"ถ้าคิดจะเอาเงินก้อนสุดท้ายของฉันไปใช้หนี้การพนันให้พี่ใหญ่แล้วล่ะก็... เลิกฝันกลางวันเสียเถอะค่ะคุณแม่ยาย"
น้ำเสียงเยียบเย็นแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มปนขันของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องครัวเก่าคร่ำคร่า ปลายจวักในมือของเธอเคาะลงกับขอบหม้อดินเผาเสียงดัง *ก๊อก* เรียกสายตาตื่นตะลึงและขุ่นเคืองจากญาติผู้ใหญ่ฝั่งอดีตสามีที่บุกรุกเข้ามาถึงในบ้านพักปลายไร่ได้ทันที
นางชื่นจิตรสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าอูบอิ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางพยายามจะแผדเสียงแว้ดใส่ตามนิสัยเดิม แต่เมื่อปะทะเข้ากับดวงตาดำขลับคู่คมที่ฉายแววเฉียบขาดไร้ความหวาดกลัว รินรดาในชุดผ้ากันเปื้อนมอซอแต่กลับมีรัศมีบางอย่างกดดันจนนางต้องกลืนคำด่าลงคอไปอย่างยากลำบาก
นับตั้งแต่ข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวผู้มีชะตากรรมรันทด รินรดาไม่มีวันยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครสูบเลือดสูบเนื้ออีกต่อไปแล้ว หนี้สินที่คนพวกนั้นสร้างขึ้นไม่ใช่ภาระของเธอ และที่สำคัญ... วันนี้เธอกำลังจะได้พบกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต
รินรดาปรายตามองร่างสูงใหญ่ของภูผาที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เงียบๆ ชายหนุ่มในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองญาติผู้มาเยือนเลยสักนิด แต่กลับจดจ้องมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก—มีความห่วงใยระคนทึ่งฉายชัดอยู่ในนั้น
"ออกไปจากเขตไร่ของฉันเสีย หรือจะให้ฉันแจ้งข้อหาบุกรุกแล้วให้พี่ภูผาช่วยลากตัวออกไปดีคะ?" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบแต่เฉียบคม บรรยากาศรอบตัวกดดันจนนางชื่นจิตรและสมุนจำเป็นต้องถอยร่นกรูดออกไปทางประตูหลังบ้านอย่างหัวซุกหัวซุน พลางทิ้งคำขู่ อาฆาตไว้ไล่หลัง
ปึง!
เสียงประตูไม้ปิดลงพร้อมกับความเงียบสงบที่กลับคืนมา รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับภูผาที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าเงียบกริบ
"คุณทำเกินไปหรือเปล่า..." ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกวาดมองภรรยาหมาดๆ ที่วันนี้ดูแปลกตาไปจากเดิมราวกับคนละคน "พวกนั้นมือตีน and... อาจจะกลับมาอีก"
"ถ้ากลัวพวกปลิงพวกนั้น ฉันคงไม่กล้าเปิดประตูต้อนรับตั้งแต่แรกหรอกค่ะคุณสามี" รินรดาแย้มยิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยความมั่นใจ นางเดินเลี่ยงผ่านชายหนุ่มไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่มุมห้อง พร้อมกับยกข้อมือข้างซ้ายขึ้นมาพินิจพิเคราะห์
สร้อยข้อมือหยกเนื้อดีสีเขียวมรกตเข้ม ลวดลายแกะสลักเป็นรูปใบบัวและปลาคาร์พที่ได้รับตกทอดมาจากมารดา... ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ นางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวสัมผัสของสร้อยเส้นนี้มาโดยตลอด มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับราคาแพง แต่มันคือสิ่งเชื่อมโยงบางอย่างที่ถูกผนึกไว้
รินรดาใช้ปลายนิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามเนื้อหยกเย็นเยียบ ทันใดนั้น หัวใจของนางก็กระตุกวาบเมื่อปลายนิ้วสัมผัสถูกรอยหยักลึกรูปกลีบดอกบัวที่ซ่อนอยู่ด้านใน
*วูบ!*
ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน รอบตัวนางไม่ใช่ห้องครัวเก่าๆ ในไร่ร้างอีกต่อไปแล้ว แต่ทัศนียภาพเบื้องหน้ากลับเปลี่ยนเป็นพื้นที่โล่งกว้างขนาดยักษ์ที่มีหมอกบางๆ สีขาวมุกปกคลุม แสงสว่างนวลตาเสมือนยามรุ่งอรุณสาดส่องลงมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้
"นี่มัน..." รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ นางกวาดสายตามองไปรอบตัว พื้นดินบริเวณนี้อุดมสมบูรณ์จนเป็นสีดำสนิท มีกลิ่นหอมของดินชื้นและพฤกษานานาพรรณลอยอบอวล และที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ ด้านขวามือมีลำธารน้ำใสสะอาดไหลวนผ่านอย่างไม่รู้จบ ส่วนด้านซ้าย... คือโกดังเก็บของขนาดมหึมาที่ไร้ที่สิ้นสุด!
ฝ่ามือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะก้าวเดินสำรวจ พื้นที่ในมิติลับแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล เกินกว่าจินตนาการ บนชั้นวางของไม้สนกลิ่นหอมในโกดัง มีเมล็ดพันธุ์พืชหายาก เมล็ดข้าวสายพันธุ์โบราณ และขวดเครื่องเทศนานาชนิดจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับคลังสมบัติของจักรพรรดิ
ไม่ใช่แค่นั้น... บริเวณตรงกลางยังมีบ่อน้ำทิพย์ที่ผิวน้ำสะท้อนประกายระยิบระยับราวกับละอองดาว รินรดาลองก้มลงตักน้ำในบ่อนั้นขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมาหลายวันพลันมลายหายไปในพริบตา ร่างกายเบาสบายราวกับได้เกิดใหม่ สมองปลอดโปร่งโล่งโลด ความทรงจำและสูตรอาหารลับนับร้อยรายการผุดพรายขึ้นมาในหัวอย่างชัดเจน
นี่คือ "มิติลับสวรรค์" ที่ถูกผนึกไว้ในสร้อยข้อมือตระกูลเดิมของนาง!
รินรดายกมือขึ้นทาบอก หัวใจเต้นรำด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี สวรรค์ไม่ได้กลั่นแกล้งให้นางต้องมาตกระกำลำบากในไร่ร้างหลังนี้ แต่พระองค์ทรงประทานอาวุธลับสุดยอดที่จะพลิกชีวิตนางให้กลายเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งมาให้ต่างหาก!
ในขณะที่รินรดากำลังดื่มด่ำกับความมหัศจรรย์ตรงหน้า ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของเธอก็พลันจับสังเกตได้ถึงความผิดปกติจากโลกภายนอก—เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังเร่งรีบเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับเสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นหวั่นไหว
ปัง! ปัง! ปัง!
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยังอยู่ในนั้น!" เสียงทุ้มต่ำเจือความร้อนรนของภูผาดังทะลุมิติเข้ามาจนรินรดาสัมผัสได้ สีหน้าของชายหนุ่มในโลกภายนอกคงกำลังตื่นตระหนกสุดขีด เพราะจู่ๆ ภรรยาของเขาก็หายตัวไปจากเก้าอี้อย่างไร้ร่องรอย ราวกับอากาศธาตุ!
รินรดายิ้มกริ่ม ดวงตาส่องประกายเจ้าเล่ห์ นางสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตั้งจิตอธิษฐานแล้วก้าวเท้าถอยหลังออกมาจากมิติลับ
ภาพโกดังมหัศจรรย์และลำธารทิพย์เลือนหายไปในพริบตา กลิ่นอายของห้องครัวเก่าคร่ำคร่ากลับคืนมาแทนที่ รินรดายืนอยู่ ณ จุดเดิมเป๊ะ ราวกับเวลาข้างนอกเพิ่งผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที
มือเรียวยื่นไปปลดกลอนประตูก่อนจะกระชากเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความตระหนกของภูผา ดวงตาคู่คมของอดีตนายทหารเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอกเมื่อเห็นเธอยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้า
"คุณ... คุณหายไปไหนมา?" ภูผาเอ่ยเสียงพร่า มือหนาเผลอยื่นออกไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ผม... ผมหาคุณทั่วบ้านแล้ว รินรดา คุณหายไปไหนมาเกือบชั่วโมง?!"
รินรดากะพริบตาปริบๆ นางมองนาฬิกาแขวนผนังที่เพิ่งเดินผ่านไปสิบนาที แต่สำหรับภูผา... เขากลับบอกว่าเธอหายไปเกือบชั่วโมง? มิติลับแห่งนี้มีความลับเรื่องความเหลื่อมล้ำของเวลาซ่อนอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ?
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่มผู้เกรี้ยวกราดแต่กลับแสดงความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปแตะลงบนหลังมือหนาที่ยังคงกุมแขนเธอแน่นเบาๆ
"ถ้าบอกว่าฉันแอบไปเอาของวิเศษที่จะทำให้เรา 'รวย' ชั่วข้ามคืนมาล่ะค่ะ... คุณจะเชื่อไหมคะ?"
ภูผานิ่งงัน นัยน์ตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พราวระยับด้วยความมั่นใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกจะขยับยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้ตัว
"ต่อให้คุณบอกว่าไปควักดาวบนฟ้ามา... ผมก็จะเชื่อ" ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ชิดจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศหวานซึ้งจะได้ก่อตัวขึ้นไปมากกว่านั้น เสียงท้องร้องโครกครากของภูผาก็ขัดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าคมเข้มปรากฏร่องรอยความเก้อเขินจางๆ
รินรดาหัวเราะร่วนออกมาเสียงใส นางสะบัดข้อมือเบาๆ เผยให้เห็นสร้อยหยกเขียวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ "ท้องร้องเสียงดังขนาดนี้ แสดงว่าหิวจนไส้กิ่วแล้วสินะคะคุณสามี งั้นก็ตามใจฉันมา... เย็นนี้ ฉันจะแสดงฝีมือทำอาหารเลิศรสจาก 'วัตถุดิบปริศนา' ที่รับรองว่าต่อให้เอาทองคำทั้งห้องมาแลก คุณก็ไม่มีวันได้กินที่ไหนบนโลกนี้แน่นอนค่ะ!"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินนำหน้าไปยังเตาฟืนหลังบ้าน ทิ้งให้ภูผายืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความคาดหวัง—โดยที่ชายหนุ่มไม่มีทางรู้เลยว่า อาหารมื้อแรกที่ภรรยาตัวน้อยกำลังจะปรุงขึ้นจากมิติลับนั้น จะส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจข้ามทุ่งหญ้าไปไกลจนทำให้คนทั้งหมู่บ้านต้องคลั่งตาย และดึงดูดปฏิกิริยาอันน่าสะพรึงกลัวจากศัตรูเก่าให้พุ่งตรงมาที่ไร่แห่งนี้ในยามวิกาล!
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ "กระท่อมไผ่ริมธาร" แห่งนี้นะคะ บทต่อไปรับรองว่าเดือดและฟินจนหยุดอ่านไม่ได้แน่นอนค่ะ!*
---
กระท่อมไผ่ริมธาร
เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร•ตอนที่ 3
มิติลับที่ตื่นขึ้น
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสาวมือทองกับภารกิจกู้ซากสวนหลังบ้านของคุณทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
