ห้าปี... ตัวเลขที่ถูกตอกตรึงไว้ในความทรงจำราวกับรอยแผลเป็นบนคริสตัลชิ้นงามที่แตกสลาย
ดวงตากลมโตคู่คมของปราชญ์เบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจอุ่นร้อนสะดุดกึกอยู่ในลำคอ เมื่อร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นของเด็กชายวัยห้าขวบกำลังยืนกระพริบตาปริบๆ อยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นเล็กน้อยยามเจ้าตัวเอียงคอมองอย่างสงสัย และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา ทำให้ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจจนชาดิกไปทั้งร่าง
"คุณแม่ครับ... น้าคนนี้เป็นใครเหรอครับ ทำไมมองผมแปลกจัง"
เสียงใสแจ๋วเจือความสงสัยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันราวกับมีดกรีดลงบนความรู้สึก พินทุ์สะดุ้งสุดตัว สติที่เคยแตกกระเจิงกลับคืนสู่ร่างในเสี้ยววินาที ร่างระหงพุ่งพรวดจากโซฟาตรงเข้าไปอุ้มเด็กชายขึ้นมาแนบอกอย่างรวดเร็ว ปลายแขนเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่มือเรียวรีบยกขึ้นลูบ1แผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลม ทั้งที่ความจริงแล้วคน3ที่กำลังสั่นสะท้านคือตัวเธอเองต่างหาก
"เปล่าค่ะลูก... ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีคุณปราชญ์เขากำลังคุยเรื่องงานกับแม่เสร็จพอดี เรากลับกันเถอะนะคะ"
น้ำเสียงของพินทุ์พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทว่ามันกลับสั่นพร่าจนคนฟังจับพิรุธได้ ปราชญ์ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่องช้า ราวกับขาคู่นั้นแทบแบกรับน้ำหนักของตัวเองไม่ไหว หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำจนดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มเยือกเย็นและการแก้แค้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พังทลายลงในพริบตาเมื่อพยานรักตัวน้อยยืนอยู่ตรงหน้า
"พินทุ์..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดริมฝีปากหยักที่สั่นระริก เขาก้าวเท้าเข้าไปหาอดีตภรรยาด้วยความเร็วที่แทบจะลืมหายใจ ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธงอน และโหยหาอย่างบ้าคลั่ง "เด็กคนนี้... ลูกใคร"
"ถอยไปค่ะ!" พินทุ์ก้าวถอยหลังกรูด แววตาที่เคยว่างเปล่ากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความเกลียดชังและหวาดระแวงอย่างถึงที่สุด เธอกระชับอ้อมกอดลูกชายแน่นราวกับกลัวว่าปีศาจตรงหน้าจะแย่งแก้วตาดวงใจไป "อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!"
"ลูกของฉันใช่ไหมพินทุ์!" ปราชญ์คำรามลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอในพริบตา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของหญิงสาวโดยไม่สนว่าเด็กชายในอ้อมแขนจะตกใจจนร้องไห้งอแง แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานระเบิดออกมาเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปกับความเจ็บปวดร้าวราน "เธอซ่อนลูกของเราไว้! เธอใจร้ายเกินไปแล้วพินทุ์ กล้าดียังไงถึงปิดบังเรื่องสายเลือดของฉัน!"
"ปล่อยนะ! คนใจร้ายอย่างคุณมีสิทธิ์อะไรมาถามหาความเป็นพ่อ!" พินทุ์ตวาดกลับเสียงสั่น น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นคลอหน่วยแต่ไม่มีวันยอมปล่อยให้มันไหลร่วงลงมาให้เขาเห็นความอ่อนแอ เธอกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ในวันที่ฉันอุ้มท้องลูกคนนี้ด้วยความยากลำบาก ในวันที่ฉันเกือบตายเพราะความไร้เยื่อใยของคุณ คุณอยู่ที่ไหน ปราชญ์! คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีฉัน ไล่ฉันออกจากชีวิตราวกับฉันเป็นแค่เศษขยะ แล้วตอนนี้คุณมีหน้ามาทวงสิทธิ์อะไร!"
คำพูดราวดาบคมกริบกรีดแทงเข้าที่ขั้วหัวใจของปราชญ์จนชาหนึบ ความจริงที่ฟาดฟันลงมาทำให้เขาพูดไม่ออก ภาพความโหดร้ายในอดีตที่เขาเคยกระทำกับเธอย้อนกลับมาหลอนซ้ำ ดึงสติและความทะนงตัวทั้งหมดให้พังทลายลงแทบเท้าเธอ
"แม่จ๋า... หนูเจ็บ" เสียงสะอื้นเบาๆ ของเด็กชายในอ้อมแขนดึงสติของทั้งคู่ให้กลับมา ปราชญ์ชะงักกึก รีบคลายมือออกจากแขนของพินทุ์ทันทีราวกับถูกไฟลวก ดวงตาคมทอดมองเด็กน้อยที่ซุกหน้าลงกับไหล่ของมารดาด้วยความรู้สึกผิดที่กัดกินลึกลงไปถึงกระดูกดำ
พินทุ์ไม่รอช้า เธออุ้มลูกชายหันหลังแล้วก้าวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวทันที ปล่อยให้ปราชญ์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความมืดมนที่เข้ากัดกินจิตใจ
"พินทุ์!"
ร่างสูงวิ่งตามออกไปหมายจะรั้งตัวไว้ ทว่าเมื่อประตูลิฟต์ปิดลงต่อหน้าต่อตา ความว่างเปล่าก็กลับมาโอบ 1ล้อมเขาไว้อีกครั้ง เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเลือดซึม ความเคียดแค้นชิงชังในอดีตถูกแทนที่ด้วยความโหยหาและแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ไม่อาจควบคุมได้... *เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอพินทุ์ ไม่มีวัน!*
คืนนั้น... บรรยากาศภายในเพนต์เฮوسต์หรูหราส่วนตัวของปราชญ์อบ1อวลไปด้วยความตึงเครียดและอารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด ทันทีที่ประตูกระจกบานเลื่อนถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของซีอีโอหนุ่มผู้บ้าคลั่ง พินทุ์ที่กำลังยืนหันหลังจัดข้าวของให้ลูกชายในห้องนอนอีกห้องถึงกับสะดุ้งสุดตัว
ปราชญ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรวดเร็วราวกับเสือร้ายที่ตามล่าเหยื่อ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่หลุดลุ่ยเนคไทคลายออกเผยให้เห็นแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชุ่มเหงื่อจากความเครียด ดวงตาคมกริบดุดันคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกินทั้งตัว
"คุณเข้ามาได้ยังไง! ออกไปนะ นี่มันห้องฉัน!" พินทุ์หันกลับมาหวังจะผลักไสไล่ส่ง แต่รวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว เอวบางถูกรวบเข้าหาอ้อมแขนแกร่งด้วยแรงมหาศาล ร่างของเธอถูกเหวี่ยงจนแผ่นหลังแนบชิดไปกับผนังห้องเย็นเยียบ
"คิดเหรอว่าหนีฉันพ้น..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ ปราชญ์กดน้ำหนักตัวทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างแขนแกร่งทั้งสองข้าง "เธอซ่อนลูกของฉัน ซ่อนสายเลือดของตระกูลเรา... เธอคิดว่าบทลงโทษสำหรับความผิดนี้คืออะไร หื้ม พินทุ์?"
"คุณมันบ้า! ปล่อยฉันนะ ปราชญ์!" พินทุ์ดิ้นรนสุดแรงเกิด มือเรียวระดมทุบตีลงบนแผงอกกว้างเพื่อผลักไส ทว่าแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของเสือร้ายตัวใหญ่
ปราชญ์ไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะตรึงไว้ด้วยกันอย่างง่ายดาย ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวาดระแวงแต่ยังคงดื้อรั้น ความโกรธ โหยหา และความปรารถนาที่ถูกกดทับมานานนับปีปะทุขึ้นจนกลายเป็นความเร่าร้อนรุนแรงที่ไม่อาจยับยั้ง
"ใช่... ฉันมันบ้า!" เขาสบถต่ำก่อนจะก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไร้ความปรานี
จุมพิตในคราแรกเต็มไปด้วยความดุดัน บดขยี้ และลงทัณฑ์เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่ถูกหลอกลวง พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามเม้มปากแน่นเพื่อปฏิเสธการรุกราน ทว่าปราชญ์กลับใช้เรียวลิ้นร้อนรอนเปิดประตูฟันเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาโหยหามาตลอดห้าปี รสจูบที่ทั้งดุดัน เร่าร้อน และเว้าวอนในเวลาเดียวกัน ทำให้สติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือน ความโกรธแค้นที่เคยมีถูกความหอมหวานวาบหวามสั่นคลอนทีละน้อย
มือหนาที่เคยตรึงข้อมือเธอไว้ เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนเนื้อนุ่มอย่างอุกอาจ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่สัมผัสผ่านเนื้อผ้า พินทุ์สะท้านเฮือกยามที่เรียวปากหนาผละ1ลงมาซุกไซร้ซอกคอขาวเนียน ขบเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบฝังตรึงความสัมพันธ์ที่ไม่อาจปฏิเสธ ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะความเร่าร้อนที่ดังก้องไปทั่วห้อง
"หยุด... อื้อ... ปราชญ์ อย่า..." เสียงทท้วงของพินทุ์ขาดห้วงกลายเป็นเสียงครางผ่าวในลำคอ เมื่อเรียวขาถูกแทรกด้วยกายแกร่ง น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงมหาสมุทรแห่งความเสน่หาที่ไร้ทางออก
ปราชญ์เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำและชุ่ม1ไปด้วยเหงื่อ ดวงตาคมคู่นั้นพราวระยับด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชนอย่างน่ากลัว "เธอเป็นของฉันพินทุ์... ร่างกายนี้ หัวใจดวงนี้ และลูกของเรา... ทุกอย่างเป็นของฉันคนเดียว"
กระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาถูกกระชากออกด้วยความรวดเร็ว เผยให้เห็นแผงอกกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและร่องรอยแห่งอารมณ์ ในขณะที่อาภรณ์ของพินทุ์ถูกรุกล้ำและปลดเปลื้องออกทีละชิ้นท่ามกลางสัมผัสอันเร่าร้อนวาบหวามที่เขาปรนเปรอให้อย่างไม่ยอมให้เธอได้ทันตั้งตัว ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตและแรงปรารถนาอันรุนแรงหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เสียงหอบหายใจและเสียงครางกระเซ่าเคล้าคลอไปกับความเจ็บปวดและสุขสมที่โถมเข้าใส่ราวกับพายุร้ายที่ไม่มีวันสงบลง...
ทว่า... ในขณะที่เปลวไฟแห่งความสวาทกำลังลุกโชนถึงขีดสุด เสียงกุกกักเบาๆ ที่หน้าประตูห้องนอนเด็กอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้ลมหายใจของพินทุ์สะดุดกึก ร่างบางแข็งทื่อขึ้นมาในทันที
*ก๊อก... ก๊อก... แม่จ๋า...*
เสียงเรียกใสแจ๋วของเด็กชายดังลอดผ่านรอยแยมประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดกลอนลูกบิดประตูที่กำลังขยับช้าๆ ทำให้ดวงตาของพินทุ์เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันล้ำลึกนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 20
ความมืดมิดในใจคน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!