เสียงฟ้าร้องคำรามก้องราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สายฝนกระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกหน้าต่างห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราจนเกิดเสียงดังระรัวดั่งเสียงกลองศึกที่โหมกระหน่ำเร่งเร้าหัวใจให้เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ พินทุ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบานกระจกใสเงา สะท้อนภาพหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่แม้จะดูสง่างามและเยือกเย็นเพียงใด แต่เงาในกระจกกลับฟ้องชัดถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ปลายคาง รอยร้าวบนคริสตัลแห่งความรู้สึกที่เธอเคยบรรจงสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจ บัดนี้กำลังถูกแรงอารมณ์อันบ้าคลั่งของพายุเบื้องนอกและเปลวไฟระอุภายในกัดเซาะจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่10จำเป็นต้องเอ่ยขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ของปราชญ์ก้าวเข้ามาพร้อมกับหยดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนไหล่กว้างและเรือนผมสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบลู่ไปกับแผงอกกำยำจากพิษของสายฝน ทว่าสิ่งที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอกคือประกายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ดุดัน และยอมจำนนต่อสัญชาตญาณดิบอย่างสิ้นเชิง
"คุณเข้ามาทำไม... เราคุยกันรู้เรื่องหมดแล้วนะคะคุณปราชญ์" พินทุ์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงที่พยายามดัดให้ราบเรียบและเย็นชาสั่นพร่าลงอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นก้าวที่รุกคืบเข้ามาใกล้ของอดีตสามี
"รู้เรื่องอย่างนั้นหรือพินทุ์..." ปราชญ์แค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกวาดมองภรรยาเก่าที่เขาเคยโง่เขลาผลไสไล่ส่งให้ออกไปจากชีวิต บัดนี้เธอกลับกลายเป็นภาพติดตาตรึงใจที่เขาโหยหาแทบคลั่ง "คุณบอกว่าเราจบกันแล้ว แต่ทำไมหัวใจบ้าๆ ของผมถึงยังเรียกร้องหาแต่กลิ่นกายและเสียงสะท้อนของคุณทุกค่ำคืนเล่า"
ร่างสูงไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยคำปฏิเสธ ระยะห่างนับเมตรถูกร่นลดลงในพริบตาเดียว มือหนาเอื้อมคว้าเรียวแขนเล็กแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วแต่ทว่านุ่มนวล แรงปะทะระหว่างร่างทั้งสองทำให้ลมหายใจของพินทุ์สะดุดกكَวูบ กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับความชื้นฝนโชยเข้าแตะนาสิกปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ที่เธอพยายามฝังกลบให้ตายด้าน
"ปล่อยนะคะ... อย่ามาทำรุ่มร่ามกับฉัน เราหย่ากันขาดแล้ว!" พินทุ์เงยหน้าขึ้นเชิดสู้ แววตาแข็งกร้าวพยายามซ่อนความไหววูบที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก แต่แรงผลักไสที่มีกลับเบาหวิวราบนุ่นเมื่อปราชญ์ใช้มืออีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้ บังคับให้เงยรับสัมผัสจากเขา
"ถ้าความหย่าร้างมันทำให้ผมต้องทรมานเหมือนตกนรกทั้งเป็น... ใบปริญญานั่นหรือทะเบียนสมองบ้าๆ นั่น ก็ไม่มีค่าอะไรอีกต่อไปแล้วพินทุ์"
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและโหยหาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม เรียวปากหนาขบเม้มริมฝีปากนุ่มของเธออย่างเร่งเร้า เรียกร้อง และบีบคั้นให้อีกฝ่ายต้องเผยอริมฝีปากรับสัมผัสอันวาบหวามนี้อย่างจำยอม พินทุ์ครางประท้วงในลำคอเมื่อเรียวลิ้นอุ่นร้อนรุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานล้ำที่เขาไม่ได้ลิ้มรสมาเนิ่นนาน รสชาติแห่งความคะนึงหาและพิษสวาทที่ถูกกักเก็บไว้ระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก สัญชาตญาณความคุ้นเคยผสานกับความโหยหาในอดีตทำให้มือเรียวที่เคยทุบตีแผงอกแกร่งค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดประสานไปกับเสียงคำรามก้องของสายฝนด้านนอก ปราชญ์ประคองอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยริมฝีปากยังไม่ยอมผละออกจากการจูบอันดูดดื่ม เขาก้าวเดินไปที่โซฟาหนังแท้ตัวใหญ่ริมหน้าต่างที่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนเคล้าสายฝน
ร่างบางถูกวางลงบนเบาะนุ่มอย่างทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางดั่งแก้วคริสตัลที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ทว่าสัมผัสจากมือของปราชญ์กลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและหิวกระหาย เขาทาบทับร่างลงมา ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายทั้งสองหลอมรวมกัน ทลายกำแพงความเยือกเย็นและทิฐิอันยาวนานจนพังทลายลงราบคาบ
กระดุมเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตถูกปลดเปลื้องออกทีละเม็ดด้วยมือที่สั่นเทาของชายหนุ่ม ผิวเนียนละเอียดดั่งไข่มุกของพินทุ์ปรากฏต่อสายตาคมที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ปราชญ์ก้มลงพรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ซอกคอหอมกรุ่น และเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ เสียงครางหวานหูของหญิงสาวดังคลอเคล้ากับเสียงลมหายใจกระชั้นของเขา สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน
"อ๊ะ... ปราชญ์... อย่า..." เสียงหวานเอื้อnเอ่ยประท้วงอย่างอ่อนแรงเมื่อเรียวปากอุ่นซุกไซ้ลงมาถึงจุดอ่อนไหวกลางลำตัว ความรู้สึกวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่าน พินทุ์แอ่นกายรับสัมผัสอันช่ำชองและเปี่ยมด้วยเสน่ห์หาอย่างลืมตัว ความเจ็บปวดในอดีตถูกแผดเผาจนมอดไหม้ด้วยเพลิงสวาทที่ทั้งสองร่วมกันโหมกระพือขึ้นมาในค่ำคืนนี้
เมื่อความต้องการเดินทางมาถึงจุดสูงสุด การประสานกายดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและลึกซึ้ง ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเปี่ยมไปด้วยความหมายของการไถ่บาปและการโหยหากันและกัน ปราชญ์กักเก็บท่วงทำนองแห่งความรักไว้อย่างนุ่มนวลแต่หนักหน่วง เพื่อตอกย้ำให้ร่างใต้ร่างได้ประจักษ์ว่าหัวใจของเขานั้นตกเป็นเชลยของเธอเพียงผู้เดียวไปตลอดกาล พินทุ์หลับตาลงปล่อยให้หยาดน้ำตาแห่งความสุขปนความร้าวรานไหลรินลงข้างขมับ ขณะที่มือเรียวโอบกอดแผ่นหลังกว้างของสามีเก่าแน่น ฝังเล็บลงบนเนื้อเนียนเพื่อระบายความสุขสมที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นลูกใหญ่
ในอ้อมกอดกลางพายุร้ายที่โหมกระหน่ำ ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจแผ่วเบาและหยาดเหงื่อที่ซึมตามผิวพรรณในความเงียบงันของค่ำคืนที่ยาวนาน
ทว่า... ความสุขสมอันหอมหวานกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานใกล้ๆ สว่างวาบขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักส่วนตัวของพินทุ์
ปราชญ์ที่นอนกอดก่ายร่างบางอยู่บนโซฟาเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโดยบังเอิญ ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์มุมกว้างทำให้ลมหายใจของเขาติดขัดทันที
เด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบหน้าตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน กำลังยืนขยี้ตาปรือด้วยความง่วงงุน โดยมีพี่เลี้ยงสาวอุ้มปลอบอยู่หน้าประตูห้อง...
และภาพนั้นกำลังสั่นคลอนโลกทั้งใบของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลให้พังครืนลงมาในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ - เข็มฉายานิศ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 25
อ้อมกอดกลางพายุ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!