ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 23

เมื่อความจริงเผยตัว

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
"คุณคิดจริง ๆ หรือคะปราชญ์ ว่าน้ำตาคุกเข่าของอดีตสามีผู้ไร้หัวใจ จะล้างคราบเลือดบนคริสตัลที่แตกสลายไปแล้วได้..." น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกของพินทุ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออกในห้องทำงานหรู ปราชญ์สะท้านเฮือก ร่างสูงใหญ่ที่เคยทระทานในฐานะซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กลับทรุดตัวลงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งผยอง เต็มไปด้วยร่องรอยความเจ็บปวดร้าวรานและหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วย นิ้วเรียวยาวของพินทุ์ยังคงจรดอยู่บนด้ามปากกา ปลายปากกาแขวนลอยอยู่เหนือเส้นบรรทัดแห่งการเซ็นอนุมัติ เอกสารสิทธิ์ขาดในเครือธุรกิจทั้งหมดของตระกูลมหาเศรษฐีตระกูลปราชญ์อยู่ในการกำกับดูแลของเธอ หากเธอลากเส้นนี้ลงไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ชายหนุ่มสร้างมาด้วยความทะเยอทะยานจะมลายหายไปในพริบตา และเขาก็จะกลายเป็นเพียงคนหมดตัวที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะยืนเคียงข้างเธอ "พินทุ์... ผมสมควรตาย" เสียงของปราชญ์แหบพร่าและสั่นเครือ เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับตระหนักดีว่าตนเองไม่คู่ควรแม้แต่จะสัมผัส "ใช่ค่ะ คุณสมควรได้รับความเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่านี้เสียด้วยซ้ำ" พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยไฟแค้นที่ถูกสุมทับมานานหลายปี "คุณลืมไปแล้วหรือคะ ปราชญ์... ลืมไปแล้วหรือว่าคุณทำอะไรกับฉันไว้ในคืนนั้น คืนที่ฉันต้องสูญเสียลูกไปทั้งคนโดยที่คุณยังเดินควงผู้หญิงอื่นอย่างไร้เยื่อใย!" คำว่า "ลูก" ดังก้องกังวานบาดลึกในความทรงจำ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัวของปราชญ์ราวกับภาพยนตร์ซ้ำรอยอันโหดร้าย ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ในค่ำคืนที่พายุกระหน่ำรุนแรงราวกับฟ้าดินกำลังลงทัณฑ์ ปราชญ์ในวัยที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและความเข้าใจผิดคิดว่าเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของตน เขาขับไล่ไสส่งเธอออกจากคฤหาสน์ด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนหัวใจ ปล่อยให้หญิงสาวร่างบางเปราะบางต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและความสูญเสียอันใหญ่หลวงตามลำพัง ความเย็นชาและความโหดร้ายในวันนั้น ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังก่อกำเนิด แต่ยังพรากเอาความอ่อนโยนทั้งหมดในหัวใจของพินทุ์ไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงเปลือกนอกที่เย็นชาและหัวใจที่ด้านชาดุจหินผา ปราชญ์จำได้แม่นยำ... ในคืนนั้นเขามองเห็นเพียงความทะเยอทะยานจอมปลอมที่เขาคิดว่าเธอสวมหน้ากากเข้าหา เขาปิดกั้นหัวใจ ปิดหู ปิดตา และปฏิเสธทุกคำวิงวอนของภรรยาที่กำลังร้องไห้ปริ่มขาดใจ ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่สูงล้ำทำให้เขาตาบอด จนกระทั่งวันที่ความจริงปรากฏ... วันที่เขาพบว่าเด็กในวันนั้นคือสายเลือดแท้ ๆ ของเขา และวันที่พินทุ์ลุกขึ้นมาทวงคืนทุกอย่างด้วยความเยือกเย็น ดั่งนางพญาผู้กำชะตาชีวิตของเขาไว้ในอุ้งมือ "ผมรู้ตัวช้าเกินไป... ผมมันโง่เง่าเอง" ปราชญ์กัดฟันกรอด ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความร้าวรานในอก เขาเงยหน้าขึ้นสบตาอดีตภรรยา หยดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดร่วงเผาะลงบนพื้นพรมราคาแพง "แต่พินทุ์ ได้โปรด... ลงทัณฑ์ผมด้วยวิธีไหนก็ได้ แต่อย่าทิ้งผมไป" พินทุ์มองภาพชายหนุ่มผู้เคยหยิ่งทะนง กำลังคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเธอ ความรู้สึกสะใจตีคู่มากับความขมขื่นในลำคอ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทรวดทรงระหงในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปสะท้อนความสง่างามและทรงอำนาจ ปลายเท้าก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่คุกเข่าอยู่ช้า ๆ ก่อนจะโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วเชยคางคมคายขึ้นบังคับให้เขาต้องสบตาเธอตรง ๆ "คุณคิดว่าน้ำตาแค่นี้จะพาลบเลือนรอยแผลเป็นในใจฉันได้หรือคะ ปราชญ์?" น้ำเสียงหวานแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งกระซิบแผ่วข้างใบหูของเขา "ความผิดบาปที่คุณก่อไว้ มันต้องชดใช้ด้วยความทรมานที่เจ็บปวด ยิ่งกว่าที่คุณทำกับฉันเป็นร้อยเท่าพันทิพย์!" สิ้นคำพูดนั้น พินทุ์ก็เหวี่ยงเอกสารทั้งหมดลงบนพื้นต่อหน้าเขา ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แต่ทว่า... ปราชญ์กลับพุ่งเข้าคว้าข้อเท้าของเธอไว้ด้วยความเร็วดุจสัญชาตญาณดิบ แรงดึงอันทรงพลังทำให้พินทุ์เสียหลักทรุดลงสู่อ้อมกอดแกร่งที่โถมเข้ามารับไว้ทันท่วงที "ปล่อยฉันนะ! ปราชญ์! คุณกล้าดียังไง..." พินทุ์ตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ทว่าวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกลับโอบกอดรัดรึงเธอไว้แนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่องทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "ไม่ปล่อย... ผมไม่ปล่อยให้คุณเดินหนีผมไปไหนอีกแล้ว พินทุ์" เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่นเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนและโหยหา ปราชญ์พลิกตัวกดร่างบางลงกับพื้นพรมหนานุ่มอย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว ดวงตาคมกริบฉายประกายไฟเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บมานานนับแรมปี ประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว "คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ปราชญ์ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" พินทุ์หวีดร้อง พยายามใช้มือทั้งสองข้างทุบตีแผงอกกว้าง แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการลูบไล้สำหรับชายหนุ่ม ร่างกายของเขาทาบทับลงมาแนบชิด จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร่งดุจกลองศึก "ใช่... ผมมันบ้า บ้าเพราะคิดถึงคุณ บ้าเพราะโหยหาร่างกายและจิตวิญญาณของผู้หญิงคนนี้จนแทบคลุ้มคลั่ง!" ปราชญ์คำรามต่ำในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงประทับริมฝีปากร้อนผ่าวลงบนกลีบปากนุ่มอิ่มที่เอาแต่ต่อว่าเขา พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง รสจูบที่โหยหา รุนแรง และเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันท่วมท้นถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นพายุ ลมหายใจของเธอถูกสูบหายไปในชั่วพริบตา ความโกรธเกรี้ยวที่ควรจะมีกลับเริ่มถูกหลอมละลายด้วยสัมผัสคุ้นเคยที่สลักลึกอยู่ในสัญชาตญาณ ปลายลิ้นร้อนล้ำรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างภายใต้ชุดสูททำงานอย่างอุกอาจ "อื้อ... ปล่อย..." เสียงทท้วงของพินทุ์เลือนหายไปในลำคอ เมื่อมือแกร่งปลดกระดุมเสื้อสูทของเธอออกทีละเม็ดอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดสีน้ำนมที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจหอบกระชั้น สัมผัสวาบหวามจากฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างปลุกเร้าไฟสวาทที่มอดไหม้ให้โหมกระพือขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจต้านทาน บรรยากาศในห้องทำงานมืดสลัวลงเมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นลับขอบฟ้า เงาร่างสองร่างที่กอดเกี่ยวพันธนาการกันอยู่บนพื้นพรมสะท้อนถึงความโหยหาและการลงทัณฑ์อันเร่าร้อน ปราชญ์มอบสัมผัสทั้งความรุนแรงและอ่อนโยนสลับสับเปลี่ยนกันไป ราวกับต้องการไถ่บาปทุกหยาดหยดด้วยลมหายใจและหยาดเหงื่อ ขณะที่พินทุ์แม้จะพยายามแข็งขืน แต่ร่างกายและความรู้สึกภายในกลับทรยศ เธอตอบสนองสัมผัสนั้นด้วยความวาบหวามและรu่าร้อนไม่แพ้กัน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน ท่ามกลางห้วงอารมณ์สวาทที่ดิ่งลึกและพรากสติของทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ความหอมหวานอันมืดมน ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้... ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมาอีกครั้ง ร่างทั้งสองหอบหายใจรดกันและกันบนพื้นพรม พินทุ์นอนแนบซบอยู่บนอกแกร่งของชายหนุ่ม ดวงตากลมโตเหม่อมองไปยังความมืดเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ทว่า... ในจังหวะที่ความเงียบกำลังปกคลุมอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ และเสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศขึ้น พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "คุณแม่คะ... น้องภัทรหิวแล้ว ทำไมคุณแม่ยังไม่กลับบ้านอีกฮะ?" ปราชญ์ชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อได้ยินสรรพนามและเสียงนั้น ขณะที่พินทุ์หน้าถอดสี รีบผุดลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ด้วยความตื่นตระหนก... และวินาทีต่อมา ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดออกโดยเด็กชายตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่มีดวงตาคมกริบและร่องรอยใบหน้าถอดแบบมาจากซีเอโอหนุ่มร้อยเปอร์เซ็นต์! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความร้าวรานและไฟแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%