"คนของนายงั้นเหรอคิริน? แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้นนะ..."
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันของ 'กรณ์' ทายาทโรงแรมหรูเครือใหญ่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงวีไอพี สายตาคมปลาบกวาดมองร่างโปร่งของเรนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มสมเพชระคนท้าทาย เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา พยายามตอกลิ่มความสัมพันธ์ระหว่างประธานหนุ่มผู้เย็นชาและสตรีมเมอร์หนุ่มฝีปากกล้าให้ร้าวฉานต่อหน้าแขกเหรื่อผู้มีเกียรติในงานเปิดตัวเกมฟอร์มยักษ์
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงทันตาเห็น เสียงดนตรีคลอเบาๆ ดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากสายตาของผู้คนนับสิบที่จับจ้องมายังจุดเดียว
เรน (รินทร์รดา) ไม่ได้สะทกสะท้าน แม้ปลายนิ้วที่ถือแก้วค็อกเทลจะกระชับแน่นขึ้นจนข้อต่องอขาว แต่นัยน์ตากลมโตกลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากของเจ้าตัวถูกยกขึ้นอย่างเยือกเย็น ไม่มีความหวาดกลัว หรือแม้แต่ร่องรอยของการเสียหน้าหลงเหลืออยู่เลย
"คนเหรอครับ?" เรนทวนคำ เสียงใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง "คุณกรณ์ใช้คำว่า 'คน' ฟังดูสนิทสนมเกินจริงไปหน่อยไหมครับ หรือว่ามาตรฐานสังคมรอบตัวคุณมันคับแคบ จนมองใครก็เป็นแค่สิ่งของที่ต้องมีเจ้าของประทับตรา?"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ รอบวงสนทนา กรณ์หน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่ถูกกระชากหายไป เหลือเพียงความขุ่นเคืองที่ปิดไม่มิด
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน "หวังว่าฝีมือในเกมจะคมเหมือนลิ้นนะ นายมันก็แค่พวกเกาะกระแสท่านประธานไต่เต้าขึ้นมาสตรีมเรียกเรตติ้ง อย่าคิดว่าตัวเองใหญ่โตแค่เพราะยืนอยู่ข้างเขาเลย"
"แล้วคุณล่ะครับ?" เรนก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้แรงกดดันพุ่งสูงขึ้น เรนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่ายโดยไม่หลบเลี่ยง "ยืนเห่าอยู่ได้ตั้งนาน สรุปว่ามีปัญญาทำยอดซัพพอร์ตให้ถึงเป้า หรือแค่อิจฉาจนต่อมริษยาทำงานหนักจนหน้ามืดกันแน่ครับ?"
"นี่นาย!" กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนเครื่องดื่มกระฉอก หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
คิรินที่ยืนเงียบมาตลอด ปล่อยให้บรรยากาศคุกกรุ่นจนถึงขีดสุด ขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน แรงกดดันจากออร่าความเย็นชาของท่านประธานแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที เขายังคงตีหน้านิ่งสนิท ไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาสคมกริบที่ปรายมองกรณ์นั้น เต็มไปด้วยความอันตรายระดับร้อยแรงม้า
"พูดจาให้เกียรติแขกของผมด้วยครับ คุณกรณ์" คิรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนอีกฝ่ายสะดุ้ง "และที่สำคัญ... เรนไม่ใช่ 'คนของใคร' แต่เขาคือพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่ผมให้เกียรติมากที่สุด ถ้าคุณยังไม่รู้มารยาทในการใช้สมองคิดก่อนพูด ผมคงต้องเชิญคุณออกนอกงานเพื่อความสงบเรียบร้อยของบริษัทผมแล้วล่ะครับ"
คำพูดของคิรินทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจคนฟัง กรณ์หน้าซีดเผือด ขากรรไกรขบแน่นจนเป็นสันนูน เขาอยากจะเถียงต่อ แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตาดุดันที่พร้อมจะประกาศสงครามธุรกิจแบบไม่ไว้หน้าใครของคิริน กรณ์ก็ทำได้เพียงกลืนก้อนความแค้นลงคอสะบัดหน้าหนีเดินหายฝูงชนไปอย่างน่าสมเพช
ความเงียบปกคลุมอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทาจะกลับมาดังระรอกใหญ่อีกครั้ง
เรนลอบถอนหายใจเบาๆ ปล่อยความตึงเครียดออกจากบ่า แต่ริมฝีปากยังคงยกยิ้มกวนประสาทตามนิสัย เขารีบหันไปมองหน้าพระเอกหนุ่มผู้ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ ทันที
"โห... ท่านประธานเล่นใหญ่จังนะครับ กลัวผมไม่มีซีนเด่นเหรอถึงต้องออกมาบล็อกให้อย่างหล่อ?" เรนกระเซ้าเสียงใส นัยน์ตาระยับระเรื่อด้วยความสนุกสนาน
คิรินปรายตามองคนปากเก่งที่เพิ่งไปฟาดปากกับนักธุรกิจรุ่นใหญ่มาหมาดๆ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความระอาปนเอ็นดู ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"เลิกสร้างเรื่องให้ปวดหัวสักวันจะได้ไหมครับ เรน" คิรินดุเสียงเข้ม พยายามทำตัวให้เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อนั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังเขินจนแทบระเบิด "ถ้าเมื่อกี้ผมไม่เข้าไปเบรก คุณคงได้วางมวยกลางงานเปิดตัวเกมของบริษัทผมแน่ๆ"
"โถ่ ประธานครับ ผมน่ะสายซับพอร์ตผู้เรียบร้อย รักสงบจะตาย" เรนทำหน้าทะเล้น ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวอีกฝ่าย "แต่ถ้ามีหมาตัวไหนเห่าไม่เลิก... ผมก็แค่สั่งสอนให้มันรู้สำนึกแทนคุณไงครับ หักหน้าไปตั้งเยอะ แบบนี้ต้องมีรางวัลปลอบใจผมแล้วมั้ง"
หัวใจของคิรินกระตุกวูบ จังหวะการเต้นของมันรวนเรจนน่าหงุดหงิด กลิ่นอายความดื้อรั้นและดวงตาเป็นประกายคู่นั้นทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปากก็อยากจะดุซ้ำให้เข็ดหลาบ แต่ใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้อยากดึงร่างโปร่งนี่เข้ามากอดให้จมอกเสียให้เข็ด
"รางวัลอะไรของคุณ? ฝันไปเถอะ..." คิรินเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่มุมปาก "งานยังไม่จบ อย่าเพิ่งมาต่อรอง..."
ประโยคคาดคั้นยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากจนจบประโยค จู่ๆ ไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งในพริบตา เสียงดนตรีหยุดชะงักลงทันที ทิ้งให้ผู้คนในห้องตกอยู่ในความโกลาหลและความเงียบงันที่น่าสงสัย
เรนขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อสูทของคิรินตามสัญชาตญาณ ทว่าก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากถามอะไร แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สาดส่องลงตรงกลางเวทีใหญ่ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... แฮกเกอร์ปริศนาเจ้าของฉายา 'The Shadow' ที่บริษัทกำลังตามล่าตัว กำลังยืนยันตัวตนอยู่บนจอยักษ์ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบความปลอดภัยที่กำลังพังทลายลงทีละส่วน!
"ยินดีต้อนรับสู่เกมโอเวอร์ของจริงครับ... ท่านประธาน"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟาดฟันและคลั่งรักนี้เสมอนะครับ!**
เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน•ตอนที่ 13
ความเดือดระดับพริกสิบเม็ด
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!