"เงียบไว้... แล้วดูวิธีที่ฉันจัดการกับคนปากเสีย"
ประโยคคำสั่งเด็ดขาดที่กระซิบอยู่ชิดริมใบหูเมื่อครู่ ยังคงทิ้งไออุ่นร้อนผ่าวจาง ๆ ไว้บนผิวเนื้อ แม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์ใจกลางห้องจัดแสดงงานเกมระดับประเทศจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแล้วก็ตาม แสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนนับสิบชีวิตสาดส่องระรัวจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน เสียงชัตเตอร์ดังระเบิดราวกับพายุฝนฤดูร้อน แต่ไม่มีใครกล้าขยับเข้ามาล้ำเส้นเกินกว่ารัศมีหนึ่งเมตร... เพราะร่างสูงโปรดของคิริน ประธานบริหารหนุ่มไฟแรงแห่งค่ายเกมยักษ์ใหญ่ กำลังยืนแผ่รังสีความเย็นยะเยือก กึ่ง ๆ จะปกป้องกึ่ง ๆ จะครอบครอง ร่างของเรนเอาไว้ด้านหลังอย่างชัดเจน
เรนเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแววระยับด้วยความทึ่งปนหมั่นไส้ระคนกัน เขาไม่คิดว่าคนอย่างคิริน เจ้าพ่อแห่งความเนี๊ยบและไร้ซึ่งมนุษยสัมพันธ์ในสายตาคนนอก จะกล้าเดินพุ่งเข้ามากลางวงสัมภาษณ์ แล้วตอกหน้าพิธีกรปากสว่างที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องดราม่าทีมอีสปอร์ตด้วยประโยคสั้น ๆ แต่หงายเงิบจนอีกฝ่ายหน้าซีดเผือกเดินหนีแทบไม่ทัน
*ให้ตายสิ... หมอนี่เวลาเอาจริงก็น่ากลัวชะมัด*
"มองอะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่ได้หันกลับมามอง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงยังคงกวาดมองผู้สื่อข่าวรอบด้านด้วยมาดนิ่งขรึม ทว่ามือหนาที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวกลับขยับถอยหลังมาเล็กน้อย จนปลายนิ้วก้อยของเขาสัมผัสเข้ากับหลังมือของเรนที่กำลังกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น
เรนสะดุ้งเล็กน้อย เหลือบตามองแผ่นหลังกว้างที่ดูอบอุ่นกว่าที่ควรจะเป็นในสถานการณ์วุ่นวายแบบนี้ เขาแกล้งทำเป็นกระแอมไอเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำคาญใจที่จู่ ๆ ก็กำเริบขึ้นมา
"ไม่ได้มอง... แค่กำลังคิดว่าประธานคิรินนี่ว่างงานมากเหรอครับ ถึงได้มาเดินตรวจงานถึงบูธย่อยแถมยังต้องมาเป็นวินมอเตอร์ไซค์จำเป็นรับจ้างเคลียร์ทางให้สตรีมเมอร์ตัวเล็ก ๆ แบบผมเนี่ย" เรนกระซิบตอบเสียงเบา แต่เจือด้วยรอยยิ้มเจ้าเลệuที่มุมปาก
คิรินชะงักไปนิด เขายอมหันกลับมามองหน้าคนตัวเล็กกว่าที่ทำหน้าลอยหน้าลอยตาไม่รู้ร้อนรู้หนาว ท่าทีอวดดีแบบนั้นมันน่าจับตีเสียให้เข็ด แต่ติดตรงที่ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟนับร้อยดวง
"ถ้าฉันไม่มา นายคงโดนพวกไฮยีน่าพวกนั้นรุมทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว... รินทร์รดา" คิรินจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อจริงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันกลับทำให้คนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปถึงใบหูอย่างประหลาด "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ ถึงเวลาจริง ๆ ก็ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์"
"ใครแข็งทื่อกันล่ะครับ! ผมแค่รอจังหวะสวนกลับแบบนิ่ม ๆ ต่างหาก... ว่าแต่..." เรนหรี่ตามองสำรวจท่าทีของอีกฝ่าย "คุณเข้ามาช่วยผมแบบออกนอกหน้าขนาดนี้ ไม่กลัวพวกนักข่าวเอาไปเขียนข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้หรือไงครับว่าท่านประธานคลั่งรักสตรีมเมอร์นอกค่าย"
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความท้าทาย ทำให้คิรินนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง แววตาคมปลาบไหววูบคล้ายมีประกายไฟระอุขึ้นมาในความมืดมิดของนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเรนอีกนิด จนระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นไม้จันทน์และบุหรี่จาง ๆ จากตัวคิรินลอยเข้าแตะจมูก ทำให้เรนเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ให้เขียนไปสิ..." คิรินโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน ทุ้มต่ำและจริงจังจนหัวใจของเรนกระตุกวูบ "ฉันไม่เคยกลัวข่าวลือ... โดยเฉพาะข่าวที่มีมูลความจริง"
*ตู้ม!*
ประโยคเรียบ ๆ แต่ดาเมจพุ่งทะลุเพดานทำเอาเรนรู้สึกเหมือนมีระเบิดลูกย่อม ๆ มาลงกลางอก ใบหน้าที่มักจะฉาบด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเสมอมา พลันขึ้นสีแดงจัดลามเลียไปถึงใบหูอย่างควบคุมไม่ได้ เขาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะเถียงกลับแต่ก็หาเสียงของตัวเองไม่เจอ ทำได้เพียงแค่จ้องมองนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับด้วยความขบขันอย่างชัดเจน
*ไอ้... ไอ้บ้านี่! อยู่ ๆ มาหยอดมุกแบบนี้ใครจะไปตั้งตัวทันวะ!*
เรนกะพริบตาปริบ ๆ สมองประมวลผลแทบไม่ทันกับรุกฆาตที่รวดเร็วเกินคาดของคนตรงหน้า ปกติคิรินต้องตอกกลับด้วยประโยคเย็นชาหรือคำสั่งงานยาวเหยียดไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ถึงได้อัปเกรดสกิลความแพรวพราวขึ้นมาจนน่ากลัวแบบนี้
"ผม... ผมว่าเราควรออกไปจากตรงนี้ได้แล้วมั้งครับ แฟลชจะแยงตาบอดอยู่แล้ว" เรนเบี่ยงหน้าหนีสายตาคู่นั้น พร้อมกับเอื้อมมือไปจับข้อมือหนาของคิรินแล้วออกแรงดึงเบา ๆ เป็นสัญญาณให้เดิน
คิรินหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำที่ดังชิดริมฝีปากนั้นทำเอาเรนรู้สึกจั๊กจี้ในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่แทนที่คิรินจะยอมเดินตามแรงดึงโดยดี มือหนากลับพลิกกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือบางของเรนไว้แน่นสอดประสานนิ้วเข้าหากันอย่างเนบเนียนโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
อุณหภูมิความร้อนจากฝ่ามือที่แนบชิดส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่เกินเลยกว่าคำว่า "เจ้านายกับลูกน้อง" หรือ "เพื่อนร่วมงาน" ไปไกลโข เรนก้มมองมือที่ถูกกุมไว้ หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงรอบข้าง เขากำลังจะอ้าปากโวยวายและสะบัดมือออก แต่แรงบีบกระชับที่ส่งสัญญาณเตือนกลาย ๆ ว่า *'อย่าดื้อ'* ทำให้เรนต้องยอมจำนนเดินตามร่างสูงฝ่าฝูงชนออกมาทางประตูด้านข้างที่เชื่อมไปยังโซนพักผ่อนวีไอพี
บรรยากาศภายในห้องรับรองพิเศษเงียบสงบและเย็นฉ่ำ แตกต่างจากความโกลาหลด้านนอกลิบลับ ทันทีที่ประตูปิดลงและล็อกกลอนอัตโนมัติ ความอึดอัดแปลกประหลาดก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทันที
เรนรีบดึงมือตัวเองกลับ ยืนเว้นระยะห่างออกไปสองก้าว พยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะยังคงแดงก่ำอยู่ก็ตาม
"เอ่อ... ขอบคุณครับที่ช่วยเคลียร์ทางให้เมื่อกี้ ถือว่าเจ๊ากันเรื่องที่ผมเคยแกล้งคุณในเกมวันก่อนก็แล้วกัน" เรนกล่าวเสียงอ้อมแอ้ม หลบสายตาคมกริบที่ยังคงมองตรงมาที่เขาไม่ยอมละไปไหน
"เจ๊ากンอย่างนั้นเหรอ?" คิรินทวนคำ เสียงทุ้มกังวานก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงบ เขาก้าวเท้าช้า ๆ เข้ามาหาเรนทีละก้าว ๆ ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "คิดว่าการที่ฉันช่วยนายจากพวกสื่อปากหอยปากปู จะตีมูลค่าเท่ากับการแกล้งในเกมงี่เง่าพวกนั้นแค่นั้นเองรึไง รินทร์รดา"
เรนถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะทำงานตัวใหญ่ด้านหลัง ไม่มีทางให้ถอยหนีอีกแล้ว คิรินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา มือข้างหนึ่งยกขึ้นท้าวกับขอบโต๊ะกักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลาง วงแขนแกร่งที่โอบล้อมรอบตัวทำให้เรนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกโอบกอดโดยปริยาย
"แล้ว... แล้วคุณจะเอาอะไรล่ะครับ ประธานอยากได้ค่าตอบแทนเป็นอะไร เงิน ไอเทมในเกม หรือจะให้ผมสตรีมโปรโมทเกมใหม่ให้ฟรีสามเดือนเลยเอ้า!" เรนเงยหน้าขึ้นสู้สายตา พยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ว่าแผ่นหลังจะชนชิดติดโต๊ะและหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก
คิรินก้มหน้าลงมา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดกัน ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววระแวดระวัง
"ฉันไม่ได้อยากได้เงิน..." คิรินกระซิบเสียงพร่า แววตาเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกและจริงจังจนเรนเผลอกลั้นหายใจ "แล้วก็ไม่ได้อยากได้สตรีมสามเดือนด้วย"
"แล้วคุณ..."
"สิ่งที่ฉันต้องการ..." คิรินหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของเรนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิงทำเอาเรนตัวแข็งทื่อ "คือการที่นายเลิกทำเป็นเก่งแล้วยอมรับความจริงซะที... ว่านายเองก็รู้สึกเหมือนกัน"
เรนเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดติดอยู่ที่ริมฝีปาก ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและอันตรายต่อหัวใจ
ทว่า... ก่อนที่เรนจะได้ทันเอ่ยคำปฏิเสธหรือสารภาพอะไรออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝัน
"ท่านประธานครับ! เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหาร—เห-้ย! ขอโทษครับ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลัง..."
เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มคนสนิทดังลั่นห้องพร้อมกับชะงักกึกทันทีที่เห็นสภาพของเจ้านายตัวเองที่กำลังกักตัวสตรีมเมอร์ชื่อดังไว้บนโต๊ะทำงานในท่าทางที่ล่อแหลมสุดขีด
คิรินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด เขาค่อย ๆ ถอนตัวออกช้า ๆ ด้วยใบหน้าเรียบตึงที่ซ่อนความเสียดายไว้มิดชิด
เรนฉวยโอกาสนั้นรีบดันตัวคิรินออกแล้วกระโดดถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโล่งอก
"เอ่อ... เชิญคุยงานกันตามสบายเลยครับ พอดีผม... นึกขึ้นได้ว่าลืมของไว้ที่บูธ ขอตัวก่อนนะครับ!" เรนละล่ำละลักพูด รัวฝีเท้าวิ่งหนีออกจากห้องรับรองไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้คิรินยืนมองตามหลังพร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเสียดายสุดขีด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังไต่ระดับความเดือดนี้ด้วยกันนะครับ!
เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน•ตอนที่ 16
แสงแฟลชและความวุ่นวาย
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!