เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน•ตอนที่ 23

จูบแรกหลังจบงาน

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวของทีมงานในห้องประชุมใหญ่ คือเครื่องพิสูจน์ว่าสงครามประสาทตลอดสามเดือนเต็มสิ้นสุดลงแล้ว หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดมหึมาฉายภาพหน้าจอเกมอีสปอร์ตระดับท็อปที่พัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัทของคิรินและทีมสตรีมเมอร์อิสระของเรน ตัวอักษรสีทองอร่ามขึ้นคำว่า *“SUCCESSFULLY LAUNCHED”* หราอยู่กลางจอ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหัวعيก เสียงไชโยโห่ร้อง และกลิ่นอายของชัยชนะที่อบอวล เรนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยความหมดแรง เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบยามเช้า บัดนี้ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวและลุ้นระทึกมาทั้งวัน ทว่าดวงตากลมโตกลับพราวระยับด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติที่เจ้าตัวพยายามกะพริบไล่มันกลับเข้าไป ปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้มกว้างเกินงาม แต่ดูเหมือนมันจะสายเกินไป เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในสามโลกกำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหา “อย่าแม้แต่จะคิดพูดคำว่า *‘บอกแล้วไง’* ออกมาจากปากคุณเด็ดขาดนะ คิริน” เรนชิงดักคอขึ้นก่อนทันทีที่อีกฝ่ายหยุดยืนค้ำหัว รอยยิ้มเจ้าเลعةปรากฏบนมุมปากบาง “ไม่งั้นผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาสซ้ำเติมเด็กฝึกงานอย่างผม” คิรินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของเรนไม่ได้ทำให้ความแสบสันต์ลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเพิ่มเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ “เด็กฝึกงานงั้นเหรอ?” คิรินทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเนื่องจากการใช้เสียงพูดคุยกับนักลงทุนมาตลอดทั้งวัน “คนที่เถียงผมฉอดๆ ในห้องประชุมเมื่อวานซืน ไม่น่าจะใช่คำจำกัดความของเด็กฝึกงานหรอกมั้งครับ คุณรินทร์รดา” “ก็งานมันมีช่องโหว่นี่ครับ ถ้าผมไม่ท้วงแล้วปล่อยให้คุณเอาโปรเจกต์นี้ออกสู่ตลาด ป่านนี้คงโดนผู้เล่นถล่มเละเป็นโจ๊กไปแล้ว... โอ๊ะ!” เรนยังไม่ทันพูดจบประโยคดี คิรินก็ก้าวประชิดตัวเข้ามาอย่างไร้รอยต่อ จนแผ่นหลังบางเกือบจะแนบชิดกับพนักเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มโชยเข้าแตะจมูก จนเรนต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ห้องประชุมที่เมื่อครู่เคยเต็มไปด้วยเสียงจอแจของทีมงาน บัดนี้กลับเงียบเชียบลงราวกับทุกคนนัดกันกลืนหายไปในอากาศ ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัว ทิ้งไว้เพียงเสียงจังหวะหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง “เก่งมากครับ...” น้ำเสียงของคิรินเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างกะทันหัน ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังถูกถอดออกจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน “วันนี้คุณทำได้ดีจริงๆ เรน” คำชมที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ปกติมักจะมีแต่คำตำหนิหรือคำสั่งงาน ทำให้เรนรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบ Doc อย่างห้ามไม่อยู่ ความดื้อรั้นและท่าทางพยศที่มักจะงัดขึ้นมาสู้เสมอเวลาอยู่ต่อหน้าคิริน มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเคอะเขินที่ตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ “...รู้ตัวรึเปล่า ว่าเวลาที่คุณตั้งใจทำงาน... มันอันตรายแค่ไหน” คิรินกระซิบแผ่วเบa ชิดริมใบหูขาวสะอาด ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดต้นคอทำให้เรน ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง “อ... อันตรายอะไรของคุณ เลิกพูดจาแปลกๆ ได้แล้ว...” เรนพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่ทว่ามือหนากลับเอื้อมขึ้นมาประคองกรอบหน้าเรียวไว้เบาๆ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยพลังดึงดูดประหลาดทำให้เรนแข็งค้างราวกับถูกสะกด ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับดวงตาคมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป ในวินาทีนั้น ระยะห่างที่เหลือเพียงคืบก็ดูราวกับไม่มีอยู่จริง ความดีใจจากความสำเร็จของงาน ความเหนื่อยล้าสะสม และแรงขับเคลื่อนลึกลับบางอย่าง ผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายเผลอใจเข้าหากันอย่างลืมตัว ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากัน ริมฝีปากของคิรินทาบทับกลีบปากนุ่มของเรนอย่างแผ่วเบaในตอนแรก ก่อนจะกดน้ำหนักลงลึกซึ้งขึ้นตามแรงอารมณ์ที่โหยหามาเนิ่นนาน เรนเบิกตากว้างด้วยความตกใจในเสี้ยววินาทีแรก แต่ทว่าความหวานล้ำและสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายมอบให้กลับละลายความต่อต้านที่มีทั้งหมดลงจนหมดสิ้น มือเรียวเผลอยกขึ้นกำปกเสื้อเชิ้ตของคิรินแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างตัวเองไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น จังหวะหัวใจที่เต้นรัวสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันกำลังดึงพวกเขาทั้งคู่ดิ่งจมลงไปในห้วงอารมณ์ที่ยากจะถอนตัว มันไม่ใช่แค่จูบเฉลิมฉลองชัยชนะ แต่มันคือคำสารภาพที่ไม่ได้เปล่งเสียงออกมาเป็นคำพูด เป็นความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอดหลายเดือนของการปะทะคารมและการทำงานร่วมกัน ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นอย่างไร้การเคาะเตือน! “ประธานครับ! ทางสำนักพิมพ์ติดต่อมาขอสัมภาษณ์ด่วน—อุ๊ย! ขอโทษครับ!” เสียงอุทานตกใจของเลขาหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูลงในพริบตา คิรินผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ส่วนเรนรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง มือบางยกขึ้นลูบปากตัวเองที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความร้อนรน หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจและกระดากอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี “ออกไปก่อน...” คิรินเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเย็นชาที่กลับมาเยือนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสายตาดุส่งไปให้เลขาที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตู “เอ่อ... ครับท่าน! ผมขอตัวก่อนครับ!” เลขารีบหมุนตัววิ่งหนีหายออกไปจากห้องพร้อมกับปิดประตูดังปังทันที ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบแบบเดิม เรนยังคงยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก คิรินหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รอยยิ้มเจ้าเลعةผุดขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมแพ้ใครอีกครั้ง “เรายังคุยกันไม่จบนะครับ... คุณรินทร์รดา” คิรินกระซิบเสียงพร่า พร้อมกับก้าวเข้าไปหาเรนที่กำลังถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน “เรื่องจูบเมื่อครู่... คุณต้องรับผิดชอบด้วยการไปทานมื้อค่ำกับผมสองต่อสองคืนนี้ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด” “ใครจะไปกับคุณเล่า! ไอ้ประธานบ้าอำนาจ!” เรนตวาดแหวกลับเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่ารอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าบึ้งตึงนั้น กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมดอย่างชัดเจน... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์ตัวจี๊ดกับคีย์บอร์ดพิฆาตใจท่านประธาน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%