เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนาหนักลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เกิดเสียงทึบตันที่สะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดเพנט์เฮาส์หรูหรา บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด จนแทบจะทำให้ ออกซิเจนในห้องนี้เจือจางลงถนัดตา
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้นะพินทุ์!” เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจและเย่อหยิ่งเสมอมา บัดนี้กลับเจือไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและระCอความร้าวราน ปราชญ์ยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบื้องหลังเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีนิ่งสงบราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
พินทุ์เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคู่คมที่เคยเปราะบางและมีแต่น้ำตาในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และฉาบไว้ด้วยเกราะป้องกันอันแข็ง
“ทำไมฉันจะทำไม่ได้คะคุณปราชญ์ ในเมื่อสัญญากู้ยืมและเอกสารโอนสิทธิ์บริหารทั้งหมดนั่น ถูกเซ็นชื่อด้วยความยินยอมพร้อมใจของคุณเอง… หรือว่าซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรคريสตัล ลืมอ่านตัวอักษรเล็กๆ ที่อยู่ท้ายหน้ากระดาษเสียแล้วล่ะคะ”
น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอ่ยคำออดอ้อนในวันที่เธอโง่เขลา บัดนี้กล ายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่กรีดลึกเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่ม ปราชญ์สะอึกในลำคอ ดวงตาคมกริบไหวระริก เขาจำต้องยอมรับความจริงที่ว่า ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ “พินทุ์คนเดิม” อดีตภรรยาผู้ยอมจำนนต่อกรงขังแห่งการแต่งงานไร้รักคนนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอลอกคราบความอ่อนแอทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงนักบริหารสาวเลือดเย็นผู้พร้อมจะขยี้เขาให้จมดินด้วยเกมธุรกิจและการแก้แค้นที่วางแผนมาอย่างแยបคาย
ปราชญ์ผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างสะท้อนใจ เขารemove ตัวเองออกจากท่าทีคุกคาม แล้วก้าวถอยหลังไปสองก้าว ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาวอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบหน้างดงามที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ มอบให้เขา
“พินทุ์… ผมรู้ว่าผมเคยทำเลวร้ายกับคุณไว้มากแค่ไหนในอดีต” ปราชญ์เอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความทะนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าอดีตภรรยา “คุณจะโกรธ จะเกลียด จะทุบตี หรือจะเอาทุกอย่างไปจากผมก็ได้… ผมยอมรับมันทั้งหมด แต่ได้โปรด… เลิกทำตัวห่างเหินและปิดตายหัวใจแบบนี้เสียที เผื่อพื้นที่ให้ผมได้แก้ตัว ได้ไถ่บาปบ้างไม่ได้หรือพินทุ์?”
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหู พินทุ์มองสบตาชายหนุ่มนิ่งนาน ภายในอกด้านซ้ายของเธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแปลบปลาบเหมือนในวันที่ถูกเขาเขี่ยทิ้งราวกับสิ่งของไร้ค่าอีกแล้ว มันด้านชา… และแข็งกระด้างจนน่ากลัว
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยิ่งขับเน้นออร่าความทรงอำนาจและเย้ายวนในคราเดียวกัน พินทุ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มทีละน้อย จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา ร่างอรชโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูระคนกับกลิ่นกายสาวกรุ่นกำจายอยู่ปลายจมูกของปราชญ์ ชายหนุ่มเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
ปลายนิ้วเรียวสวยที่เคลือบเล็บด้วยเจลสีนู้ดเงางาม ยื่นออกไปแตะลงบนปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของอดีตสามีอย่างเชื่องช้า ไล้ปลายนิ้วผ่านกระดุมเม็ดบนที่ถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ สัมผัสแผ่วเบานั้นสร้างความรัญจวนและปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของปราชญ์ให้ตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง เขารู้สึกได้ถึงกระแสความปรารถนาที่ตีรวนขึ้นมาในช่องท้อง ร่างกายมันโหยหาสัมผัสจากผู้หญิงคนนี้มาเนิ่นนานเกินกว่าจะทานทน
“ไถ่บาปอย่างนั้นหรือคะ…” พินทุ์กระซิบแผ่วเบาริมฝีปาก ดวงตากลมโตพินิจพิเคราะห์ใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและร่องรอยความเจ็บปวด “คุณคิดว่าน้ำตาคำขอโทษ หรือการพยายามทำดีในตอนนี้ มันจะลบเลือนคราบน้ำตาและรอยแผลเป็นที่ฝังรากลึกในใจฉันได้จริงๆ น่ะหรือคะปราชญ์?”
“พินทุ์…” ปราชญ์ครางชื่อเธอด้วยความกระหาย มือหนาฉวยโอกาสคว้าจับข้อมือเรียวเล็กเอาไว้ด้วยความลืมตัว แรงดึงอันทรงพลังทำให้พินทุ์เสียหลักเซถลนเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ความอบอุ่นจากร่างกายที่คุ้นเคยแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้า
ปราชญ์ไม่ปล่อยให้เธอได้ทันตั้งตัว มืออีกข้างรวบเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างรวดเร็วและแน่นหนา รั้งร่างบางให้แนบชิดติดกับกายแกร่งจนไม่มีช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่ร้อนระอุผสานเข้าหากันในความเงียบงันอันน่าตื่นตะลึง
“ปล่อยฉันนะ!” พินทุ์ขัดขืนเล็กน้อย แต่แรงอันน้อยนิดนั้นไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะเทือนแม้แต่น้อย ปราชญ์ก้มหน้าลงมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความหิวกระหายและโหยหา
“ไม่ปล่อย… ผมจะไม่ปล่อยอีกแล้วพินทุ์” ปราชญ์กระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านเกินควบคุม “คุณจะเกลียดผม จะเหยียบย่ำผมแค่ไหนก็ได้ แต่ร่างกายนี้ หัวใจดวงนี้… มันเป็นของผม พินทุ์… ขอร้องล่ะ ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้ง”
สิ้นคำพูด ปราชญ์ก็ประทับริมฝีปากลงมาครอบครองเรียวปากนุ่มทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต ความเร่าร้อนและดุดันที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความสำรวมมาเนิ่นนานระเบิดออกมาในจุมพิตนี้ สัมผัสที่โหยหา รุนแรง และเว้าวอน ผสานเข้าด้วยกันจนพินทุ์แทบหลอมละลาย
มือหนาข้างหนึ่งประคองท้ายทอยของเธอไว้บังคับให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปกอบโกยความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ พินทุ์เบิกตากว้างด้วยความวาบหวาม สมองที่เคยตั้งกำแพงไว้อย่างแน่นหนาเริ่มพร่าเลือนไปชั่วขณะ รสสัมผัสอันคุ้นเคยและเย้ายวนนี้กำลังปลุกเร้าเปลวไฟสวาทที่เธอพยายามดับมันลงไปให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่อาจต้านทาน
เสียงครางต่ำในลำคอของปราชญ์ดังขึ้นด้วยความพึงพอใจ เมื่อเขารับรู้ได้ว่าร่างบางในอ้อมแขนเริ่มอ่อนระทวย มือเรียวที่เคยผลักไส บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความหอมหวานจากเรือนร่างของอดีตภรรยาทำลายสติสัมปชัญญะของเขาจนหมดสิ้น ปราชญ์จูบซับอย่างไร้ความปรานี ตักตวงความสุขสมที่ขาดหายไปเนิ่นนาน ราวกับคนกระหายน้ำที่พบโอเอซิสกลางทะเลทราย
ท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ ทั้งความเจ็บปวด ความแค้น และความปรารถนาอันลึกลึกลงไปในสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ กำลังหลอมรวมทั้งสองคนเข้าหากันด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ไม่อาจหลีก
ทว่า… ในวินาทีที่เปลวไฟสวาทกำลังแผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากภายนอกห้องทำงาน ก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนนั้นลงอย่างกะทันหัน
ปราชญ์ผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนักด้วยความหงุดหงิด เขากัดกรามแน่น หันไปถลึงตาใส่ประตูบานใหญ่อย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะ แต่พินทุ์กลับได้สติขึ้นมาในทันที ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนก เธอดันอกแกร่งของชายหนุ่มให้ออกห่างอย่างแรง พร้อมกับจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้อง พร้อมกับร่างของหญิงสาวปริมาณคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ โดยมีเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ในชุดเอี๊ยมยีนส์น่ารักเดินตามหลังเข้ามาด้วย ท่าทีตื่นเต้น
“ขอประทานโทษค่ะท่านซีอีโอ พอดีคุณแม่บ้านพาเด็กคนนี้ขึ้นมาหาคุณปราชญ์ บอกว่าเป็น… เอ่อ…” เลขายังไม่ทันพูดจบ เด็กน้อยคนนั้นก็วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาดึงชายกางเกงสูทของปราชญ์ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มพิมพ์ใจที่มีรอยบุ๋มที่แก้มซ้ายเหมือนกับปราชญ์ราวก๊อปปี้วาง
“คุณพ่อขา! คุณแม่บอกว่าคุณพ่อให้มาตามทานข้าวเที่ยงด้วยกันครับ!”
ปราชญ์ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามเที่ยงวัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อมองสลับระหว่างเด็กชายตัวน้อยหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขา… กับใบหน้าซีดเผือดและแววตาร้าวรานของพินทุ์ที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างๆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล•ตอนที่ 16
พายุอารมณ์
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์สวาทอดีตภรรยา: รอยร้าวบนคริสตัล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!