ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 11

เปราะบางและบ้าคลั่ง

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กระดาษแผ่นบางในมือปราชญ์สั่นเทาจนแทบยึดไว้ไม่อยู่ ตัวอักษรหมึกพิมพ์สีดำบนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ถ้อยคำปฏิเสธ หากแต่มันคือใบประกาศิตที่พิพากษาความตายทั้งเป็นให้กับความทะนงตนทั้งหมดที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเหยียดหยามพินทุ์ในอดีต บัดนี้แดงก่ำ เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตระหนักรู้ที่สายเกินแก้ "คุณจะใจร้ายเกินไปแล้ว... พินทุ์" เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่า ร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงอย่างน่าเวทนา พินทุ์ไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนี เธอยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือแสงไฟระยิบระยับของมหานครยามค่ำคืนที่ไม่เคยหลับใหล ทว่าความหนาวเหน็บในใจของเธอกลับหนาทึบยิ่งกว่าความมืดมิดนอกตึกสูง แววตาคู่สวยที่เคยอ่อนแสงและมีแต่เงาของความเจ็บช้ำ บัดนี้เรียบเฉย เย็นชา และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ หลงเหลือให้อีกฝ่ายได้ไขว่คว้า "ใจร้ายหรือคะ?" พินทุ์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมซ้ำๆ "คำนี้มันช่างตลกเสียจริงสำหรับคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจฉันจนไม่เหลือชิ้นดี ปราชญ์... คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าคุณเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้างในห้องนอนห้องนี้" ภาพอดีตย้อนกลับมาทับซ้อนอย่างโหดร้าย ในวันที่เธอยังเป็นภรรยาผู้โง่งอมที่เอาแต่วิ่งตามความรักจอมปลอม วันที่เธอตั้งครรภ์อ่อนๆ และเอ่ยปากขอความเห็นใจจากสามีผู้เย็นชา ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงคำดูถูกเหยียดหยาม และการผลักไสไล่ส่งราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง ปราชญ์ก้าวเข้าไปหาเธออย่างคนไร้สติ ความภาคภูมิใจที่เคยค้ำคอ ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัว บัดนี้ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดคุกเข่าลงตรงหน้าอดีตภรรยา มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปควชายกระโปรงของเธอไว้ราวกับเด็กน้อยที่กำลังจะสูญหาย "ผมยอมแล้ว... พินทุ์ ผมยอมทุกอย่างแล้ว" เสียงของเขาขาดห้วง ลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนเรียวขาเปลือยเปล่าผ่านเนื้อผ้าแพรชั้นดี ความต้องการทางอารมณ์ที่ถูกกดทับด้วยความสำนึกผิดและแรงโหยหาอันบ้าคลั่งกำลังปะทุขึ้นในกระแสเลือด "จะให้ผมกราบ หรือจะให้ผมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อไถ่โทษ... ผมก็ยอม ขอแค่เพียงโอกาส... ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวอีกสักครั้ง" พินทุ์ก้มมองชายผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่กำลังหมอบราบคาบแก้วแทบเท้าเธอ หัวใจดวงที่เคยแตกสลายมีความรู้สึกสะใจแล่นริ้วขึ้นมาวูบหนึ่ง ทว่าลึกลงไปกลับมีความเจ็บปวดร้าวรานตอกย้ำว่า แผลนี้ไม่มีวันจางหายด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางสลักเสลาของเขาให้เงยขึ้น บังคับให้ปราชญ์ต้องสบตาเธอตรงๆ ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ไปด้วยไฟปรารถนาและหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างไม่อายฟ้าดิน "คิดว่าร่างกายของฉัน หรือเซ็กส์บ้าๆ ที่คุณโหยหา จะลบล้างความอัปยศที่ฉันเคยได้รับได้งั้นหรือคะ?" พินทุ์เอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเยียบเย็นแต่กลับเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในกายเขาให้พุ่งพล่านจนเกินควบคุม ปราชญ์ไม่ตอบคำถาม เขาใช้การกระทำแทนคำอธิบาย มือหนารั้งเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นร่างของทั้งคู่แนบชิดไร้ช่องว่าง แรงดึงดูดอันมืดมนและร้อนแรงกระชากสติของเขากระเจิง ความต้องการที่จะครอบครองอดีตภรรยาผู้เย่อหยิ่งคนนี้แปรเปลี่ยนเป็นความกระหายที่รุนแรงราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นการจูบที่ทั้งดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ปราชญ์ขบเม้มเรียวปากกระจับของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยโง่เขลาโยนทิ้งไป พินทุ์ครางประท้วงในลำคอ ทว่าความคุ้นเคยและสัมผัสวาบหวามที่แสนคุ้นเคยกลับเริ่มสั่นคลอนเกราะป้องกันอันเย็นชาของเธอทีละน้อย ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงันของห้องชุดหรู ปราชญ์ประคองท้ายทอยเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ นิ้วมือแข็งแกร่งลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสรีระภายใต้ชุดนอนเนื้อนุ่ม ความอบอุ่นจากเรือนร่างของพินทุ์ปลุกเร้าอารมณ์สวาทที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนานให้ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม ร่างบางถูกดันถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบกระจกใสเย็นเฉียบ ทว่าความเย็นของกระจกกลับถูกแผดเผาด้วยความร้อนรุ่มที่ปราชญ์เป็นผู้มอบให้ เขาซุกไซ้ใบหน้าคมสันลงที่ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีุ่กเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ สัมผัสที่หนักหน่วงและวาบหวามทำให้พินทุ์ต้องแอ่นกายเข้าหาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีเข้มของเขาแน่นระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง "ปราชญ์... อっ... หยุดนะ..." เสียงหวานเอ่ยห้ามอย่างอ่อนแรง เมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ลึกซึ้งผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบา สัมผัสที่ชำนาญและเต็มไปด้วยความโหยหาทำให้ความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของเธอกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า "ไม่... ผมไม่หยุดแล้วพินทุ์" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนเธอสะท้านเยือก "คุณฆ่าผมให้ตายด้วยซ้ำเถอะ ถ้ามันทำให้คุณหายแค้น... แต่ได้โปรด อย่าผลักไสผมอีกเลย" ความเปราะบางและความบ้าคลั่งหลอมรวมเข้าด้วยกันในค่ำคืนนี้ ปราชญ์ไม่อาจรักษาความภูมิใจใดๆ ได้อีกต่อไปเมื่ออยู่เบื้องหน้าผู้หญิงที่ถือครองวิญญาณของเขาไว้ทั้งหมด เขายอมจำนน ยยอมคุกเข่า และยอมแม้กระทั่งแลกด้วยลมหายใจเพื่อขอโอกาสได้สัมผัสเธออีกครั้ง เสื้อผ้าชิ้นน้อยถูกปลดเปลื้องออกอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากตึกสูงระฟ้า ผิวเนียนละเอียดราวกับคริสตัลเจียระไนของพินทุ์สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ งดงาม ทว่าเปี่ยมด้วยรอยร้าวที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ ปราชญ์ทาบทับร่างกายลงไปอย่างทะนุถนอมราวกับเธอบอบบางยิ่งกว่าแก้วเจียระไน ทว่าสัมผัสกลับเร่าร้อนและลึกซึ้งจนแทบหลอมละลาย รสจูบครั้งใหม่หวานล้ำและดุดันยิ่งกว่าเดิม มือหนาประคองสะโพกกลมกลึงให้รับกับจังหวะการเคลื่อนไหวที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง สติของทั้งคู่หลุดลอยไปในห้วงแห่งความสุขสมที่พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงครางหวานหูและเสียงลมหายใจหอบกระชั้นเคล้าคลอไปกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกระจกด้านนอก ทุกการสอดประสานคือการไถ่บาป ทุกหยาดเหงื่อคือเครื่องยืนยันถึงความเจ็บปวดและความโหยหาที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด แต่ทว่า... ในขณะที่ห้วงอารมณ์สวาทกำลังลึกซึ้งถึงขีดสุด และปราชญ์กำลังจะจมดิ่งลงไปในความหอมหวานนั้น เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่ดังทะลุผ่านบานประตูเข้ามา "คุณแม่ครับ... น้องปันปันตื่นแล้วครับ ทำไมคุณแม่ยังไม่นอนอีกครับ?" ร่างของปราชญ์แข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล หัวใจที่กำลังเต้นเร่าด้วยแรงสวาทหยุดเต้นไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อสมองประมวลผลคำว่า 'น้องปันปัน' และเสียงเรียกนั้น... มันช่างคุ้นหูเสียจนน่ากลัว และใบหน้าของเด็กชายที่เขาเคยเห็นในรูปถ่ายแวบหนึ่งกำลังซ้อนทับกับเงาสะท้อนในกระจกอย่างชัดเจน ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%