กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมผสานกับไอร้อนระอุจากฝักบัวในห้องน้ำหรูหราของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดระหว่างคนทั้งสองเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย ปราชญ์ก้าวออกมาด้วยผ้าขนหนูพันรอบกายท่อนล่าง หยดน้ำพราวบนแผงอกกว้างและลอนกล้ามเนื้อที่ผ่านการดูแลอย่างดีตามวิถีชายหนุ่มผู้รักสุขภาพ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้มองไปที่วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง หากแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างระหงของพินทุ์ในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทน ซึ่งกำลังยืนไขว้แขนพิงขอบกระจกด้วยท่าทีเยือกเย็น
"คุณไม่มีสิทธิ์มาที่นี่โดยไม่ได้รับอนุญาต พินทุ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวย่างเข้าหาอย่างคุกคาม ทว่าหญิงสาวกลับไม่ถอยหนีแม้แต่นโยบายเดียว ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววหยามandหยันอย่างไม่ปิดบัง
"ห้องชุดนี้เป็นชื่อฉันครึ่งหนึ่งจากข้อตกลงหย่า... คุณต่างหากปราชญ์ ที่ควรเป็นฝ่ายจำนนและระลึกไว้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้บุกรุกเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ของคนอื่น" พินทุ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง
ปราชญ์หยุดยืนห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับสบู่ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบที่เขาพยายามกดขี่ข่มเหงมาหลายเดือน สายตาของเขาไล่ต่ำลงสำรวจเรือนร่างที่เคยเป็นของเขา—เคยอยู่ในอ้อมแขน เคยรองรับแรงปรารถนา และเคยถูกเขาละเลยอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ พินทุ์ไม่ใช่ภรรยาตัวน้อยที่เอาแต่ร้องไห้รอคอยความเมตตาอีกต่อไป เธอกลายเป็นผู้หญิงที่อันตรายและทรงเสน่ห์จนหัวใจของซีอีโอหนุ่มปวดแปลบด้วยความโหยหา
"ผมรู้ว่าผมเคยโง่... รู้ว่าทำร้ายคุณมากแค่ไหน" ปราชญ์เอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกหมายจะสัมผัสกลุ่มผมสลวย แต่พินทุ์กลับเบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา
"อย่าแตะต้องฉัน!" เธอกัดฟันกรวด นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น "ความรู้สึกผิดของคุณมันไร้ค่าปราชญ์ มันซื้อเวลาคืนไม่ได้ และมันก็เรียกความรักที่ตายไปแล้วกลับมาไม่ได้เช่นกัน"
ทว่าความโกรธเกรี้ยวของเธอกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่จุดประกายไฟปรารถนาในตัวชายหนุ่ม ปราชญ์ไม่สนคำปฏิเสธอีกต่อไป ความหมกมุ่นที่สะสมมานานนับเดือนระเบิดออก เขาคว้าข้อมือเรียวเล็กแล้วรวบเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างบางเซเข้าชนแผงอกเปลือยเปล่า ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระทึกของทั้งสองฝ่าย
"ปล่อยนะ! คุณไม่มีสิทธิ์..."
"ผมมีสิทธิ์... สิทธิ์ในฐานะสามีเก่าที่ยังโหยหาเรือนร่างคุณจนแทบคลั่ง" ปราชญ์คำรามชิดริมฝีปาก ก่อนจะก้มลงปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังต่อว่าเขาด้วยจูบอันดุandดึงดัน รสจูบที่เปี่ยมด้วยความหิวกระหาย ความโหยหา และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนถูกระบายลงบนกลีบปากนุ่ม พินทุ์พยายามทุบตีแผงอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่ริมฝีปากหนากลับไล่ตามบดขยี้อย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างไม่ยอมให้ขัดขืน
ความคุ้นเคยในอดีตผสานกับความโกรธแค้นในปัจจุบัน ทำให้ร่างกายของพินทุ์สั่นสะท้าน มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปราชญ์ใช้จังหวะที่เธอกำลังเคลิบเคลิ้มอุ้มร่างเพรียวขึ้นแนบอก พาเดินตรงไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้องอย่างไม่รอช้า
ผ้าปูที่นอนสีเข้มยับย่นยามที่ร่างทั้งสองทาบทับลงไป ปราชญ์ตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดสูทราคาแพง เขาปลดกระดุมเสื้อของเธอออกทีละเม็ดอย่างเร่งร้อน เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มสลัว
เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ ปราชญ์พรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ซอกคอหอมกรุ่น และเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ รสสัมผัสของเขาช่างชำนาญและทรงพลัง ราวกับต้องการประทับตราร100เปอร์เซ็นต์ความเป็นเจ้าของลงบนทุกตารางนิ้วบนผิวเนื้อของเธอ เพื่อประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขาแต่เพียงผู้เดียว
พินทุ์หลับตาลงด้วยความเจ็บใจ น้ำตาหยาดใสไหลรินลงข้างขมับเมื่อตระหนักว่าร่างกายของเธอยังคงพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของซาตานร้ายตนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ความวาบหวามและรสชาติแห่งความสุขสมที่เขาหยิบยื่นให้ ก็ปลุกเร้าเปลวเพลิงราคะในกายให้ลุกโชนขึ้นอย่างยากจะต้านทาน
การเคลื่อนไหวประสานสอดรับกันดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง เต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนของความแค้น ความโหยหา และการครอบครอง ปราชญ์กระซิบคำพร่าชิดใบหู ยามที่บทเพลงรักอันร้อนแรงดำเนินมาถึงจุดสูงสุด ความสุขสมแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ทิ้งให้ทั้งคู่นอนหอบหายใจรดกันท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนอันยาวนาน
ทว่า... ความเงียบงันนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงกุกกักบางอย่างที่ดังมาจากห้องนั่งเล่นด้านนอก
ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่น พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างบางรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับกายอย่างลนลาน หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นด้วยความหวาดหวั่น เพราะเธอรู้ดีว่าเวลานี้ไม่ควรมีใครอื่นนอกจากพวกเขาอยู่ในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวแห่งนี้
เสียงฝีเท้าเล็กๆ ย่ำเข้ามาใกล้ประตูห้องนอน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงวัยราวสามขวบที่เอמהเรียกหา "คุณแม่ขา... น้องดาหลับไม่ลงค่ะ ทำไมคุณแม่ยังไม่นอนอีกคะ?"
ปราชญ์ชะงักกึก ศีรษะหันขวับไปมองที่ประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ หัวใจของซีอีโอหนุ่มกระตุกวาบเมื่อเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยยืนอยู่ตรงนั้น และเมื่อแสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและจมูกโด่งรั้นที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากกระจกเงาของเขาเอง ก็ทำให้ลมหายใจของปราชญ์สะดุดกึกทันที...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 9
รอยตราบนผิวหนัง
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!