใจ อณูอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจากแรงปะทะของพลังปราณสองขั้วที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่าง "ปราณเหมันต์ไร้พ่าย" ที่เย็นยะเยือกจนสามารถแช่แข็งวิญญาณ กับ "ปราณเก้าวิญญาณโลหิต" ที่ร้อนแรงและกัดกร่อนทุกสิ่ง
มู่หรงว่านเอ๋อร์หรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไป กลายเป็นความจริงจัง นางดีดตัวลงมาจากชั้นสองอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก ร่างบางพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับฝ่ามือที่อาบเคลือบด้วยพิษเก้าวิญญาณ แสงสีม่วงเข้มสว่างวาบเจิดจ้า แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม
*เปรี้ยง!*
กระบี่ในฝักของลู่ชิงเฟิงถูกยกขึ้นรับฝ่ามือของนางได้อย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้เศษซากพื้นไม้รอบกายแตกละเอียดเป็นผุยผง คลื่นกระแทกปราณแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนผนังโรงเตี๊ยมพังทลายลงมาครึ่งแถบ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
"วิชากระบี่ของท่านรวดเร็วกว่าที่ร่ำลือกันเสียอีก..." มู่หรงว่านเอ๋อร์เอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองสั้นจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ นางใช้มืออีกข้างซัดเข็มเงินอาบพิษเจ็ดเล่มพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายกลางอกของเขาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด
ลู่ชิงเฟิงแค่นเสียงเย็นชา ร่างของเขาพลิ้วไหวถอยหลังไปสามก้าวอย่างงดงาม ปลายกระบี่ในมือขยับวาดเป็นวงโค้งวับวอม แสงกระบี่สีฟ้าใสสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามอัสดง ปัดป้องเข็มพิษทั้งเจ็ดเล่มร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงดัง *กริ๊งกร๊าง* และถูกความเย็นจัดแช่แข็งจนแตกสลายเป็นผุยผงในทันที
"เจ้าประเมินความสามารถของข้าต่ำเกินไปแล้ว มู่หรงว่านเอ๋อร์" ลู่ชิงเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความระคนหวั่นไหว แม้ว่าดวงตาของเขาจะจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของนางอย่างมีความหมาย
มู่หรงว่านเอ๋อร์ไม่ถอยหนี นางกลับหัวเราะร่าออกมาเสียงดัง ดวงตาสุกใสเป็นประกายด้วยความท้าทาย "สมแล้วที่เป็นความหวังหนึ่งเดียวของสำนักกระบี่เหมันต์... น่าสนุกเสียจริง หากข้าสามารถสังหารท่านและนำแก่นปราณเหมันต์ไปหลอมเป็นโอสถได้ วิยญาณของข้าคงจะทะยานสู่ขอบเขตเซียนแท้จริงได้อย่างแน่นอน"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นและเตรียมระเบิดศึกครั้งใหญ่รอบที่สอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องนอก พร้อมกับธงปักรูปหัวกะโหลกโลหิตที่โบกสะบัดท่ามกลางพายุทราย
มู่หรงว่านเอ๋อร์ชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จางหายไปจากใบหน้าทันที นางขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสัมผัสได้ถึงไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังคืบคลานเข้ามาปิดล้อมโรงเตี๊ยมร้างแห่งนี้ไว้ทุกด้าน
"ดูเหมือนว่า... พวกเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมารบกวนการประลองเสียแล้วกระมัง" มู่หรงว่านเอ๋อร์หันไปสบตาลู่ชิงเฟิง น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
ลู่ชิงเฟิงไม่ได้ตอบคำถาม มือหนากระชับด้ามกระบี่แน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างที่พังทลาย และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างนับสิบในชุดคลุมสีดำสนิทก็พุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ตรงกลาง พร้อมกับเสียงหัวเราะแหברי้วที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วซากปรักหักพัง
"ฮ่าๆๆๆ! ธิดาโอสถพันพิษ และเซียนกระบี่เหมันต์... ช่างเป็นภาพที่น่าดูชมจริงๆ นายท่านของเราฝากความคิดถึงมาให้พวกเจ้าสองคนพร้อมกับ... ศีรษะที่จะต้องถูกตัดขาดจากบ่าในวันนี้!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางข้ามผ่านห้วงเวลาและสายหมอกยุทธภพมาด้วยกันในบทนี้นะคะ
เซียนกระบี่น้ำแข็งกับธิดาโอสถพันพิษ•ตอนที่ 3
ทางแยกแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกระบี่น้ำแข็งกับธิดาโอสถพันพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!