ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 30

ค่ำคืนแห่งการสารภาพ

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
แก้วคริสตัลเจียระไนราคาแพงระยับในมือของปราชญ์สั่นไหวเล็กน้อย น้ำสีอำพันเข้มข้นภายในกระเพื่อมไหวตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร่าในอกข้างซ้าย ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า—พินทุ์—อดีตภรรยาผู้เคยเปราะบางราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ บัดนี้เธอนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีชาดด้วยท่าทีสง่างาม เย็นชา และทรงอำนาจจนน่าเกรงขرام แสงไฟสลัวจากโคมไฟระย้าคริสตัลสะท้อนลงบนเรือนผมสีดำสนิทที่รวบตึงไว้ด้านหลัง ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มนั้นดูห่างเหินและยากจะเข้าถึง "คุณเรียกฉันมาที่นี่ตอนตีสอง... คงไม่ใช่แค่จะมานั่งมองหน้ากันเล่น ๆ หรอกนะคะ ปราชญ์" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่บาดลึกของพินทุ์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่กดดัน เธอยังคงไม่แม้แต่จะชายตามองแก้วไวน์ในมือเขา ดวงตากลมโตคู่สวยที่ผ่านคราบน้ำตามานับครั้งไม่ถ้วนในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ มันไร้ซึ่งเงาของความรัก ความโกรธ หรือแม้กระทั่งความแค้น—ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้ชายอย่างเขา ปราชญ์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังทึบ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปหาเธอด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วงราวกับนักโทษประหารที่กำลังเดินเข้าสู่ลานประหาร เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเธอ ชายผ้าสูทเนื้อดีแนบไปกับพรมเปอร์เซียราคาแพง มือหนาทั้งสองข้างยื่นออกไปหมายจะกอบกุมเรียวขาเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระโปรงทรงสอบผ่าข้าง แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันสัมผัสเนื้อผ้า พินทุ์ก็ขยับกายถอยห่างด้วยความรังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง "อย่าแตะต้องฉัน" เธอเอ่ยเสียงต่ำ สายตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "คุณไม่มีสิทธิ์นั้นมานานแล้วค่ะ" "ผมรู้..." ปราชญ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความทระนงตน บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยของความสำนึกผิดที่กัดกินวิญญาณ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณมันเหี้ยมโหดเกินกว่าจะหาคำแก้ตัวใด ๆ มาลบล้าง ผมมันโง่เง่า... โง่เง่าที่มองไม่เห็นเพชรแท้ในมือ โง่เง่าที่ปล่อยให้ความเย่อหยิ่งทำลายผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในชีวิต" พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ช่างบาดลึกและเยียบเย็นจนปราชญ์รู้สึกราวกับถูกกรีดด้วยใบมีดโกน "เพชรแท้อย่างนั้นหรือคะ?" เธอทวนคำ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "วันที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจจากคุณ วันที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณไล่ตะردให้ไปตายไกล ๆ คุณเคยคิดไหมคะว่าฉันมีค่า? วันนี้คุณมานั่งคุกเข่าสารภาพผิด ร้องขอความเห็นใจ... คุณคิดว่าหยดน้ำตาปลอม ๆ กับคำขอโทษราคาถูกพวกนี้ จะล้างคราบเลือดและน้ำตาของฉันในอดีตได้งั้นเหรอคะ ปราชญ์!" คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ปักลงกลางใจชายหนุ่มจนเลือดโชก แต่ปราชญ์ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องโอ๊ดครวญ เขาขยับกายเข้าไปใกล้เธออีกนิด ยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้าหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของหัวใจที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ผมไม่ได้ขอให้คุณยกโทษให้ทันที... ผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้" เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครืออย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน มือหนาเอื้อมขึ้นสัมผัสข้อเท้าเปลือยเปล่าของเธอแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป "แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้ชดใช้ ได้โปรดให้ผมได้สัมผัสคุณ ได้พิสูจน์ว่าหัวใจดวงนี้มันตายด้านไปตั้งแต่วันที่คุณเดินจากไปแล้ว พินทุ์" สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาแผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อ ทำให้พินทุ์สะท้านเฮือก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มไว้เริ่มสั่นคลอนด้วยฤทธิ์เสน่หาและร่องรอยความทรงจำเก่า ๆ ที่เขาจงใจปลุกเร้า กลิ่นกายคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ และน้ำหอมราคาแพงรasรินประสาทสัมผัสของเธอให้ปั่นป่วน "คุณมันบ้า..." เธอกระซิบเสียงสั่น เมื่อเขาเคลื่อนมือสูงขึ้นลูบไล้เรียวขาอ่อนภายใต้เนื้อผ้าอย่างอ้อยอิ่ง "ใช่ ผมมันบ้า... บ้าคลั่งเพราะคุณคนเดียว" ปราชญ์ไม่รอให้เธออนุญาตอีกต่อไป ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วดึงรั้งร่างเพศบางให้ลุกขึ้นตามมา ก่อนจะรวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบชิด พินทุ์สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เมื่อแผ่นอกกว้างปะทะเข้ากับทรวงอวบอิ่ม แรงปะทะทางกายทำให้กำแพงความเย็นชาพังทลายลงในพริบตา ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและบาดแผลที่ยังไม่เคยจางหาย ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่มีการลังเล เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และการวอนขอ รสชาติของไวน์รสเลิศปะปนไปกับความเค็มปร่าของหยดน้ำตาที่เอ่อล้นคลอหน่วยตาของทั้งคู่ พินทุ์พยายามทุบตีแผงอกเขาเบา ๆ เพื่อประท้วง แต่เรียวปากกลับเผยอรับสัมผัสร้อนแรงที่เขาโถมใส่ราวกับคนกระหายน้ำกลางทะเลทราย มือหนาตะปบเข้าที่ท้ายทอยทุย ตรึงใบหน้าสวยให้รับจูบอันลึกซึ้งและยาวนาน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มืออีกข้างเริ่มลูบไล้แผ่นหลังเนียนนท์ผ่านชุดสูทเข้ารูป รูดซิปด้านหลังลงช้า ๆ จนเนื้อผ้าเนื้อดีร่วงหล่นลงกองกับพื้นพรม แสงไฟสลัวสาดกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามราวกับประติมากรรมชั้นยอด ปราชญ์ผละริมฝีปากออกช้า ๆ ไล่สายตามองผิวเนียนละเอียดที่เต็มไปด้วยรอยจูบและร่องรอยแห่งอารมณ์ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกผิดผสมปนเปไปกับความหิวกระหายทางกายจนแทบคลุ้มคลั่ง "พินทุ์... คุณสวยเหลือเกิน สวยจนผมแทบบ้า" เขากระซิบเสียงพร่าแนบใบหู พร้อมกับขบเม้มติ่งหูเบา ๆ จนเธอสะท้านเฮือก ส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ สัมผัสที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนค่อย ๆ หลอมละลายความโกรธเกรี้ยวในใจของหญิงสาว ปราชญ์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอก พาเดินไปยังเตียงนอนกว้างขวางกลางห้องนอนใหญ่ ร่างทั้งสองทาบทับลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดที่ยับยู่ยี่ตามแรงอารมณ์ ค่ำคืนนี้ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ มีเพียงบทเพลงแห่งการไถ่บาปผ่านเรือนร่างและลมหายใจที่ประสานกันเป็นหนึ่งเดียว บทรักครั้งนี้ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ทางกาย แต่มันคือการปะทะกันของวิญญาณสองดวงที่เคยแตกสลาย ปราชญ์ปรนเปรอเธอด้วยความเร่าร้อนและนุ่มนวลในคราวเดียวกัน ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อ และทุกเสียงครางต่ำในลำคอ ล้วนเป็นการสารภาพบาปที่กลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจ พินทุ์แอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความเต็มใจและโหยหาไม่แพ้กัน ความเจ็บปวดในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมที่ล่องลอยไปจนถึงขอบAีของสติสัมปชัญญะ เสียงหอบหายใจและเสียงครางระงมประสานกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องเงียบสงบ เนรมิตให้ค่ำคืนนี้กลายเป็นห้วงเวลาแห่งการหลอมรวมที่ไม่มีวันลืมเลือน ร่างทั้งสองแนบชิดกันใต้ผ้าห่มผืนหนาในยามที่พายุอารมณ์สงบลง ลมหายใจอุ่น ๆ รดรินอยู่บนลาดไหล่เปลือยเปล่าของกันและกัน ปราชญ์กระชับกอดร่างบางไว้แนบอก ราวกับกลัวว่าตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะหายวับไปกับตา "ผมรักคุณนะ... พินทุ์" เขาเอמהกระซิบเสียงแผ่วเบาริมขอบหู จูบซับหน้าผากมนด้วยความทะนุถนอมอย่างแท้จริง พินทุ์หลับตาลง ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบกอดร่างกายที่เหนื่อยล้า แม้ในใจจะยังมีร่องรอยของความหวาดระแวง แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจดวงเดิมกลับมาเต้นเพื่อเขาอีกครั้งแล้ว ทว่า... ความเงียบสงบในยามรุ่งสางกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ จากด้านนอก ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องนอนกึ่งสวีทโดยไม่มีใครห้ามทัน "คุณแม่ขา! น้องธันวาหิวนมแล้วครับ! ...เอ๊ะ? คุณลุงใจดีคนนั้น มานอนอยู่บนเตียงกับคุณแม่ได้ยังไงกันครับเนี่ย?" ปราชญ์ที่สะดุ้งตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณ หันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดตุ๊กตาหมีตาแป๋วอยู่ปลายเตียง ร่างเล็กจ้อยคนนั้นมีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับส่องกระจกเงา! ดวงตาสีดำสนิทของปราชญ์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสมองประมวลผลอายุของเด็กชายตรงหน้ากับช่วงเวลาที่เธอหอบผ้าผ่อนหนีเขาไปเมื่อสามปีก่อนได้อย่างแม่นยำ *เข็มฉายานิศ*
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%