กระดาษแผ่นบางในมือสั่นระริก—ไม่ใช่เพราะความหนาเย็นของเครื่องปรับอากาศในยามวิกาล หากแต่เป็นเพราะตัวอักษรพิมพ์ดีดสีดำสนิทบนใบรายงานผลตรวจ DNA ที่ประกาศความจริงอันสั่นสะเทือนราวน้ำป่าหลาก
*ความเข้ากันได้ของสายเลือด... ร้อยละ 99.99*
ดวงตากลมโตของพินทุ์แดงก่ำ หัวใจดวงน้อยที่เคยถูกบดขยี้จนแหลقสลายเมื่อสามปีก่อน บัดนี้กลับถูกกระชากให้กลับมาเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นระคนโกรธเกรี้ยว เด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ... แก้วตาดวงใจที่เธอเฝ้าปกป้องด้วยชีวิต แลกมาด้วยหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นในจิตวิญญาณ แท้จริงแล้วมีสายเลือดครึ่งหนึ่งไหลเวียนร่วมกับบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี
“ซ่อนมันไว้จากฉันไม่ได้หรอกพินทุ์”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เฃIยงของปราชญ์ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ทำให้กระดาษแผ่นสำคัญร่วงหล่นลงบนพื้นพรมหนานุ่ม ความเงียบงันในสำนักงานใหญ่ยามค่ำคืนราวกับถูกแช่แข็ง บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบขาดอากาศหายใจ
พินทุ์สะดุ้งสุดตัว รีบก้มลงหมายจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา แต่ทว่าเรียวแขนแกร่งของอดีตสามีกลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมารวบข้อมือเธอไว้แน่น พร้อมกับใช้มืออีกข้างหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านด้วยสายตาคมกริบที่ไหวระริก
ลมหายใจของปราชญ์สะดุดกึก ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาผ่านบรรทัดสรุปผลตรวจ ความเงียบงันที่น่ากลัวแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานกว้างขวาง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ที่แข่งกันก้องกังวานในความมืดสลัว
“นี่มัน... อะไรกัน” ปราชญ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความเข้มแข็งที่เขายึดถือมาตลอดพังทลายลงในพริบตา ภาพเด็กชายตัวน้อยที่มีรอยยิ้มและนัยน์ตาถอดแบบมาจากเขาพิมพ์ไม่ผิดเพี้ยนผุดขึ้นมาในหัว “ลูก... ลูกของเราอย่างนั้นหรือพินทุ์?”
“คืนมันมานะปราชญ์!” พินทุ์แผดเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก เธอพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นทะลักขอบตา “คุณไม่มีสิทธิ์! ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อลูกของฉัน!”
“ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อเลือดในเนื้อของเด็กคนนั้นครึ่งหนึ่งเป็นของฉัน!” ปราชญ์ตวาดกลับด้วยความสะเทือนใจระคนคลั่งไคล้ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดสามปีถูกแผดเผาด้วยไฟแห่งความจริงข้อนี้ เขาออกแรงกระชากร่างบางเข้าหาตัวอย่างลืมตัว แรงปะทะทำให้แผ่นหลังนุ่มแนบชิดกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงอย่างรุนแรง
“ปล่อยฉันนะคนใจร้าย!” พินทุ์ทุบกำปั้นลงบนอกเขาไม่ยั้ง มือข้างหนึ่งพยายามผลักไส แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับพละกำลังที่เหนือกว่าของชายหนุ่ม “คุณเป็นคนผลักไสเราเอง คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นแค่ภาระ เป็นตราบาปที่คุณไม่อยากมองหน้า! แล้วตอนนี้คุณจะมาทวงสิทธิ์อะไรฮึ?”
คำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้นกรีดแทงหัวใจปราชญ์ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกรีดลงซ้ำๆ ความทรงจำในวันที่เขาเย็นชา ไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใยย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาในรูปแบบนี้ รอยร้าวบนคริสตัลที่เขาเป็นคนทำแตกสลายด้วยมือตัวเอง บัดนี้มันบาดลึกจนเลือดอาบมือ
“ฉันสำนึกผิดแล้วพินทุ์...” ปราชญ์กระซิบเสียงพร่ามัว ชิดริมฝีปากลงกับขมับหอมกรุ่นที่สั่นเทา กลิ่นกายหอมหวานที่เขาโหยหามาตลอดสามปีคุกรุ่นอยู่ในอ้อมกอด ปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความปรารถนาอันลึกซึ้งให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง “ทุกคืนที่ผ่านมา ฉันอยู่ด้วยความทรมานไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น... โปรดลงโทษฉันเถอะ แต่อย่าพรากลูกไปจากฉัน”
“ปล่อยฉันเถอะค่ะ... เราจบกันไปแล้ว” เสียงของพินทุ์อ่อนระโหยลงเมื่อฝ่ามืออุ่นร้อนของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวแผ่นหลังภายใต้เสื้อสูททำงาน ผิวเนื้อของเธอสะท้านเยือกด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธ เคมีอันตรายที่เคยผูกมัดทั้งคู่ไว้ยังคงทำงานอย่างทรงพลัง แม้สมองจะสั่งให้ผลักไส แต่กายสาวกลับอ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย
ปราชญ์ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เรียวปากหยักลึกก้มลงประทับจูบลงบนกลีบปากนุ่มที่สั่นระริกทันที มันไม่ใช่จูบแห่งการขอร้อง แต่เป็นการครอบครองและโหยหาอย่างหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาขาดหายไปนานแสนนาน รสจูบที่ทั้งดุดันและเว้าวอนทำให้พินทุ์ครางแผ่วในลำคอ สมองที่เคยตื่นตัวเริ่มพร่าเลือน ความโกรธแค้นแปรเปลี่ยนเป็นเปลวเพลิงแห่งความเสน่หาที่โหมกระหน่ำจนยากจะควบคุม
มือหนาเลื่อนลงกอบกุมสะโพกผาย บีบเคล้นแนบแน่นจนร่างบางแนบสนิทไปกับเรือนร่างกำยำ แรงอารมณ์ที่ถูกกดทับมานานระเบิดออกในความเงียบสงบยามดึก พินทุ์หลับตาลงรับสัมผัสวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้อย่างจำนนต่อความรู้สึก ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเร่าร้อน เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดริมฝีปากที่บวมเจ่อจากการถูกจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เสื้อผ้าเนื้อดีเริ่มหลุดลุ่ยไปทีละชิ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด ปราชญ์อุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่ยอมให้ริมฝีปากผละออกจากกันแม้แต่น้อย เขาก้าวเดินไปที่โซฟาตัวยาวกลางห้องทำงาน ก่อนจะวางร่างระหงลงอย่างทะนุถนอม ทว่าเร่าร้อนในคราเดียว
ใต้แสงไฟสลัวจากตึกสูงระฟ้าที่ส่องลอดผ่านกระจกใส ร่างกายเปลือยเปล่าที่แนบชิดติดกันขับเน้นความงดงามและสัญชาตญาณดิบเถื่อนของผู้ใหญ่ ปราชญ์ทาบทับลงมา ดั่งเสือร้ายที่ได้ครอบครองเหยื่ออันเป็นที่รัก ทุกสัมผัส สุ้มเสียง และหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนผิวเนียนละเอียด คือบทลงทัณฑ์และการไถ่บาปอันแสนหวานที่เขาและเธอต่างโหยหา พินทุ์แอ่นกายรับสัมผัสวาบหวามนั้นด้วยความรัญจวนใจที่ไม่อาจต้านทาน เสียงหอบหายใจและแรงกระ습นสะท้านสะท้อนก้องห้องทำงานจนแทบละลาย
ทว่า... ในขณะที่เปลวเพลิงแห่งความสวาทกำลังโหมกระหน่ำถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าเสื้อสูทของพินทุ์ที่ตกอยู่บนพื้น ก็แผדเสียงริ่งโทนก้องกังวานขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ
ปราชญ์ชะงักค้าง ลมหายใจหอบกระชั้นขณะซุกใบหน้าอยู่ตรงซอกคอหอมกรุ่น พินทุ์สะดุ้งสุดตัวและพยายามตั้งสติ รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ผลักไหล่กว้างของเขาออกเบื้องหน้า หน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืดปรากฏชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*ข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดที่บ้าน: "ตรวจพบความเคลื่อนไหว: พี่เลี้ยงเด็กกำลังอุ้ม... เด็กชาย..."*
ปราชญ์หรี่ตามองหน้าจอที่สว่างวาบนั้นด้วยความสงสัย ก่อนที่นัยน์ตาคมกริบจะเบนกลับมามองสบตาพินทุ์ที่ซีดเผือดลงจนไร้สีเลือด พร้อมกับเสียงกุญแจไขประตูกระจกด้านนอกห้องทำงานที่ดังขึ้นแกรกกราก... บุคคลปริศนาที่ไม่มีใครคาดคิดกำลังก้าวเข้ามาในสำนักงานยามวิกาลแห่งนี้!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเข็มฉายานิศเสมอนะคะ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 7
ค่ำคืนที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!