เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน•ตอนที่ 10

กฎเหล็กของบริษัท

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
หน้าจอโน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำงานราคาแพงกะพริบไหวด้วยแสงสีเขียวเข้มของโค้ดโปรแกรมที่รันตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต เรนหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทายท่ามกลางบรรยากาศในห้องทำงานประธานที่เย็นเฉียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง "ใครกันนะที่เสียมารยาทส่งจดหมายรักดิจิทัลมาทักทายคนอื่นในเวลาแบบนี้" เสียงทุ้มหวานเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีด เรนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองของเซียนเกมเมอร์และแฮกเกอร์ฝีมือฉกาจกำลังประมวลผลคำสั่งชุดโค้ดที่วิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง "ปิดมันซะ เรน" เสียงทุ้มต่ำของคิรินเอ่ยแทรกขึ้นด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาคมดุของท่านประธานหนุ่มเหลือบมองหน้าจอโน้ตบุ๊กแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดกลับไปมองเลขาหนุ่มที่ยืนตัวสั่นงกอยู่หน้าประตูห้องทำงาน "ออกไปรอข้างนอก... เลอศักดิ์ ถ้าไม่อยากตกงานในวินาทีนี้" เลอศักดิ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก โค้งตัวต่ำแล้วรีบถอยหลังกรูดออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูลงอย่างเบามือที่สุด ทิ้งให้ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าความกดดันกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คิรินก้าวเท้าเข้าประชิดโต๊ะทำงาน ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเรนต้องเงยหน้าขึ้นมอง ท่านประธานหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเขาให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง "ผมบอกให้ปิดหน้าต่างนั่น" คิรินย้ำเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "ทำไมล่ะครับท่านประธาน กลัวว่าความลับบริษัทจะรั่วไหล หรือว่า... กลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ก่อนหน้านี้?" เรนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เอียงคอมองด้วยท่าทีเย้าแหย่ ปากอิ่มเอ่ยแซ่วยั่วโมโหได้อย่างหน้าตาเฉย แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงไม่เป็นจังหวะจากระยะห่างที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นนี้ก็ตาม คิรินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้นด้วยความถือดี นิ้วแกร่งเอื้อมไปหมายจะปิดฝาโน้ตบุ๊กด้วยความรวดเร็ว แต่เรนไวรัสกว่า มือเรียวคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างแม่นยำ ปลายนิ้วสัมผัสกันจนเกิดกระแสไฟความรู้สึกวิ่งพล่านไปทั่วร่าง "ช้าก่อนสิครับท่านประธาน... การปิดปัญหาหนี ไม่ใช่วิสัยของคนแฟร์ๆ หรอกนะ" เรนเงยหน้าสบตา ตรงเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่ซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ความเย็นชา "แล้วก็... เลิกใช้ 'กฎเหล็ก' ของบริษัทมาขู่ผมสักที กฎบ้าบออะไรที่ห้ามพนักงานเข้าใกล้ประธานเกินหนึ่งเมตร ห้ามสบตานานเกินสามวินาที หรือแม้แต่ห้ามตั้งคำถามกับระบบ... มันถูกเขียนขึ้นมาเพื่อป้องกันความลับ หรือเพื่อป้องกันไม่ให้คุณใจสั่นเวลามีคนจ้องหน้ากันแน่ครับ?" คำถามนั้นราวกับลูกศิษย์ที่พุ่งตรงปักกลางใจ คิรินชะงักไปชั่วขณะ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของกันและกัน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่ววินาที ก่อนที่ท่านประธานหนุ่มจะแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันถูกยกขึ้นมากลบเกลื่อนความรู้สึกที่สั่นไหวอยู่ภายใน "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาวิจารณ์กฎของบริษัทที่ฉันเป็นคนร่างขึ้นมากับมือ?" คิรินเอ่ยเสียงเยียบเย็น พยายามดึงอำนาจและมาดของซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลกลับคืนมา "เรน... เธอเป็นแค่พนักงานทดลองงานในตำแหน่งเลขาหน้าห้อง หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่ง ไม่ใช่มาตั้งคำถามโง่ๆ แบบนี้" "ถ้ามันเป็นคำถามโง่ๆ แล้วทำไมหูของคุณถึงแดงแจ๋ลามไปถึงต้นคอขนาดนั้นล่ะครับท่านประธาน?" เรนสวนกลับทันควันอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน มือที่ยังคงกุมข้อมือแกร่งไว้แกล้งออกแรงบีบเบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ "ปากบอกว่าเกลียดนักหนา แต่เวลาผมเข้าใกล้ทีไร ชีพจรที่เต้นตุบๆ ตรงข้อมือคุณนี่มันฟ้องชัดเจนเลยนะครับว่ากำลังตื่นเต้น" "ปล่อย" คิรินสั่งเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ความซินที่พกมาเต็มร้อยกำลังจะระเบิดออกเมื่อถูกคนตัวเล็กกว่ารุกไล่จนมุม "อย่าลามปามให้มันมากนัก เรน" "ผมไม่ได้ลามปาม ผมแค่กำลังทวงความยุติธรรม" เรนถอนหายใจเบาๆ ยอมปล่อยมือออกแต่อโดยดี ดวงตาคู่สวยหันกลับไปมองหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ยังคงแสดงข้อความจากบุคคลที่สาม "อีกอย่าง... ดูเหมือนว่าเจ้าของข้อความนี้จะไม่ยอมให้เราเถียงกันเรื่องกฎบริษัทนานนักหรอกครับ" คิรินขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากใบหน้ายั่วเย้าของเลขาหนุ่ม หันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าต่างป๊อปอัปสีดำสนิทเมื่อครู่ บัดนี้ได้เปลี่ยนข้อความใหม่ เป็นตัวอักษรสีแดงสดที่พิมพ์ขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ราวกับกำลังจงใจสร้างความกดดัน *[สวัสดี ท่านประธานคิริน และคุณเรน... หรือควรจะเรียกว่า 'แฮกเกอร์ริน' ดีล่ะ?]* บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของเรนหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาระแวดระวังและจริงจังขึ้นมาในเสี้ยววินาที ชื่อในวงการที่ถูกเก็บเป็นความลับมาตลอดถูกเปิดเผยออกมาอย่างง่ายดาย นั่นหมายความว่าตัวตนของพวกเขาไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด คิรินหันขวับมามองเรนด้วยแววตาคาดคั้น รังสีความน่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับพายุที่กำลังก่อตัว "นี่มันหมายความว่ายังไง เรน? มีคนรู้เรื่องตัวตนเก่าของเธอ?" "ผมไม่รู้..." เรนพึมพำ ดวงตากวาดมองโค้ดที่รันอยู่เบื้องหลังเพื่อหาที่อยู่ IP ของผู้ส่งสาร "ระบบความปลอดภัยของบริษัทเราถูกเจาะเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่..." ก่อนที่เรนจะทันได้แตะคีย์บอร์ดเพื่อพิมพ์คำสั่งโต้ตอบ หน้าจอโน้ตบุ๊กก็ดับวูบลงไปดื้อๆ พร้อมกันนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้และระบบรักษาความปลอดภัยของทั้งชั้นก็ดังสนั่นหวั่นไหว! *กริ๊งงงงงงง!* ไฟฉุกเฉินสีแดงสลับขาวกะพริบวับวาบไปทั่วโถงทางเดิน ประตูอัตโนมัติของห้องทำงานประธานถูกล็อกลงด้วยระบบนิรภัยอัตโนมัติทันทีอย่างไร้ทางเลือก คิรินพุ่งตัวเข้าไปกระชากประตูแต่ไม่เป็นผล มันถูกปิดตายจากภายนอก ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสาดส่อง เรนหันไปสบตากับคิรินที่ยืนอยู่ห่างกันเพียงก้าวเดียว แววตาของทั้งคู่สะท้อนความตึงเครียดและความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง พร้อมกับเสียงเคาะสามครั้งเป็นจังหวะ ราวกับกำลังประกาศการมาเยือนของแขกที่ไม่ได้รับเชิญในยามวิกาล "ท่านประธานครับ..." เสียงของเลอศักดิ์ดังลอดผ่านลำโพงอินเตอร์คอมเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "มี... มีคนจากบอร์ดบริหารชุดใหญ่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิเศษ บุกเข้ามาในตึกแล้วครับ พวกเขาบอกว่าได้รับแจ้งว่าบริษัทกำลังถูกใช้เป็นฐานฟอกเงินและแฮกข้อมูลระดับชาติ!" คิรินหันขวับกลับมามองเรนทันที ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนตกใจ เรนเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนก—นี่ไม่ใช่แค่เกมแมวไล่จับหนูธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือหลุมพรางขนาดใหญ่ที่ถูกขุดรอไว้เพื่อตลบหลังพวกเขาโดยเฉพาะ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีอันเร่าร้อนในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%