ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 14

ร่องรอยแห่งความหวงแหน

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
“เปิดสิคะ... คุณปราชญ์” น้ำเสียงของพินทุ์ไม่ได้สั่นพร่าเลยแม้แต่น้อย มันราบเรียบ เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยพลังกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราอัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะยังคงสว่างวาบ ข้อความแจ้งเตือนจากห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พร้อมไฟล์แนบที่บรรจุความลับอันสั่นคลอนสถานะของคนทั้งคู่เอาไว้ กำลังท้าทายสายตาของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ปราชญ์ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นเป็น ริ้ว นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบัดนี้ไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น—ความหวาดหวั่นที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัส นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของโลกธุรกิจ ทว่าในวินาทีนี้ หัวใจของเขากลับเต้นรัวกระหน่ำราวกับเด็กหนุ่มผู้ไร้เดียงสาที่กำลังรอฟังคำตัดสินโทษประหารชีวิต “พินทุ์...” เสียงทุ้มต่ำเอמהลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับอดีตภรรยาที่เขาย่ำยีหัวใจไว้ในอดีต “คุณตั้งใจจะเล่นเกมอะไรกันแน่” “ดิฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ” รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงกุหลาบที่ดูเย้ายวนแต่ทว่าอันตราย พินทุ์ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันให้เขาจนมุม “แต่ความจริงต่างหากล่ะคะ ที่กำลังจะพิสูจน์ว่าไอ้ความมั่นอกมั่นใจของคุณ... มันไร้ค่าแค่ไหน” ฉับพลัน ปราชญ์ก็หมดความอดทน มือหนาคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว นิ้วแกร่งกดเปิดไฟล์แนบ ทว่าก่อนที่เขาจะได้กวาดสายตาอ่านตัวอักษรบนหน้าจอ พินทุ์กลับใช้มือเรียวปัดมันร่วงลงบนพื้นพรมหนานุ่ม พร้อมกับที่ร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วพุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ถูกปลุกเร้าจนกู่ไม่กลับ! “คุณกล้าดียังไง!” ปราชญ์คำรามในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พวยพุ่งขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ มือใหญ่วาบลงบนเอวคอดกิ่วของเธอ รวบเข้าหาตัวด้วยพละกำลังที่เหนือกว่าจนพินทุ์อุทานออกมาเบาๆ แต่ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายตาที่ท้าทายและเต็มไปด้วยความพยาบาทอันเย้ายวน “ปล่อยนะคะ...” พินทุ์พยายามขัดขืน แต่แรงบีบกระชับที่เอวกลับแน่นหนาขึ้นราวกับคีมเหล็ก ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ความร้อนระอุจากเรือนร่างของปราชญ์แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระสำระส่ายไม่แพ้กัน “ปล่อยเหรอ?” ปราชญ์ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มเนียน กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของพินทุ์ที่เขาโหยหามาแรมปีตีรวนอยู่ในโสตประสาท “ในเมื่อคุณเป็นคนจุดไฟนี้ขึ้นมาเอง พินทุ์... คุณคิดเหรอว่าผมจะปล่อยให้คุณเดินหนีไปได้ง่ายๆ” ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างดุดันและเอาแต่ใจ มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นการลงทัณฑ์ การครอบครอง และการประกาศศักดาว่าเธอไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของเขาได้ พินทุ์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ เธอก็ไม่ยอมจำนนเช่นกัน ฟันคมกัดลงที่ริมฝีปากของเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ รสชาติของเลือดและความดุดันผสมผสานกันจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้มอดไหม้ ปราชญ์คำรามในลำคอด้วยความพึงพอใจ มือหนาเลื่อนขึ้นสอดเข้าใต้เส้นผมสลวย ขยุ้มกลุ่มผมนั้นไว้เพื่อตรึงองศาใบสวยให้รับจูบอันลึกซึ้งและวาบหวามยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน ความโกรธแค้น ความอัดอั้น และความปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมกันจนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนทางกายที่รุนแรง พินทุ์หอบหายใจกระเส่า มือเรียวที่เคยทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง กลับเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งเนื้อผ้าบริเวณไหล่กว้างของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความเจ็บปวดจากอดีตและความหอมหวานในปัจจุบันตีรวนกันจนแยกไม่ออก เธอเกลียดเขา เกลียดผู้ชายใจร้ายคนนี้... แต่ทำไมร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอย่างไร้ทางต้านทานเช่นนี้เล่า? ปราชญ์ไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ ร่างสูงอุ้มร่างบางขึ้นด้วยพละกำลังมหาศาลจนพินทุ์ต้องเกี่ยวเรียวขาโอบรอบเอวสอบของเขาไว้โดยอัตโนมัติ แผ่นหลังบางถูกกระแทกเข้ากับบานกระจกใสของหน้าต่างห้องทำงานที่มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนของมหานครเบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับสะท้อนกับร่างของทั้งคู่ที่กำลังแนบชิดอย่างไร้รอยต่อ “คุณมันบ้า... อื้อ...” พินทุ์ครางประท้วงเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวเคลื่อนต่ำลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยแดงกุหลาบเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดลาดไหล่เปลือยเปล่าที่ถูกรั้งชุดสูททำงานลงมาครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นเนินอกอวบอิ่มกระกระชั้นตามแรงอารมณ์ “ใช่ ผมมันบ้า... บ้าเพราะคุณคนเดียว พินทุ์” ปราชญ์กระซิบเสียงพร่ามัว ชายหนุ่มซุกใบหน้าลงกับร่องอกอิ่ม สัมผัสความนุ่มหยุ่นที่ปรารถนาจะครอบครองมาตลอดหลายปี มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนนุ่ม ปัดป่ายขึ้นมาใต้กระโปรงทรงสอบผ่าข้าง ปลายนิ้วร้อนผ่าวลากไล้ผิวเนื้ออ่อนจนพินทุ์สะท้านเฮือก สะโพกผายแอ่นรับสัมผัสโดยสัญชาตญาณก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงครางที่น่าอาย ความรู้สึกโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งความเย็นชาพังทลายลงในชั่วพริบตา ปราชญ์ประชิดกายเข้าหาอย่างแนบแน่น สัมผัสถึงความพร้อมที่เปียกชื้นและร้อนรุ่มผ่านเนื้อผ้าบางเบา การเสียดสีอันเร่าร้อนทำให้ทั้งห้องทำงานอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หาที่ดุดันและลึกซึ้ง “มองหน้าผม...” ปราชญ์เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสสีเข้มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและประกายไฟแห่งความปรารถนา “บอกผมสิพินทุ์... ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของใคร” พินทุ์ลืมตาขึ้น สบตาคมกริบด้วยแววตาที่ยังคงดื้อรั้นแม้ลมหายใจจะขาดห้วง “เป็นของ... คนที่คุณไม่มีวันชนะต่างหาก...” คำตอบนั้นเปรียบเสมือนการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ปราชญ์หัวเราะในลำคออย่างแหบพร่า ก่อนจะจัดการกับพันธนาการที่ขวางกั้นระหว่างกันอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สัมผัสอันวาบหวามและรุนแรงถูกส่งมอบให้แก่กันท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน การสอดประสานดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง ราวกับการชิงชัยเพื่อเอาชนะกันผ่านทางร่างกาย ทุกจังหวะลมหายใจ ทุกหยาดเหงื่อ และทุกเสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดริมฝีปาก คือบทพิสูจน์ว่าไม่มีใครยอมจำนนให้แก่กันง่ายๆ ทว่าลึกลงไปในความเจ็บปวดนั้น กลับซ่อนความโหยหาอันรuร้าวที่ไม่อาจปฏิเสธ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่ ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาปกคลุมห้องทำงานหรูอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจระรัวของคนทั้งคู่ที่ยังคงก้องกังวาน พินทุ์นอนพิงอยู่กับโซฟาตัวยาวโดยมีเสื้อสูทของปราชญ์คลุมร่างเปลือยเปล่าไว้ลวกๆ ดวงตากลมโตมองเหม่อไปยังเพดาน ขณะที่ปราชญ์ยืนหันหลังให้ เปลือยท่อนบนที่เต็มไปด้วยรอยข่วนจากเล็บของเธอ ชายหนุ่มกำลังก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมที่ตกอยู่บนพรมขึ้นมาอีกครั้ง หน้าจอยังคงสว่างวาบ และนิ้วแกร่งของเขาก็กดเลื่อนดูไฟล์ภาพที่ค้างคาอยู่ ทว่า ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมองข้อความและรูปถ่ายใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบที่มีดวงตาสีเทาและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียว ปราชญ์ก็ถึงกับชะงักงัน ลมหายใจของเขาติดขัด ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างเมื่อเห็นชื่อจริงของเด็กชายที่ระบุไว้ในเอกสารอย่างชัดเจน—ชื่อที่เชื่อมโยงกับความลับที่พินทุ์จงใจปิดตายมาตลอดสามปี! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%