ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 29

รอยแผลที่ประสาน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
แฟ้มเอกสารสีชาสี่ฉบับถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสในห้องประชุมเพנטท์เฮาส์หรูอย่างไม่เบามือ เสียงนั้นคมชัดและบาดลึกพอๆ กับแววตาของพินทุ์ในยามนี้—แววตาที่ไม่มีคราบน้ำตาของภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงประกายไฟแห่งการชำระแค้นที่สุกสกาวและเย็นเยียบจนน่ากลัว "คุณอ่านมันหรือยังคะ... คุณปราชญ์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้ชายหนุ่มผู้เคยนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอย่างปราชญ์ต้องชะงัก ปราชญ์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารในมือ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้ไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการไล่ตามเงาของอดีตภรรยามาเนิ่นนาน เขากวาดสายตามองหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างโกรธเกรี้ยวของพินทุ์ ชุดสูทเข้ารูปสีเพิร์ลเกรย์ขับเน้นให้เรือนร่างของเธอดดูทรงอำนาจและเย้ายวนใจในคราวเดียวกัน ความทรงจำในคืนวันเก่าๆ ที่เขาเคยโอบกอดเรือนร่างนี้ด้วยความไร้เยื่อใยผุดวาบขึ้นมาในหัว เป็นความเจ็บปวดที่ตีกลับมาแผดเผาหัวใจเขาเองในยามนี้ "ผมเซ็นเอกสารโอนหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์นั่นให้คุณแล้ว... พินทุ์" ปราชญ์เอ่ยเสียงแหบพร่า ร่างสูงใหญ่ขยับลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังแท้ ก้าวเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าเสือสาวตรงหน้าจะกระโจนเข้าขย้ำคอหอยเขาได้ทุกเมื่อ "แต่หุ้นพวกนั้น... มันยังไม่พอกับสิ่งที่คุณสูญเสียไปใช่ไหม" "แน่นอนค่ะ" พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อปราชญ์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นกายหอมกรุ่นคุ้นเคย—กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ครั้งหนึ่งเธอเคยซบใบหน้าร้องไห้อยู่บนอกกว้างนั้น "หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์นั่นเป็นแค่ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่คุณต้องจ่ายให้กับความโง่เขลาในอดีต แต่สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ... คือการล-า-ก-ค-อคนที่ร่วมมือกับคุณในวันนั้น ออกมาประจานให้สิ้นซาก" ปราชญ์นิ่งงันไป เขารู้ดีว่าพินทุ์ไม่ได้พูดเล่น หญิงสาวเปลี่ยนไปเป็นคนละคนนับตั้งแต่สูญเสียทุกอย่างในวันนั้น และการที่เธอยอม "ร่วมมือ" กับเขาในวันนี้ ก็ไม่ใช่เพราะหลงเหลือเยื่อใยรักเก่า หากแต่เป็นเพราะ "ผลประโยชน์ร่วม" ที่จะใช้เหยียบย่ำศัตรูตัวจริงให้จมดิน "ผมหาหลักฐานชุดนั้นเจอแล้ว" ปราชญ์กระซิบ เสียงของเขาทุ้มนุ่มและอยู่ใกล้ชิดเกินกว่าความจำเป็น มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนลาดไหล่บอบบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูท แต่พินทุ์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา ดวงตาคมของปราชญ์วูบไหวด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง เขายอมรับว่าทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้เธอในสภาพที่เธอแข็งแกร่งและเย่อหยิ่งถึงเพียงนี้ สัญชาตญาณดิบเถื่อนในฐานะชายชาตรีกลับตื่นตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ความโหยหาอดีตภรรยาตีรวนขึ้นมาในอกจนหายใจไม่ออก ร่างกายของเขาร่ำร้องหาความคุ้นเคย ร่ำร้องอยากจะบดขยี้ความถือดีของเธอให้แหลกคาอก เพื่อพิสูจน์ว่าเธอยังคงเป็นผู้หญิงของเขา... เป็นคนที่เคยตกเป็นทาสสวาทใต้ร่างของเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" พินทุ์ตวาดเสียงกร้าว พร้อมกับใช้มือผลอกอกแกร่งเต็มแรง แม้แรงของเธอจะไม่มากพอจะทำให้ร่างสูงถอยหลังได้มากนัก แต่มันก็เพียงพอที่จะสร้างระยะห่างที่ปลอดภัย "เรากำลังคุยเรื่องธุรกิจและการแก้แค้น อย่าเอาความทุเรศในอดีตมาปะปนกับตอนนี้ค่ะ คุณปราชญ์!" "แต่ร่างกายของคุณมันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยสักนิด... พินทุ์" ปราชญ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และแรงปรารถนาอันดิบเอนที่ถูกปลุกเร้า ในเสี้ยววินาทีนั้น เขากระชากข้อแขนเรียวเล็กของเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วจนพินทุ์อุทานออกมาด้วยความตกใจ แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างระห่างเซถลาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เธอทั้งรักทั้งเกลียดโอบล้อมเธอไว้ในทันที "ปล่อยนะ! คนสารเลว!" พินทุ์ดิ้นรนสุดกำลัง มือเรียวทุบตีลงบนอกแกร่งไม่ยั้ง แต่ปราชญ์กลับใช้แขนอีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นตรึงราวกับคีมเหล็ก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน "ถ้าผมเลว... คุณก็คือคนที่สร้างปีศาจตัวนี้ขึ้นมาเอง" ปราชญ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนพินทุ์สะท้านเฮือก ความทรงจำอันเร่าร้อนและเจ็บปวดในอดีตพรูเข้ามาในโสตประสาทอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากหยักลึกฉวยโอกาสประกบจูบลงบนเรียวปากนุ่มที่กำลังเผยอต่อว่าเขา ปราชญ์ไม่ได้รอให้เธออนุญาต สัมผัสรุนแรง หิวกระหาย และเต็มไปด้วยความโหยหาพรั่งพรูลงมา ราวกับต้องการลบล้างความผิดบาปทั้งหมดในอดีตด้วยรสจูบอันดุดัน ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำในโพรงปากอุ่นอย่างเอาแต่ใจ พินทุ์พยายามกัดริมฝีปากเขาเพื่อขัดขืน แต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งที่บีบกรามมนของเธอไว้ทำให้เธอต้องเผยอรับรสสัมผัสวาบหวามนั้นอย่างจำยอม เสียงหอบหายใจดังประสานกันท่ามกลางความเงียบของห้องเพนท์เฮาส์ มือหนาที่เคยโอบเอวเลื่อนต่ำลงมาบีบขยำสะโพกกลมกลึงภายใต้กระโปรงทรงสอบอย่างจงใจ ความนุ่มหยุ่นและส่วนโค้งเว้าที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟสวาทในกายของปราชญ์ให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม เขาดันร่างบางจนแผ่นหลังนุ่มแนบติดกับผนังกระจกเย็นเฉียบเบื้องหลัง ความเย็นของกระจกตัดกับความร้อนรุ่มของอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พินทุ์หลับตาลงด้วยความเจ็บใจที่ร่างกายของเธอกลับทรยศจิตใจ ความซาบซ่านที่แผ่ซ่านไปตามเส้นประสาททำให้เข่าของเธอแทบทรุด แรงขัดขืนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแรงจิกทึ้งบนไหล่กว้างของเขาเมื่อปราชญ์ซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงกุหลาบ ลิ้นร้อนตวัดเลียผิวเนียนเรียกเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากลำคอของหญิงสาวอย่างน่าอับอาย "คุณ... อื้อ... ปราชญ์... หยุดนะ..." เสียงทท้วงของเธอขาดห้วงเมื่อมือใหญ่มุดลานเข้ามาใต้ชายเสื้อสูท ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา สัมผัสนั้นทั้งปลุกเร้าและบีบคั้นหัวใจ ความเปียกชื้นบริเวณกึ่งกลางกายที่เอ่อล้นออกมาฟ้องถึงความต้องการลึกๆ ที่เธอพยายามกดทับไว้ตลอดหลายปี ปราชญ์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าแดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสของอดีตภรรยา รอยยิ้มพึงใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของซีอีโอหนุ่ม "ปากบอกว่าเกลียด... แต่ร่างกายของคุณมันกำลังต้อนรับผมเป็นอย่างดีเลยนะ พินทุ์" "ฉันเกลียดคุณ..." เธอกัดฟันกรอด น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเจ็บใจในความอ่อนแอของตัวเอง "เกลียดที่สุด...!" "งั้นก็ใช้ผมสิ... ใช้ร่างกายของผม ทวงทุกอย่างที่คุณต้องการกลับคืนมา" ปราชญ์กระซิบเสียงพร่ามัว ก่อนจะบดจูบลงมาอีกครั้งอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้งกว่าเดิม มือหนาปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกทีละเม็ดอย่างคล่องแคล่ว เผยให้เห็นชุดชั้นในลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มเอาไว้ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านที่บดขยี้ปลายยอดอกผ่านเนื้อผ้าทำให้พินทุ์แอ่นอกรับอย่างลืมตัว เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมาพร้อมกับร่างที่สั่นสะท้านไปด้วยคลื่นความสุขสมที่ซัดสาดเข้ามาไม่ขาดสาย บทเพลงรักอันดุเดือดและเต็มไปด้วยแรงแค้นดำเนินต่อไปท่ามกลางเงาสะท้อนของกระจกสูงตระหง่าน... ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางไฟสวาทอันเร่าร้อน เสียงกริ่งประตูหน้าห้องเพนท์เฮาส์กลับดังขึ้นกะทันหัน! *ติ๊ง... ต่อง...* พินทุ์สะดุ้งสุดตัว ผลักร่างของปราชญ์ออกทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขากำลังจะก้าวไปเปิดประตูเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญ แต่หน้าจออินเตอร์คอมข้างผนังกลับแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นล่างเสียก่อน—ภาพของเด็กชายวัยราวๆ ห้าขวบ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งเป็นสันที่ถอดแบบมาจากปราชญ์ราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนถือตุ๊กตาหมีตัวโปรดอยู่หน้าประตูปะปนกับเสียงเรียกใสๆ ที่ดังลอดเข้ามา... *"คุณแม่คะ... น้องพณิชมาหาแล้วค่ะ!"* — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนนี้ด้วยกันนะคะ — *เข็มฉายานิศ*
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%