คราบน้ำตาบนแก้มของปราชญ์ในยามนี้ มิใช่เครื่องประดับแห่งความอ่อนแอ หากแต่เป็นหยดน้ำแห่งความพินาศที่เขากลืนกินมันลงไปด้วยความเต็มใจ
“มองหน้าฉันสิคะ คุณปราชญ์... มองให้ชัดว่าผู้หญิงที่คุณเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีในวันนั้น วันนี้เธอสามารถยืนอยู่เหนือศักดิ์ศรีจอมปลอมของคุณได้อย่างไร”
เสียงหวานทว่าบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจ ซ้ำยังเยียบเย็นเสียจนชายหนุ่มผู้เคยยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการธุรกิจแทบอยากจะทรุดฮวบคุกเข่าลงตรงหน้า ปราชญ์ในยามนี้ไม่มีหลงเหลือคราบซีอีโอผู้เย่อหยิ่งทระนงตนอีกต่อไป มีเพียงชายผู้พ่ายแพ้ต่อบาปกรรมที่ตนเองเป็นผู้ก่อ หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกบีบขยำจนแหลกเหลวด้วยสำนึกผิดที่สายเกินแก้
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามบัดนี้กลับโค้งงอลงเล็กน้อยราวกับแผ่นหลังต้องแบกรับภูเขาแห่งความผิดบาปไว้ทั้งลูก ปราชญ์ทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงต่อหน้าพินทุ์อย่างไม่นึกรักศักดิ์ศรีของตนเองอีกต่อไป มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะแตะชายกระโปรงของเธอ ทว่ากลับต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศ เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววออดอ้อน บัดนี้กลับมีแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน
“ผมสมควรตาย... พินทุ์ คุณจะลงทัณฑ์ผมอย่างไรก็ได้ ผมยอมรับทุกอย่างแล้ว” เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นกระทบหลังมือของตนเอง “ต่อให้คุณจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผมให้จมดิน หรือจะให้ผมกราบเท้าคุณไปชั่วชีวิต ผมก็จะทำ... ขอแค่เพียงคุณมองผมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปบ้าง... แม้แต่นิดเดียวก็ยังดี”
พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข มีแต่ความขื่นขมและสะใจที่ได้เห็นคนใจร้ายยอมก้มหัวให้เธอนอนราบแทบเท้าอย่างไร้เงื่อนไข เธอโน้มตัวลงช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางสลักเสลาของอดีตสามีขึ้นบังคับให้เขาต้องสบตากับเธอ
“กราบเท้าฉันอย่างนั้นหรือคะ? คุณคิดว่าความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ผ่านมา มันทดแทนได้ด้วยการคุกเข่าอ้อนวอนแค่นี้จริง ๆ หรือคุณปราชญ์”
ดวงตาคู่คมของปราชญ์ไหวระริก ยามที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอไล้ไปตามแนวสันกรามที่เต็มไปด้วยไรหนวดเคราครึ้ม ความใกล้ชิดนี้ช่างหอมหวานและทรมานในคราวเดียวกัน กลิ่นกายหอมกรุ่นคุ้นเคยที่เขาเคยละเลยและผลักไส บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งเสพติดเดียวที่แผดเผาร่างกายและจิตใจของเขาให้ลุกเป็นไฟด้วยความโหยหา
“พินทุ์...” เขาครางชื่อเธอด้วยความกระหาย ปรารถนาทั้งการอภัยและการปลอบประโลม
“ถ้าอยากไถ่บาปนัก... ก็แสดงให้ฉันดูสิคะ ว่าผู้ชายที่เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดฉันนักเกลียดหนา จะยอมทำตามคำสั่งของฉันได้มากแค่ไหน”
สิ้นคำพูดนั้น พินทุ์ก็กระชากเนกไทราคาแพงบนคอของเขาเข้าหาตัวอย่างแรง แรงดึงนั้นทำให้ปราชญ์ต้องลุกขึ้นตามแรงโน้มถ่วง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะถูกผลักให้กระแทกกับผนังห้องทำงานกระจกใสอย่างแรง ความเร่าร้อนที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชาปะทุขึ้นในวินาทีนั้นเอง ปราชญ์ไม่รอช้าที่จะฉวยโอกาสที่เธอเข้าหา ประสานมือหนาเข้ากับเอวคอดกิ่วแล้วรวบเข้าหาตัวจนแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ซึ่งความปรานีแต่เต็มไปด้วยความโหยหาอันบ้าคลั่ง พินทุ์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว ทว่าปราชญ์กลับไม่ยอมปล่อยให้เอดหนี มือหนาประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น บังคับให้เธอน้อมรับรสจูบที่ทั้งดุดัน ดื่มด่ำ และเว้าวอนในเวลาเดียวกัน
ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้ากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความเจ็บปวดในอดีตผสมปนเปไปกับรสสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของคนทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น พินทุ์ส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาผ่านเนื้อผ้าชุดสูททำงานเข้ารูป บีบเคล้นสะโพกอิ่มอย่างหนักหน่วงด้วยความคะนึงหาที่สะสมมานานแรมปี
ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเหยื่อผู้เคยถูกกระทำกับผู้สร้างบาป บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยไฟสวาทอันร้อนแรง ปราชญ์พพรหมจูบไล้ตั้งแต่ริมฝีปากอิ่มลงมาตามซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานที่เขาเคยโง่เขลาโยนทิ้งไปอย่างไร้ค่า ท่อนแขนแข็งแรงอุ้มร่างบางขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น พินทุ์จำต้องเกาะเกี่ยวลำคอเขาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น สะโพกมนแนบชิดกับความแข็งแกร่งที่ตื่นตัวรับสัมผัสจากเธออย่างชัดเจน
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว ปราชญ์วางเธอลงบนโต๊ะทำงานกระจกสีดำเงาอย่างทะนุถนอมราวกับเธอคือคริสตัลล้ำค่าที่แตกหักได้ง่าย ดวงตาคมกริบทอประกายความเร่าร้อนและสำนึกผิดไปพร้อมๆ กัน ยามที่เขาคุกเข่าลงอีกครั้งระหว่างเรียวขาเรียวยาวที่ถูกแหวกออกด้วยชายกระโปรงผ่าสูง
“คุณมันคนบาปหนาค่ะ... คุณปราชญ์” พินทุ์กระซิบเสียงพร่า หอบหายใจจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยพิษสวาทจ้องมองอดีตสามีที่ยอมก้มลงทำตามความต้องการของเธออย่างมืดบอด
“ใช่... ผมมันคนบาป และผมยอมตกนรกหมกไหม้... ขอแค่ได้ชดใช้ให้คุณในทุกๆ วินาทีต่อจากนี้”
ปราชญ์ประกาศกร้าวด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจะทาบทับลงบนผิวเนื้อนุ่มภายในอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน เกินกว่าที่ใครจะห้ามใจไหว บทเพลงแห่งการไถ่บาปและทัณฑ์สวาทอันเร่าร้อนได้เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนและความร้าวรานที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแห่งความเสน่หา
ทว่า... ในขณะที่บทเพลงรักอันแสนดุดันและบีบคั้นกำลังดำเนินไปถึงจุดสูงสุด เสียงเคาะประตูก็ก้องกังวานขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“คุณปราชญ์คะ ดิฉันเอาเอกสารงบดุลไตรมาสล่าสุดมาให้เซ็นค่ะ... เอ๊ะ ทำไมห้องไม่ล็อกล่ะคะ หรือว่าข้างในมี...”
เสียงของเลขาธิการสาวหน้าห้องดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่กำลังถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายหญิงที่กำลังเกี่ยวพันกันอยู่บนโต๊ะทำงานอย่างแนบชิด โดยที่ปราชญ์ยังคงซุกตัวอยู่ระหว่างเรียวขาของพินทุ์อย่างไม่ทันตั้งตัว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
- เข็มฉายานิศ -
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 24
การไถ่บาปเริ่มต้น
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!