พิมพ์เขียวรักฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 2

ปากร้ายเกินไปแล้ว

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
กลิ่นอายความชื้นของปูนเก่าอายุร่วมเจ็ดสิบปีไม่ได้ทำให้ธันวาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สถาปนิกหนุ่มมือทองกลับรู้สึกราวกับว่าออกซิเจนในห้องโถงกว้างกำลังลดลงทุกที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองคานไม้สักทองที่ถูกดัดแปลงเป็นโครงสร้างรับน้ำหนักอย่างพินิจพิพากษา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังพอจะทำให้คนมองอยากกระโจนเข้าใส่ "โครงสร้างแบบนี้เหรอครับที่คุณรินรดาพยายามปกป้องนักหนา... เก่าคร่ำครึ ล้าสมัย และไร้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานในยุคปัจจุบัน ถ้าผมทุบมันทิ้งแล้วสร้างกระจกทรงเรขาคณิตขึ้นมาแทน อาคารหลังนี้คงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกสิบล้านเป็นอย่างต่ำ ไม่ใช่ปล่อยให้มันเป็นพิพิธภัณฑ์ยุงลายแบบนี้" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาลทราย รินรดาที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้เนื้อแข็งสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหว ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความโกรธ เธอยกยิ้มมุมปากบ้าง ไม่ยอมลดละให้ความหล่อเหลาหรือชื่อเสียงระดับประเทศของสถาปนิกตรงหน้าแม้แต่น้อย ผู้ชายอะไร ปากคอเราะร้ายยิ่งกว่าแม่ค้าตลาดสดแต่ดันแต่งตัวเนี้ยบกริบตั้งแต่หัวจรดเท้า "ปากร้ายเกินไปแล้วนะครับคุณธันวา" รินรดาก้าวเท้าเข้าประชิดทีละนิด จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นสะอาดเจือจางปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าลอยเข้าแตะจมูก "คุณเป็นสถาปนิกประสาอะไร ถึงมองไม่เห็นจิตวิญญาณของตึกหลังนี้ สิ่งที่คุณเรียกว่า 'ล้าสมัย' เนี่ย มันคือประวัติศาสตร์ คือร่องรอยของกาลเวลาที่เงินร้อยล้านของคุณก็ซื้อกลับมาไม่ได้ ถ้าสมองฝั่งซ้ายของคุณมีแต่ตัวเลขผลกำไรล่ะก็ แนะนำให้ไปนั่งคำนวณราคาคอนโดมิเนียมไฮไลท์ในเมืองจะดีกว่า มายืนเหยียบย่ำงานศิลป์ตรงนี้ให้เสียเวลาทำไม" ธันวาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย แทนที่เขาจะถอยหลัง กลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว บีบพื้นที่รอบกายของหญิงสาวให้แคบลงจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "ปากเก่งเสียจริงนะครับ" ธันวาโน้มใบลงมาเล็กน้อย เสียงกระซิบต่ำทุบกระหน่ำความนิ่งสงบในใจของรินรดาให้สั่นคลอน "แต่ระวังเถอะครับ ปากดีแบบนี้... เวลาอยู่ใต้ร่างผมบนเตียง คุณจะยังเถียงเก่งแบบนี้อยู่หรือเปล่า" "ไอ้..." รินรดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความโมโหระคนกระดากออากัปการ เธอเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาด แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเรียวไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมกระชับแน่นจนขยับหนีไม่ได้ ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาสัมผัสโดนผิวเนื้ออ่อนจนเกิดกระแสไฟแปลบปلمเบาๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ในเสี้ยววินาทีนั้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดสวิตช์ให้เงียบงัน เสียงฝนโปรยปรายด้านนอกกลายเป็นฉากหลังที่พร่ามัว สายตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเงียบเชียบ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ทั้งคู่ต่างพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความแข็งกร้าว ธันวาไล่สายตาจากดวงตากลมโตที่กำลังเรืองรองด้วยความโกรธ ลงมายังริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น หัวใจในอกข้างซ้ายของสถาปนิกหนุ่มเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เขาเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อผู้หญิงคนนี้ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศด้วยการเต้นแรงทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเถียงฉาดฉาน "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ "คุณนี่มัน... นอกจากจะปากเสียแล้ว ยังฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่งเลยสินะ สถาปนิกชื่อดังเขาอบรมกันมาแบบนี้เหรอ ถึงชอบคุกคามคนอื่นเขาไปทั่ว" "ผมไม่ได้คุกคาม..." ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดลงบนหน้าผากมน แววตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "ผมแค่เตือนสติ... ว่าอย่ามาลองดีกับคนอย่างธันวา" "ถ้าคุณแน่จริง ก็พิสูจน์ให้เห็นสิครับว่าตึกเก่าๆ ของคุณมันมีดีพ..." ยังไม่ทันที่ธันวาจะเอ่ยประโยคท้าทายจบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่ถูกฝุ่นเกาะหนาเตอะ ก๊อก ก๊อก ก๊อก! "คุณธันวาครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ ท่านประธานส่งผมมาตาม คุณภีมเขารออยู่ที่สำนักงานใหญ่แล้วครับ มีเรื่องด่วนเรื่องการซื้อที่ดินแปลงนี้!" เสียงตะโกนจากลูกน้องคนสนิททำให้ธันวาต้องจำใจปล่อยมือจากข้อมือนุ่มของรินรดาอย่างเสียดาย ชายหนุ่มถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าว จัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็นดังเดิม ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ใจเต้นแรงเกิดขึ้นระหว่างเขากับหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย รินรดารีบยกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ พลางถอยกรูดไปตั้งหลักอีกมุมหนึ่ง เธอซ่อนใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือริ้วรอยความแดงก่ำไว้ด้วยการหันไปหยิบแบบแปลนกระดาษขึ้นมาสะบัดพรึบพราบ ธันวาปรายตามองหญิงสาวปากเก่งเป็นครั้งสุดท้าย มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ก่อนจะหันหลังเดินสาวเท้ายาวๆ มุ่งหน้าไปยังประตูทางออก "เรายังคุยกันไม่จบหรอกครับ... คุณรินรดา" เสียงทุ้มเอ่ยทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะผลักบานประตูไม้เก่าแก่แล้วก้าวออกไป ปล่อยให้รินรดายืนหายใจฮึดฮัดอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นอายฝุ่นละอองและคานไม้สักทอง ทว่า... ในจังหวะที่ธันวาเดินพ้นขอบประตูออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เสียงทุ้มคุ้นหูของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะความเงียบ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'ภีม' ที่ก้าวเข้ามาในอาคารด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาเจ้าเล่ห์ "อ้าว... อยู่กันพร้อมหน้าเลยเหรอครับเนี่ย น่าสนใจดีแท้..." ภีมกวาดสายตามองธันวาและรินรดาสลับกันไปมาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ "หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะ... 'การเจรจา' ธุรกิจส่วนตัวอะไรของพวกคุณสองคนหรอกนะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความสัมพันธ์อันพะว้าพะวังนี้ไปกับผมนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%