เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร•ตอนที่ 1

มื้อสุดท้ายของชีวิตเก่า

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"เอกสารโอนสิทธิ์ทั้งหมดเซ็นเรียบร้อยแล้วนะคะคุณรินรดา ส่วนร้าน 'รสทิพย์' ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป... เป็นสมบัติของตระกูลเราอย่างสมบูรณ์แบบแล้วค่ะ" น้ำเสียงของป้าสะใภ้ – นงเยาว์ ที่ดังขึ้นท่ามกลางห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำ ช่างบาดลึกและระคายหูเสียยิ่งกว่าเสียงเหล็กขึ้นสนิมเสียดสีกัน รอยยิ้มพึงพอใจจนริ้วรอยรอบดวงตาสั่นระริกนั้น ไม่ได้มีความเกรงอกเกรงใจในฐานะญาติผู้ใหญ่หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความโลภและความกระหายชัยชนะที่ปิดไม่มิด รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของบรรดาญาติสนิทมิตรสหายจอมปลอมที่นั่งล้อมโต๊ะประชุมยาว ทุกคนต่างพากันหลบสายตา ยกจาบชาขึ้นจิบรัวๆ หรือไม่ก็ก้มหน้าแสร้งทำเป็นสนใจเอกสารตรงหน้า ทั้งที่เพิ่งร่วมมือกันฉีกกระชากหยาดเหงื่อแรงงานตลอดห้าปีที่เธอก่อร่างสร้างตัวมาจากศูนย์จนกลายเป็นร้านอาหารชื่อดังระดับท็อปของเมือง ห้าปีเต็มๆ ที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายและหยาดเหงื่อ คิดค้นสูตรอาหาร ปรับปรุงบริการ จน "รสทิพย์" กลายเป็นร้านอาหารในฝันของใครหลายคน แต่ในวันที่ธุรกิจกำลังจะโกยกำไรมหาศาล พวกเขา—คนที่เคยเหยียบย่ำครอบครัวเธอในวันที่ตกอับ—กลับใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายที่พ่อของเธอยอมเซ็นค้ำประกันไว้เมื่อสبعปีก่อน มาบีบบังคับฮุบกิจการไปอย่างไร้ยางอาย "ยินดีด้วยนะคะป้า..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสความเย็นเยียบจนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ เธอวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา "หวังว่าฝีมือการบริหารของพวกท่าน จะทำให้ร้านนี้อยู่รอดไปได้เกินสามเดือนนะคะ... โดยเฉพาะ 'ซอสสูตรลับ' ที่ถ้าไม่มีฉันคอยควบคุมสัดส่วนความเค็มและหวานด้วยตาชั่งพิเศษแล้ว เกรงว่ารสชาติมันอาจจะเพี้ยนจนกลายเป็นเศษขยะไปในพริบตาเดียว" ใบหน้าของนงเยาว์กระตุกวูบ รอยยิ้มเหยเกขึ้นมาทันที "เธอหมายความว่ายังไง! คิดจะขู่ฉันงั้นเหรอ?" "เปล่าสักหน่อยค่ะ ฉันแค่... อวยพรจากใจจริง" รินรดาแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่สวยงามที่สุดแต่กลับน่ากลัวที่สุดในสายตาของทุกคนในห้องนั้น เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เรียบร้อย ก่อนจะหยิบกระเป๋าหนังใบโปรดขึ้นมาสะพายไหล่ "อ้อ แล้วก็... เอกสารบัญชีสต็อกวัตถุดิบและรายชื่อซัพพลายเออร์เกรดพรีเมียมทั้งหมด ฉันจัดการ 'ล้างระบบ' เกลี้ยงเกลาเรียบร้อยแล้วนะคะ อยากได้อะไรต่อจากนี้ไปหาเอาเองตามมีตามเกิดนะคะคุณป้า" "อีรินรดา! แกทำแบบนี้ไม่ได้นะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของลูกพี่ลูกน้องสาวกรีดร้องตามหลังมา แต่รินรดาหาได้สนใจไม่ เธอหมุนตัวเดินจากไปท่ามกลางเสียงโวยวายไล่หลังที่ดังระงมราวกับฝูงกาแตกตื่น ก้าวพ้นประตูตึกกระจก, แสงแดดจัดจ้านของยามบ่ายส่องกระทบผิวกาย แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลย หัวใจข้างในแห้งผากและเย็นเฉียบ ชีวิตที่อุทิศให้กับการสร้างเนื้อสร้างตัวพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงบัญชีเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่พอจะประทังชีวิตไปได้อีกไม่กี่เดือน และ... ความจริงอันโหดร้ายว่าโลกใบนี้ไม่มีที่ยืนให้คนอ่อนแอ แต่ใครบอกว่าเธออ่อนแอเล่า? รินรดาหัวเราะให้กับความโชคร้ายของตัวเองเบาๆ ในขณะที่ก้าวเดินไปตามฟุตปาธ ถนนข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ทว่าในมิติรับรู้ลึกๆ ของเธอ กลับมีเสียงแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่ติดตัวมาตั้งแต่ตื่นจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน ดังขึ้นในหัวสมอง *[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ปลดล็อกระบบ "คลังกสิกรรมและวัตถุดิบปฐมภูมิระดับตำนาน" เต็มรูปแบบ]* *[สิทธิ์พิเศษ: พื้นที่จัดเก็บมิติพิเศษขยายตัว 1,000 เท่า พร้อมเมล็ดพันธุ์พืชหายากและหัวเชื้อจุลินทรีย์ดินระดับพรีเมียม]* รินรดากะพริบตาปริบๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย ในเมื่อเมืองหลวงแห่งนี้ไม่มีพื้นที่ให้คนซื่อสัตย์ทำมาหากิน ในเมื่อตระกูลจอมปลอมนั่นอยากได้นักเธอก็ยกให้ แต่... การเริ่มต้นใหม่ในที่ที่ไกลแสนไกล ชายขอบของผืนป่าดิบชื้นและดินแดนแห้งแล้งที่ใครๆ ก็ส่ายหน้าหนี อาจจะเป็นเวทีใหม่ที่น่าสนุกกว่าเป็นไหนๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือสั่นเตือน เธอเปิดอ่านข้อความประกาศรับสมัครงานจากกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่นที่ถูกโพสต์ทิ้งไว้ด้วยความสิ้นหวัง *ประกาศด่วน: ต้องการผู้จัดการไร่และแม่บ้านดูแลพื้นที่ "ไร่ภูผาตะวัน" อำเภอชายแดนห่างไกล ดินแย่ น้ำแล้ง เจ้าของไร่เป็นอดีตทหารปลดประจำการดุและพูดน้อย ต้องการคนใจกล้าและอดทนสูง ค่าตอบแทนพอประทังชีวิต แต่มีบ้านพักหลังเล็กริมธารให้ฟรี* นิ้วเรียวสวยกดพิมพ์ตอบกลับไปทันทีอย่างไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว *‘รินรดา’ ยื่นใบสมัครค่ะ พรุ่งนี้เช้า... ฉันจะเดินทางไปถึงที่นั่น* สองวันต่อมา รถกระบะเก่าคร่ำคร่าพาเธอลัดเลาะมาตามถนนลูกรังที่ฝุ่นตลบอบอวล ยิ่งเดินทางลึกเข้ามาเท่าไหร่ สัญญาณโทรศัพท์ก็ยิ่งเลือนหาย ทิวทัศน์รอบตัวเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นผืนป่าเขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน อากาศเริ่มเย็นลงและบริสุทธิ์จนปอดแทบสำลักความสดชื่น รถจอดสนิทหน้าป้ายไม้เก่าๆ ที่สลักตัวอักษรเอียงกระเท่เร่ว่า "ไร่ภูผาตะวัน" รินรดาก้าวลงจากรถ กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมตรงหน้าด้วยแววตาพิจารณา ไร่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาจริงอย่างที่เขาว่า แต่สภาพมันช่าง... รกร้างและดูอนาถเสียยิ่งกว่าสนามเด็กเล่นร้าง ต้นทุเรียนและพืชผลต่างๆ ใบเหี่ยวเฉา ดินแห้งแตกระแหงไร้ชีวิตชีวา สมกับคำร่ำลือว่าเป็นดินแดนอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากก้าวเข้ามาเหยียบ "เธอสินะ... คนงานใหม่ที่โทรมาสมัคร" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเรียบสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมอง เจ้าของเสียงนั้นยืนกอดอกพิงเสาเรือนไม้ยกพื้นสูง ร่างกายสูงใหญ่ในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มและกางเกงสนามเซอร์ๆ เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัดและรอยแผลเป็นจางๆ บนลาดไหล่ ใบหน้าคมเข้มดุดัน คิ้วหนาพาพาดผ่านดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่มองเหยื่อ หนวดเคราครึ้มรอบกรอบหน้ายิ่งทำให้เขาดูดิบเถื่อนและอันตรายต่อหัวใจคนมองอย่างยิ่งยวด ภูผา – อดีตนายทหารหน่วยรบพิเศษผู้ถูกความระทมและภาระมรดกครอบครัวผลักไสให้กลายเป็น "หมาป่าโดดเดี่ยว" แห่งไร่แห่งนี้ เขากวาดสายตาประเมินหญิงสาวตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ชุดเดรสเรียบหรูที่แม้จะเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนส์ทะมัดทะแมงแล้ว ก็ยังดูสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะมาทำไร่ไถนา แววตาคมกริบฉายแววดูแคลนระคนสมเพชระคนกัน "สภาพแบบนี้... น่าจะอยู่ได้ไม่เกินสามวันก็ร้องไห้ขอกลับเมืองกรุงแล้วมั้ง" ภูผาเอ่ยเสียงเรียบ ไร้ซึ่งไมตรีจิต รินรดาไม่โกรธ เธอเพียงแต่ยกยิ้มมุมปาก เดินตรงเข้าไปเผชิญหน้ากับอดีตนายทหารร่างยักษ์อย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "สามวันหรือสามปี... เดี๋ยวคุณก็รู้เองค่ะท่านอดีตผู้กอง" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงหวานใสแต่หนักแน่นกังวาน "แต่ก่อนจะดูถูกฉัน ช่วยกรุณาดูสภาพบ้านพักริมธารของคุณก่อนเถอะค่ะว่า... มีอะไรพอกินได้บ้าง นอกจากมาม่าหมดอายุในตู้เก็บของ" พูดจบ เธอก็เดินผ่านร่างสูงลิ่วของเขาไปอย่างไร้มารยาท ทิ้งให้ภูผายืนนิ่งค้าง เผลอมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี ในขณะที่ก้าวเดินไปถึงเรือนพักริมธาร ลมเย็นพัดเอา กลิ่นไอดินชื้นฝนและกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรป่าลอยมาแตะจมูก ทว่าสิ่งที่สะดุดตารินรดาที่สุด กลับเป็น "แปลงผักสวนครัวหลังบ้าน" ที่เหี่ยวเฉาใกล้ตาย แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นดินตรงนั้น ระบบในหัวก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาทันที *[ติ๊ง! ตรวจพบพื้นที่ดินเสื่อมโทรมระดับวิกฤต เปิดใช้งานฟังก์ชัน "ฟื้นฟูชีพจรดิน" อัตโนมัติ]* *[คำเตือน: หากท่านนำวัตถุดิบปฐมภูมิในมิติมาปรุงร่วมกับพืชผลท้องถิ่นในค่ำคืนนี้ กลิ่นหอมของมันจะแผ่ซ่านทะลุผ่านม่านหมอก กระจายไปทั่วทั้งหุบเขาจนทำให้ผู้คนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย]* รินรดาแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับ เธอหยิบวัตถุดิบปริศนาชิ้นแรกออกจากมิติความลับ พร้อมกับเอ่ยพึมพำเบาๆ กับตัวเอง "ดูซิว่า... อดีตนายทหารปากร้ายคนนั้น จะทนกลิ่นหอมของ 'แกงป่าไก่บ้านใส่หน่อไม้ดองสูตรพิเศษ' ฝีมือเชฟมือทองคนนี้ได้สักกี่น้ำ..." ************************************************** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าแซ่บสะใจและชวนหิวแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%