ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 8

สัมผัสที่คุ้นเคย

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงกุญแจกระทบกันยามไขประตูกระจกบานใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วสำนักงานที่เงียบสงัด ปราชญ์ไม่แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พินทุ์เพิ่งปัดมันหลุดมือ—หน้าจอที่ยังคงสว่างวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายของเด็กชายวัยอนุบาลคนหนึ่ง ซึ่งมีโครงหน้า คิ้ว และนัยน์ตาราวกับถอดแบบมาจากตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีเพี้ยน หัวใจของซีเอโอหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ราวกับถูกกระชากลงสู่ห้วงเหวแห่งความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอดหลายปี “ใครกัน...” น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างยากเย็น นัยน์ตาคมกริบราวใบมีดตวัดกลับมามองสบตาอดีตภรรยาที่บัดนี้ยืนตัวแข็งทื่อ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนใกล้หมดลมหายใจ “เด็กคนนั้น... เป็นใคร, พินทุ์?” ยังไม่ทันที่พินทุ์จะทันได้หาคำพูดใดมากลบเกลื่อนความลับที่ถูกกระชากออกมากลางอากาศ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหลังความมืดของโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ยามวิกาล “ผมเองครับ... คุณปราชญ์” เงาร่างสูงโปร่งของ ‘กรณ์’ อดีตเพื่อนสนิทและทนายความส่วน ครอบครัวก้าวล่วงเข้ามาในเขตแสงไฟ สองมือของเขากำลังถือแฟ้มเอกสารบางอย่างแน่น สีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังจนน่ากลัว ปราชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน “ดึกดื่นป่านนี้... พวกคุณสองคนมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ กันที่ห้องทำงานส่วนตัวของฉัน?” ปราชญ์กัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโทสะที่ผสมปนเปกับความหวาดหวั่นในอก “แล้วเด็กในรูปนั้น... มันหมายความว่ายังไง, พินทุ์! อธิบายให้ฉันฟังเดี๋ยวนี้!” “ไม่มีอะไรต้องอธิบายทั้งนั้นค่ะ, คุณปราชญ์” พินทุ์รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ดึงหน้ากากความเย็นชาและเย่อหยิ่งกลับมาสวมทับใบหน้าที่สั่นเทา เธอเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นกลับมาแนบอกอย่างหวงแหน “ชีวิตส่วนตัวของดิฉัน มันจบลงตั้งแต่ที่เราหย่ากันในศาลวันนั้นแล้วค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์มาซักไซ้ไล่เลียงอะไรในพื้นที่ของดิฉันอีก” “สิทธิ์เหรอ?” ปราชญ์ก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายหนาใหญ่ทำให้พินทุ์ต้องก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือกระจกด้านหลัง “เด็กคนนั้นหน้าตาเหมือนฉันขนาดนั้น... เธอยังกล้าพูดคำว่า ‘ไม่มีสิทธิ์’ กับฉันอีกอย่างนั้นหรือ, พินทุ์!” “คุณปราชญ์... ถอยไปนะคะ!” พินทุ์เงยหน้าขึ้นสู้สายตา ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอคุ้นเคยเมื่อหลายปีก่อน ลอยวนกลับมาทิ่มแทงความรู้สึกให้เจ็บแปลบในอกอีกครั้ง “อย่ามาทำรุ่มร่ามกับดิฉัน เชิญกลับไปซะ!” กรณ์ขยับตัวจะเข้ามาขวาง แต่สายตาดุดั่งคมมีดที่ปราชญ์วัดตรงมาทำให้ทนายหนุ่มต้องชะงักฝีเท้า “ออกไปก่อน, กรณ์” ปราชญ์ออกคำสั่งเสียงต่ำโดยไม่ละสายตาไปจากใบงดงามที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น “ถ้าไม่อยากให้มิตรภาพระหว่างเราพังทลายลงไปมากกว่านี้ ก็รออยู่ข้างนอก” เมื่อประตูกระจกถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกเบาๆ ภายในห้องทำงานจึงเหลือเพียงความอึดอัดและแรงปรารถนาอันบิดเบี้ยวที่คุกรุ่นอยู่ใต้ผิวหนัง ปราชญ์ใช้มือข้างหนึ่งยันกระจกตู้ไว้ กักขังร่างของอดีตภรรยาให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยสมบูรณ์ “เก่งนักนะ... พินทุ์” ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม ร้อนผ่าวจนหญิงสาวต้องเม้มปากแน่น “คิดจะปิดบังทายาทของตระกูลอัครเดชาโชติจากฉันไปตลอดชีวิตอย่างนั้นสินะ เธอมีความกล้ามากพอที่จะทำลายสายเลือดฉันทิ้งไว้เบื้องหลัง... งั้นก็ลองบอกฉันหน่อยสิ ว่าเธอจะเอาความกล้ามาจากไหน ในเมื่อตอนนี้... ตัวเธอทั้งตัว อยู่ใต้กำมือฉันแล้ว” พินทุ์สะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอดีตสามีไล่แตะลงบน1โครงหน้าเรียว ไล่เรื่อยลงมาตามลำคอระหงที่สั่นระริก สัมผัสที่คุ้นเคย... สัมผัสที่เคยทำให้เธอหลงใหลและเจ็บปวดเจียนตายในเวลาเดียวกันกำลังปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่ทั้งคู่พยายามกดทับไว้ใต้ซากปรักหักพังของอดีต “ปล่อยนะ... คนสารเลว!” พินทุ์เค้นเสียงด่าทอพร้อมกับใช้มือเรียวผลักอกแกร่งเต็มแรง แต่แรงอันน้อยนิดนั้นกลับไม่ต่างจากการลูบไล้สำหรับชายหนุ่ม ปราชญ์ไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขากลับใช้มืออีกข้างรวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ความร้อนจากผิวกายที่แนบสนิทส่งผ่านเนื้อผ้าเนื้อดี ทำให้ลมหายใจของพินทุ์สะดุดกึก ความโกรธเกรี้ยวในแววตาของเธอเริ่มสั่นไหว ปะปนไปด้วยความรู้สึกวูบวาบที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่ยังคงหลงเหลือมันอยู่ “ปากเก่งนัก... แต่ร่างกายเธอกำลังสั่นนะ, พินทุ์” เสียงกระซิบพร่าทุ้มชิดใบหู พร้อมกับริมฝีปากร้อนที่กดจູບลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างถือวิสาสะ “อื้อ!... ปราชญ์... หยุดนะ!” พินทุ์ครางประท้วงในลำคอเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นลากผ่านผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ความโกรธที่เคยลุกโชนมอดดับลงด้วยพิษสงแห่งสัมผัสที่เขาจงใจปรนเปรอ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มอ่อนยวบลงอย่างไร้แรงต้าน สัมผัสที่คุ้นเคย... มันช่างทรงพลังและกัดกินสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งความแค้นนับปี กำลังถูกพังทลายลงด้วยปลายนิ้วและอ้อมกอดที่เธอเคยตัดพ้อว่าไร้หัวใจ ปราชญ์ก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มที่พยายามเม้มแน่นอย่างดื้อรั้น เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เป็นจูบที่ลึกซึ้ง ดุดัน และเว้าวอนในคราเดียวกัน รสชาติหวานล้ำที่เขาเคยครอบครองและโหยหามาตลอดหลายปี ทะลักทลายความอดกลั้นทั้งหมดของซีอีโอหนุ่มให้ขาดผึ่ง มือหนาเลิกชายเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตเนื้อบางของหญิงสาวขึ้น ปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียดที่สั่นสะท้านภายใต้เงื้อมมือ พินทุ์หลับตาลงอย่างจำนน หยาดน้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาด้วยความคับแค้นใจที่ร่างกายทรยศต่อจิตใจ เธอกัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ปราชญ์คำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อน เขายิ่งบดขยี้จูบให้หนักหน่วงและลึกล้ำยิ่งขึ้น สอดแทรกความวาบหวามที่ดึงทั้งคู่ดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์เสน่หาอันมืดบอด ท่ามกลางความเงียบงันของรัตติกาล ความสัมพันธ์กึ่งบังคับกึ่งยินยอมครั้งแรกหลังแยกทางได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อนและร้าวราน แรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำทำให้พินทุ์ต้องยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่รู้ตัว เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกันในความมืดของห้องทำงาน ปราชญ์อุ้มร่างบอบบางขึ้นแนบอก พาเธอก้าวไปยังโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องโดยไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากเป็นอิสระ ความโหยหาและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจ ทุกสัมผัส ทุกรอยจูบ และทุกการเคลื่อนไหว คือการทวงคืนสิทธิ์และการยอมจำนนต่อกันและกันในเวลาเดียวกัน ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ อาจรู้ได้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงระอุไปด้วยไออุ่นแห่งความสัมพันธ์ พินทุ์นอนหอบหายใจรดอยู่บนโซฟาโดยมีร่างสูงทาบทับอยู่เบื้องบน นัยน์ตาคู่สวยมองสบกับแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของอดีตสามี แต่ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงของกรณ์ที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “คุณปราชญ์ครับ! แย่แล้วครับ! มีเอกสารด่วนที่สุดส่งตรงมาจากสำนักงานเขต... เรื่อง... เรื่องคำร้องขอตรวจสอบสิทธิ์การเป็นผู้ปกครองเด็ก ที่ถูกยื่นมาก่อนหน้านี้... ตอนนี้มันหลุดมาถึงมือสื่อแล้วครับ!” ร่างของปราชญ์และพินทุ์แข็งค้างไปพร้อมๆ กัน นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่พินทุ์หน้าถอดสีลงทันทีเมื่อตระหนักว่าความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังจะถูกกระชากออกสู่แสงสว่างในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า! --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนงานเขียนของ "เข็มฉายานิศ" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%