ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 4

ห้องทำงานส่วนตัว

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* ก้องกังวานในความเงียบงั้นของห้องทำงานส่วนตัว เปรียบเสมือนเสียงประกาศิตที่ตัดขาดโลกภายนอกออกจากพื้นที่สี่เหลี่ยมแห่งนี้โดยสิ้นเชิง พินทุ์สะดุ้งเล็กน้อย ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ เมื่อพบว่าแผ่นหลังชนเข้ากับบานไม้เนื้อดีของประตูห้อง ทว่าแววตาที่มองตรงไปยังชายหนุ่มเจ้าของห้องกลับไม่ได้มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเย็นชาและคมกริบดุจใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง "คุณล็อกประตูทำไมคะ คุณปราชญ์" น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบไร้อุณหภูมิเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว ปราชญ์ไม่ได้ตอบในทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทหรูสีดำสนิทก้าวเข้าหาเธออย่างช้าๆ ทว่ามั่นคง ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันอันน่าอึดอัด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยเข้ามารุกรานพื้นที่หายใจของเธอจนพินทุ์ต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เขาสอดมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋ากางเกง ขณะที่อีกข้างเอื้อมไปทาบบนบานประตู เหนือศีรษะของเธอเพียงคืบเดียว กักขังร่างของอดีตภรรยาไว้ในวงแขนอย่างจงใจ "ถ้าไม่ล็อก... เดี๋ยวก็น่าจะมีคนมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนสำคัญของเราสิครับ พินทุ์" ปราชญ์จงใจเน้นเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคมกล้าคู่นั้นกวาดมองใบหน้างดงามที่บัดนี้เรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่นั้นที่เขาเคยหมางเมินและเหยียบย่ำให้แหลกสลายด้วยมือของตัวเองในอดีต พินทุ์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขสิ้นเชิง "สนทนาเรื่องงานงั้นหรือคะ? ฉันคิดว่าเราเคลียร์ตัวเลขและเงื่อนไขของโปรเจกต์นี้จบไปตั้งแต่ในห้องประชุมใหญ่แล้ว การเรียกฉันมาพบ 'เป็นการส่วนตัว' ในห้องทำงานของคุณตอนนี้ มันนอกเหนือจากวาระงานแล้วนะคะ" "งาน... งั้นเหรอ" ปราชญ์ทวนคำ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายไฟบางอย่างที่ลุกโชนขึ้นอย่างเงียบงัน "บางทีสิ่งที่เราควรเคลียร์ อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขบนกระดาษหรอกนะพินทุ์" นิ้วเรียวแกร่งของเขาละออกจากกระเป๋า เลื่อนขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนนุ่มของเธออย่างถือวิสาสะ พินทุ์เบี่ยงหน้าหนีสัมผัสนั้นทันทีราวกับโดนของร้อน ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมหลบสายตา "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" พินทุ์ตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด มือเรียวออกแรงผลักแผงอกกว้างของเขาเต็มแรง ทว่าร่างหนากลับไม่สะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับใช้ความได้เปรียบทางสรีระรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "ปล่อยนะ!" เธอตวัดเสียงกร้าว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นความโกรธเกรี้ยวและอารมณ์ดิบเถื่อนที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอกของเขาต่างหากที่เธอกลัวมันจะหลุดรอดการควบคุม "ทำไมล่ะพินทุ์ ในเมื่อเมื่อก่อน... เธอเคยร้องขอให้ฉันกอดเธอไม่ใช่เหรอ?" คำพูดเยียบเย็นบาดลึกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คำพูดที่ขุดคุ้ยแผลเก่าอันเน่าเฟะขึ้นมาตีแสกหน้าเธออย่างไม่ปรานี พินทุ์หน้าซีดเผือดลงทันที ความเจ็บปวดร้าวรานที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ซากปรักหักพังของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอหน่วยดวงตาคู่สวย แต่เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดเพื่อกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้หยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแอแม้แต่หยดเดียวร่วงหล่นต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้ "ใช่... ฉันเคยโง่เอง!" พินทุ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้น "เคยโง่ที่เอาหัวใจทั้งดวงไปฝากไว้กับผู้ชายไร้หัวใจอย่างคุณ! แต่จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะปราชญ์... ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากคุณคนนั้นน่ะ มันตายไปตั้งแต่ในศาลวันหย่าแล้ว!" คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของปราชญ์ราวกับลูกศรอาบยาพิษ ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนเขาต้องหายใจเข้าลึกๆ ทว่าแทนที่มันจะทำให้เขาถอยหลัง กลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนและการครอบครองที่ฝังรากลึกในตัวซีอีโอหนุ่มให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด เขาไม่ต้องการคำพูดเชือดเฉือนเหล่านี้ เขาต้องการเธอกลับมา... แม้จะต้องใช้วิธีที่เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม "ถ้าผู้หญิงคนเดิมมันตายไปแล้ว... งั้นก็ดี" ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "ฉันจะสร้างผู้หญิงคนใหม่ขึ้นมา... ผู้หญิงที่จะเป็นของฉันคนเดียว และไม่มีวันหนีฉันพ้นอีกต่อไป" สิ้นคำพูดนั้น ปราชญ์ก็ก้มลงประกบเรียวปากหนาร้อนรุ่มทาบทับลงบนริมฝีปากนุ่มของเธอทันทีอย่างไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามสะบัดหน้าหนีและเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน ทว่าอ้อมแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กกลับโอบกอดรัดเอวบางเข้าหาตัวแนบชิดอย่างไร้ช่องว่าง ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้กับแผงอกกว้างร้อนระอุจนแทบหลอมละลาย รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและคุกคาม ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลุ่มลึกที่แฝงไว้ด้วยความโหยหาอันบ้าคลั่ง ปราชญ์ขบเม้มริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ เป็นเชิงบังคับให้เธอยอมเปิดทาง และเมื่อเรียวปากนุ่มเผยอออกด้วยความเคลิบเคลิ้มชั่วขณะ ลิ้นร้อนจัดก็รุกล้ำเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มันไม่ใช่แค่การลงทัณฑ์... แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาสอดเข้าใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกท้ายทอยของเธอให้รับสัมผัสจากเขาได้อย่างเต็มที่ ส่วนมืออีกข้างเลื้อยลงมาบีบเคล้นสะโพกมนภายใต้ชุดสูทเนื้อดีอย่างล่วงเกิน แรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกกดทับมาแรมปีระเบิดออกราวกับภูเขาไฟ พินทุ์ส่งเสียงประท้วงอู้อี้อยู่ในลำคอ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีเริ่มระเหิดหายไปทีละน้อยเมื่อสัมผัสวาบหวามอันคุ้นเคยแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นกายของเขา ลมหายใจร้อนๆ ของเขา และสัมผัสอันหนักหน่วงที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณลึกๆ ในกายสาวให้ตื่นขึ้นอย่างน่าละอาย หัวใจที่เคยด้านชากำลังกรีดร้องด้วยความสับสน ระหว่างความแค้นที่ฝังรากลึก กับความโหยหาที่ร่างกายทรยศต่อจิตใจ ปราชญ์ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอได้หอบโกบโกยอากาศเข้าปอด ขณะที่หน้าผากของเขายังคงแนบชิดอยู่กับหน้าผากของเธอ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นถี่รัวสะท้อนความปั่นป่วนในอารมณ์ ดวงตาคมกล้าของเขาจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำจากการจูบด้วยแววตาพึงพอใจระคนปรารถนาอันแรงกล้า "เธอเกลียดฉันได้นะพินทุ์..." ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น แววตาเต็มไปด้วยความดุดันและดึงดูดใจอย่างร้ายกาจ "แต่จำไว้... ร่างกายของเธอ มันตอบสนองฉันได้ดีกว่าปากดีๆ ของเธอซะอีก" พินทุ์เม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอยกมือขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนหลงตัวเองสักฉาดใหญ่ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะกระทบกับผิวแก้มของเขา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ตามด้วยเสียงหวานใสของเลขาฯ หน้าห้องที่ตะโกนลอดเข้ามา "ท่านประธานคะ! คุณคิมหันต์จากบริษัทพาร์ทเนอร์มารอพบที่ห้องรับแขกแล้วค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับสัญญาโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องให้ท่านเซ็นอนุมัติทันทีค่ะ!" ปราชญ์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งที่ถูกขัดจังหวะ เขาสบถเบาๆ ในลำคอ แต่ยังคงไม่ยอมปล่อยร่างบางในอ้อมแขนออกทันที พินทุ์อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นออกแรงผลักอกเขาเต็มกำลังจนปราชญ์ต้องยอมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เธอจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่อย่างลวกๆ ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความโกรธและความอาย เธอปรายตามองเขาด้วยแววตาเยียบเย็นที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยว "อย่าได้ใจให้มันมากนักเลยค่ะคุณปราชญ์... เพราะเกมแก้แค้นครั้งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!" พูดจบ พินทุ์ก็หมุนตัวเดินไปปลดกลอนประตูและกระชากเปิดออกเพื่อก้าวออกไปจากห้องนั้นทันที โดยไม่หันกลับมามองสายตาคมกล้าที่มองตามหลังเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความท้าทาย ทว่า... ในวินาทีที่พินทุ์ก้าวพ้นประตูห้องทำงานส่วนตัวออกมา และกำลังจะเดินผ่านโซฟาต้อนรับแขกวีไอพี สายตาของเธอกลับต้องสะดุดหยุดกุนเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบคนหนึ่ง ที่กำลังนั่งแกะขนมกินอยู่บนตักของแขกผู้มาเยือนคนนั้น เด็กน้อยหันมาสบตาเธอกลมโต... ดวงตากลมโตสีนิลคู่สวย และโครงหน้าที่ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากปราชญ์ราวกับแกะ! หัวใจของพินทุ์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เมื่อตระหนักได้ว่าความลับอันดำมืดที่เธออุ้มท้องหนีไปซ่อนไว้ตลอดสี่ปี กำลังจะถูกเปิดเผยต่อหน้าอดีตสามีในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%