ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 18

ความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกวางกระแทกบนโต๊ะทำงานกระจกใส เกิดเสียงทึบหนักหน่วง สะท้อนความตื่นตระหนกในแววตาของเลขานุการหนุ่ม แต่สำหรับปราชญ์แล้ว มันคือสิ่งเดียวที่เขารอคอยด้วยหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล กระดาษแผ่นบางที่ดึงออกมาจากซองสั่นเทาเล็กน้อยในอุ้งมือของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในวงการธุรกิจ บัดนี้ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองโลกด้วยความเหยียดหยัน กลับกวาดมองตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง *ผลการตรวจความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA)... เข้ากันได้ร้อยละ 99.99%* ลมหายใจของปราชญ์สะดุดกึกในลำอก โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ภาพเด็กชายตัวน้อยที่มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขา ดวงตากลมโตที่ฉายแววดื้อรั้นแต่น่าเอ็นดู และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ใบหน้าครึ่งหนึ่งที่ถอดแบบมาจากพินทุ์ราวกับแกะ ประเด็นเหล่านี้ผุดวาบขึ้นมาในสมองจนเกิดเสียงอื้ออึง ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอด พยายามหลอกตัวเองด้วยอีโก้บ้าๆ บอๆ พังทลายลงไม่เป็นท่า ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดจนราบคาบ เขามีลูก... เขามีสายเลือดของตัวเองกับผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำหัวใจจนแหลกสลาย “ออกไป...” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน เอ่ยไล่เลขาหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ เมฆินทร์รีบโค้งตัวแล้วถอยหลังออกจากห้องทำงานอย่างรู้ความ ทิ้งให้ปราชญ์เผชิญหน้ากับความจริงอันหนักอึ้งและความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ ในขณะเดียวกัน ที่งานเลี้ยงรับรองของค่ำคืนนี้ บรรยากาศหรูหราอบ3อวลไปด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกและเสียงหัวoเราะของบรรดาเซเลบหนุ่มสาว พินทุ์ในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนและสง่างาม รัศมีของความเป็นนักบริหารสาวยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ทำให้เธอกลายเป็นจุดศูนย์กลางสายตาของใครหลายคน—โดยเฉพาะชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง ‘ฌอน’ นักลงทุนหนุ่มไฟแรงที่กำลังพยายามจีบเธออย่างออกนอกหน้า “คุณพินทุ์ครับ ผมว่าเพชรเม็ดนี้ยังสู้ประกายตาของคุณไม่ได้เลยสักนิด” ฌอนกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ ขณะโน้มตัวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนแทบชิด บรรยากาศรอบตัวพวกเขาทั้งคู่ดูสนิทสนมและอบอุ่นจนเกินขอบเขตเพื่อนร่วมงาน พินทุ์แย้มรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับปล่อยให้เขายื่นมือมาโอบเอวคอดกิ่วอย่างเป็นกันเอง “คุณฌอนนี่ปากหวานเสียจริงนะคะ ระวังเถอะค่ะ สาวๆ ทางปารีสคงตามมาเอาเรื่องคุณแย่” บทสนทนาหยอกเย้าและท่าทีที่สนิทสนมเกินงามนั้น ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในงานด้วยออร่าเย็นเยียบราวกับยมทูต ปราชญ์กวาดสายตาคมกริบไปทั่วห้องจัดเลี้ยง ก่อนที่เรดาร์แห่งความหึงหวงจะล็อกเป้าไปที่ร่างระหงของอดีตภรรยา และชายหนุ่มแปลกหน้าที่กำลังใช้มือโอบประคองเอวเธอนั้น ภาพที่เห็นบาดตาบาดใจจนเส้นเลือดที่ขมับของเขาเต้นตุบๆ ความโกรธเกรี้ยวและสัญชาตญาณดิบเถื่อนพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล สิทธิ์อะไร? เขามีสิทธิ์อะไรไปหึงหวงเธอในเมื่อเขาเป็นคนผลักไสเธอออกไปเอง? แต่สมองส่วนเหตุผลกลับพ่ายแพ้ให้กับความบ้าคลั่งที่สุมอก ขาทั้งสองข้างก้าวสาวเท้าเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเร็วที่น่ากลัว รัศมีคุกคามรอบตัวทำให้แขกเหรื่อแถวนั้นต่างพากันถอยร่นด้วยความหวาดหวั่น “พินทุ์!” เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และกร้าวแกร่งดังขึ้นจนกลบเสียงดนตรีรอบข้าง พินทุ์สะดุ้งเล็กน้อย หันกลับมามองตามต้นเสียง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะฉายแววเยียบเย็นและรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เมื่อเห็นว่าเป็นอดีตสามีที่เดินดุ่มเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ฌอนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นชายแปลกหน้าพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขากับหญิงสาว “ขอโทษนะครับ คุณเป็นใคร? และมีมารยาทพอที่จะ...” “หุบปาก!” ปราชญ์ตวาดกร้าว สายตาดุดันจ้องเขม็งไปยังมือของฌอนที่ยังวางอยู่บนเอวของพินทุ์ ราวกับอยากจะตัดมือข้างนั้นทิ้งเสียเดี๋ยวนี้ “นี่ภรรยา... อดีตภรรยาผม! มึงเอาสิทธิ์อะไรมาแตะต้องเธอ!” พินทุ์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันและสายตาที่มองเขาประดุจสิ่งปฏิกูล ทำเอาปราชญ์เจ็บแปลบไปถึงทรวงอก “คุณปราชญ์คะ กรุณามีมารยาทด้วยค่ะ” พินทุ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก “เราหย่ากันขาดแล้ว สามปีที่ผ่านมาคุณน่าจะจำได้แม่นนะคะว่าเรา ‘จบกัน’ ในฐานะอะไร และตอนนี้... ฉันจะอยู่กับใคร จะให้ใครแตะต้อง มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ” คำพูดตัดเยื่อใยและท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยนั้น ยิ่งกระตุ้นให้ปราชญ์สติหลุด เขาพุ่งเข้าไปกระชากข้อแขนเรียวเล็กของพินทุ์ทันที แรงบีบที่มากเกินไปทำให้หญิงสาวนิ้วหน้าด้วยความเจ็บปวด “ปล่อยฉันนะ! คนบ้า!” พินทุ์สะบัดแขนหนีสุดแรงเกิด พร้อมทั้งเงื้อมือขึ้นตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของอดีตสามีอย่างเต็มแรง! *เพี๊ยะ!* เสียงตบดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงัดของแขกในงานที่หันมามองเป็นตาเดียว ปราชญ์หน้าหันไปตามแรงกระแทก มุมปากมีรอยเลือดซึมเล็กน้อย แต่เขากลับไม่ได้สนใจความเจ็บปวดทางกายเลยสักนิด ความเจ็บปวดร้าวรานในอกมันมีอานุภาพมากกว่าหลายร้อยเท่า “คุณพินทุ์ เจ็บไหมครับ?” ฌอนรีบเข้าไปประคองร่างบางของพินทุ์ไว้ พร้อมกับจ้องหน้าปราชญ์ด้วยแววตาเอาเรื่อง “ถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวไร้อารยะแบบนี้ ผมจะเรียก รปภ. เชิญคุณออกไปจากงานเดี๋ยวนี้” ปราชญ์หันกลับมามองภาพที่ชายอื่นกำลังโอบกอด ห่วงใย และปกป้องผู้หญิงที่เป็นของเขา... ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกเขา ไฟโทสะแผดเผาจนเขากลายเป็นซาตานร้าย เขาพุ่งเข้ากระชากคอเสื้อของฌอนทันทีด้วยความหึงหวงที่ไร้สิทธิ์อย่างสิ้นเชิง ดวงตาสองข้างแดงก่ำด้วยพิษรักพิษแค้น “มึงกล้าดียังไงมาแตะต้องเมียกู!” ความโกลาหลเกิดขึ้นในงานเลี้ยง พินทุ์มองภาพอดีตสามีที่กำลังสติแตกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสมเพช โกรธเกรี้ยว และหวาดหวั่นลึกๆ ในท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเขา เธอสะบัดหน้าหนีภาพตรงหน้าแล้วเดินจ้วงก้าวออกจากงานทันที โดยไม่สนว่าคนข้างหลังจะบ้าคลั่งแค่ไหน ปราชญ์สะบัดตัวหลุดจากการห้ามปรามของพนักงานรักษาความปลอดภัยที่วิ่งเข้ามาเคลียร์สถานการณ์ เขาสลัดหลุดจากการเกาะกุมแล้ววิ่งตามร่างสีมรกตนั้นออกไปที่ลานจอดรถทันที ความมืดสลัวของลานจอดรถยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งไล่ตามหลังทำให้พินทุ์ต้องเร่งฝีเท้าขึ้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว แต่ก่อนที่เธอจะทันเปิดประตูรถเพื่อขึ้นไปล็อกกลอน ร่างสูงใหญ่ของปราชญ์ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัว ใช้แขนแกร่งรวบเอวเธอไว้แล้วดันร่างแนบชิดติดกับข้างรถเบนซ์คันหรู “ปล่อยนะ! ปราชญ์ คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง!” พินทุ์ตวาดเสียงสั่น พยายามทุบตีอกกว้างเพื่อผลักไส แต่วòngแขนของเขากลับเหนี่ยวแน่นราวกับคีมเหล็ก “ใช่... ผมมันบ้า!” ปราชญ์หอบหายใจรดต้นคอระหง กลิ่นอายความเป็นชายผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนระอุ ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ “ผมบ้าเพราะคิดถึงคุณ บ้าเพราะหวงคุณ จนแทบคลั่งตายอยู่แล้วพินทุ์!” “แต่เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว! คุณไม่มีสิทธิ์...” คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อปราชญ์ประทับริมฝีปากลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือจูบแห่งความโหยหา ความเจ็บปวด ความหึงหวง และความต้องการที่จะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดิบเถื่อน ริมฝีปากหนารุกไล่ตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามานานแรมปี พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง พยายามเม้มปากแน่นและดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่เรียวแรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นของชายหนุ่มได้ ปราชญ์ใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัว ส่วนมืออีกข้างบีบประคองคางมนให้แหงนเงยรับสัมผัสอันเร่าร้อนที่เขาโหมกระหน่ำใส่ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหอมหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเจ็บปวด น้ำตา และความรักที่ถูกกดทับไว้ผสมปนเปกันจนแทบขาดใจ ลมหายใจหอบกระชั้น เสียงครางประท้วงในลำคอของหญิงสาวถูกกลืนหายไปในรสจูบอันดุดันแต่แฝงด้วยความเวทนาและโหยหาอย่างลึกซึ้ง ร่างกายของพินทุ์เริ่มอ่อนปวกเปียก ภูมิต้านทานที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดสามปีพังทลายลงทีละน้อยภายใต้สัมผัสที่คุ้นเคยและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน ในวินาทีที่ปราชญ์ผริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอได้สูบฉีดอากาศเข้าปอด ขณะที่พินทุ์กำลังหอบหายใจตัวโยนด้วยความมึนงงและเคลิบเคลิ้มไปกับรสสวาทเมื่อครู่... แสงไฟสปอตไลท์จากรถยนต์อีกคันที่เพิ่งแล่นเข้ามาจอดเทียบข้างๆ สาดส่องสว่างวาบไปทั่วลานจอดรถ พร้อมกับประตูรถฝั่งตรงข้ามที่เปิดออก และเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ “คุณแม่ครับ! น้องธันวาหิวน้ำจังเลย... เอ๊ะ? คุณลุงคนนั้นทำไมเข้าใกล้คุณแม่จังครับ?” ร่างของพินทุ์แข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาด ปราชญ์ชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อหันไปมองเด็กชายวัยสามขวบที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับถอดแบบออกมา—ลูกชายที่เขาเพิ่งรู้ความจริงจากผลตรวจ DNA เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกเจ็บปวดร้าวรานนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%