เสียงถังน้ำพลาสติกกระแทกพื้นดินดัง “ปึก!” จนฝุ่นตลบอบول คือการต้อนรับอย่างเป็นทางการที่รินรดาได้รับในวินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตกึ่งร้างของ "ไร่ตะวันรอน" บ้านไม้สักสองชั้นที่เคยโอ่อ่าในอดีต บัดนี้กลับผุกร่อน คานไม้บางจุดแอ่นตัวลงราวกับคนแก่หลังค่อมที่แบกรับภาระเกินกำลัง และที่สำคัญที่สุดคือเจ้าของบ้าน... นายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ เขากำลังยืนกอดอกพิงวงกบประตูด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ประหนึ่งว่าเธอกำลังบุกรุกพื้นที่เขตหวงห้ามทางทหาร
“ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนไร้บ้าน และผมไม่ได้จ้างแม่บ้าน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบแห้งเพราะขาดน้ำ แฝงความเย็นชาและรำคาญใจไว้อย่างไม่ปิดบัง ภูผาปรายตามองกระเป๋าเดินทางใบย่อมในมือของรินรดา ก่อนจะแค่นوهในลำคออย่างดูแคลน “ถ้าคุณคิดจะมาเกาะผมกินเหมือนพวกญาติจอมปลอมพวกนั้น กลับไปซะเถอะ ทางกลับสถานีรถไฟอยู่ทางเดิม... เดินไปอีกสามกิโลเมตรก็น่าจะทันรถรอบสุดท้าย”
รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนนิ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างใจเย็น หญิงสาวกวาดสายตาประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว พื้นดินหลังบ้านเต็มไปด้วยวัชพืชรกเรื้อจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน แปลงผักที่เคยสมบูรณ์แบบตามคำบอกเล่าของพินัยกรรมคุณย่า บัดนี้กลายเป็นแปลงแห้งแล้งที่มีแต่ต้นหญ้าคาขึ้นสูงท่วมหัว เครื่องมือเกษตรขึ้นสนิมเกรอะกรังราวกับถูกทิ้งร้างมาเป็นแรมปี
นี่คือความท้าทายระดับปรมาจารย์... และเธอก็ชอบความท้าทายเสียด้วยสิคะ
“ถ้าฉันตั้งใจจะมาเป็นภาระ คุณคงไล่ฉันออกไปตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นหน้าแล้วล่ะค่ะ คุณภูผา” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น เธอก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวออร่ากดดันรอบตัวเขา “แต่บังเอิญว่า... ฉันไม่ได้มาในฐานะ ‘ภาระ’ ฉันมาในฐานะ ‘ผู้กอบกู้’ ต่างหากล่ะคะ”
ภูผาขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงใหญ่ขยับตัวยืนเต็มความสูงเพื่อกดดันผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้า แต่รินรดากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังเลยสักนิด เธอกลับเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว เจือด้วยความฉลาดเฉลียวและประกายระยิบระยับของคนที่กุมความลับบางอย่างไว้ในมือ
“ผู้กอบกู้?” ภูผาทวนคำด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเหยียด “ดูสภาพคุณตอนนี้สิ รองเท้าผ้าใบราคาแพงเปื้อนฝุ่น ผิวขาวๆ คุณหนูแบบนี้ จะให้มาจับจอบขุดดินถางหญ้าเนี่ยนะ? หรือคิดจะมาทำเป็นสำออยแล้วร้องไห้ขอกลับบ้านในอีกสามวันเหมือนคนก่อนๆ?”
“คนก่อนๆ อาจจะเป็นคุณหนูเปราะบาง แต่ ‘รินรดา’ คนนี้ไม่ใช่ค่ะ” เธอยกยิ้มมุมปากอย่างมั่น,ใจ ก่อนจะวางกระเป๋าลงแล้วกวาดสายตามองไปรอบบริเวณบ้าน “ฉันรู้ว่าคุณกำลังหัวเสียกับหนี้สินที่ญาติฝั่งนั้นทิ้งไว้ให้ และรู้ว่าคุณเหนื่อยจนแทบจะล้มทั้งยืนกับการดูแลไร่รกร้างนี่คนเดียว... แต่ถ้าคุณยอมเปิดใจให้ฉันสักนิด คุณจะรู้ว่าการมีฉันอยู่ร่วมชายคา มันคุ้มค่ากว่าการจ้างคนงานทั้งหมู่บ้านมารวมกันเสียอีกนะคะ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ไผ่ริมธารส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ ภูผานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะคำพูดอวดดีของเธอ แต่เป็นเพราะแววตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้น... มันช่างสะท้อนภาพเงาของหญิงแกร่งบางคนในความทรงจำของเขา จนหัวใจที่ด้านชาไปนานเริ่มกระตุกวูบ
“พูดเก่งนักนะ” ภูผาเค้นเสียงลอดไรฟัน “ถ้าแน่จริง... ไหนล่ะฝีมือที่จะทำให้ผมยอมรับ? ในครัวไม่มีอะไรกินนอกจากข้าวสารเก่าๆ ขึ้นมอดกับไข่ไก่เน่าๆ สามฟอง ถ้าคิดจะอยู่ที่นี่ ก็จัดการมื้อเย็นให้ผมดูหน่อยสิ ถ้าทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด พรุ่งนี้เช้าผมจะโยนกระเป๋าคุณออกนอกรั้วแน่”
พูดจบ ร,ายหนุ่มก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าหายเข้าไปในตัวบ้าน ปล่อยให้รินรดายืนอยู่ท่ามกลางกองฝุ่นและเศษซากปรักหักพังเพียงลำพัง
รินรดายืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นนั้นด้วยรอยยิ้มขบขัน หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ภายในใจร้องเรียกหน้าต่างระบบมิติลับที่เชื่อมต่อกับคลังวัตถุดิบและเมล็ดพันธุ์หายากทันที แสงสีฟ้าจางๆ ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เผยให้เห็นรายการสมุนไพรจีนชั้นดี ข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียม และเครื่องเทศนานาชนิดที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ
“ท้าทายผิดคนแล้วล่ะค่ะ คุณอดีตทหารหน้านิ่ง”
รินรดาก้าวเท้าเดินเข้าสู่ห้องครัวเก่าคร่ำคร่า กลิ่นอับชื้นและคราบเขม่าควันไฟสะสมมานานนับปีไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อแม้แต่น้อย มือเรียวบางจัดการเปิดหน้าต่างบานกว้างเพื่อรับลมธรรมชาติ ก่อนจะลงมือทำความสะอาดโต๊ะเตรียมอาหารอย่างคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็วยิ่งกว่าแม่บ้านมืออาชีพ
ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง กลิ่นหอมเย้ายวนใจของเครื่องเทศคั่วใหม่ๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวสวยร้อนๆ ก็เริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณบ้านไม้ผุพัง ท่ามกลางความเงียบสงบของยามเย็น
ในห้องโถงชั้นสอง ภูผาที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ถึงกับต้องสูดจมูกฟุดฟิด ดวงตาคมกريบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ กลิ่นหอมนี้มัน... ช่างกระตุ้นต่อมรับรสในร่างกายที่หลับใหลไปนานให้ตื่นตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังบรรจงเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินเผาใבเล็กเพื่อฟื้นฟูร่างกายให้อีกฝ่าย จู่ๆ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นที่ด้านหน้าบ้าน... พร้อมกับเงาร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต!
รินรดาชะתอฝีมือ หันไปมองที่ประตูห้องครัวด้วยความสงสัย ขณะที่เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของชายผู้มาใหม่ดังขึ้น ทะลุเข้ามาในบ้าน
“ภูผา! แกซ่อนยายตัวแสบคนนี้ไว้ที่ไหน ออกมาเคลียร์เรื่องสัญญาที่ดินเดี๋ยวนี้!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดและฟินจนหยุดอ่านไม่ได้แน่นอนค่ะ!
เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร•ตอนที่ 2
บ้านไม้ผุพังกับนายทหารหน้านิ่ง
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
