"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเศษอิฐขึ้นราพวกนี้มาแปะป้ายคำว่า 'คุณค่าทางประวัติศาสตร์' แล้วมันจะกล ายเป็นโครงการที่ทำเงินได้จริงบนที่ดินทำเลทองแปลงนี้... ผมเกรงว่าคุณคงต้องกลับไปเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์พื้นฐานใหม่ทั้งหมดนะครับ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นก้องห้องประชุมกระจกใส ธันวา สถาปนิกหนุ่มมือทองแห่งปี กอดอกมองหญิงสาวฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาคมกริบราวกับใบมีดโกน ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บเนี๊ยบกริบไร้ที่ติแผ่รังสีความกดดันออกมาเสียจนทีมงานฝ่ายจัดซื้อของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
แต่นั่นไม่ใช่กับ รินรดา
นักอนุรักษ์สาวผู้มีดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้น ไม่ได้แสดงอาการสะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือความคาดหมาย ปลายนิ้วเรียวสวยหมุนปากกาในมือเล่นเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่มีหลบเลี่ยง
"ถ้าคุณธันวาใช้เวลาแค่ห้าวินาทีในการกวาดสายตาอ่านรายงานสามร้อยหน้าของฉันแบบลวกๆ แล้วตัดสินว่ามันคือ 'เศษอิฐขึ้นรา'..." รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับอาบยาพิษเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันก็คงต้องบอกว่า ดีเอ็นเอความเป็นสถาปนิกของคุณ คงมีแต่ปูนซีเมนต์กับผลกำไร จนหลงลืมจิตวิญญาณของสถาปัตยกรรมไปหมดแล้วล่ะค่ะ"
พรึบ!
เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันของคนทั้งห้องประชุมดังขึ้นเบาๆ ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ จะกล้าต่อปากต่อคำกับธันวา สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายใจดำจนไม่มีใครกล้าต่อกรด้วยตรงๆ แบบนี้
ธันวาขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุก ดวงตาคมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าที่แต่งตัวด้วยเสื้อเชิร์ตลินเนอร์เรียบๆ แต่กลับส่งประกายความมั่นใจออกมาเจิดจ้าเกินความจำเป็น เขาเกลียดความดื้อรั้น... แต่ให้ตายเถอะ เขากลับละสายตาจากรอยยิ้มท้าทายบนเรียวปากคู่นั้นไม่ได้เลย
"ปากเก่งไม่เบานี่ครับ" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า มือหนาวางทราบลงบนโต๊ะประชุมกระจก ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ "หวังว่าผลงานที่คุณจะพรีเซนต์ในอีกสามนาทีข้างหน้า จะมีความคมคายเท่ากับฝีปากของคุณนะ ไม่อย่างนั้น... ผมจะรื้อตึกเก่าคร่ำครึนี่ทิ้ง เพื่อสร้างลานจอดรถให้คุณได้มายืนร้องไห้เสียดายเล่นในวันพรุ่งนี้เลย"
รินรดาไม่ถอยร่น เธอกลับขยับตัวเข้าหาความกดดันนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าหวานยิ่งทวีความกวนประสาท "ถ้าคุณมีความกล้าพอที่จะทำลายประวัติศาสตร์ร้อยปีเพื่อแลกกับลานจอดรถ เชิญเลยค่ะ ฉันจะได้ถ่ายรูปหน้าโง่ๆ ของสถาปนิกชื่อดังตอนที่โดนฟ้องร้องข้อหาทำลายโบราณสถานลงหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ให้สะใจเล่น"
จังหวะที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ เคมีที่พุ่งชนกันอย่างรุนแรงทำให้คนในห้องประชุมแทบไม่กล้าหายใจ ธันวาซ่อนความหวั่นไหวที่วาบขึ้นในอกภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ... และนั่นคือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด ผู้หญิงคนนี้กำลังทำให้เขาสติหลุด
"เชิญครับ... โชว์ให้ผมเห็นหน่อยสิครับว่า 'ความดื้อรั้นระดับสิบ' ของคุณ มันจะช่วยกอบกู้ตึกผีสิงนี่ได้ยังไง" ธันวาพ่นลมหายใจออกทางจมูก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแต่นัยน์ตากลับทอประกายความท้าทายอย่างปิดไม่มิด
รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมากดเปลี่ยนสภาพหน้าจอโปรเจกเตอร์ให้กลายเป็นภาพพิมพ์เขียวโบราณที่ถูกซ้อนทับด้วยดีไซน์โมเดิร์นสุดล้ำอย่างลงตัว ชนิดที่แม้แต่ธันวายังต้องแอบชำเลืองมองด้วยความทึ่ง
"แปลนนี้... ฉันออกแบบมาเพื่อตบหน้าคนปากร้ายอย่างคุณโดยเฉพาะค่ะ ธันวา"
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้เริ่มอธิบายไอเดียสวนกลับอันชาญฉลาดของเธอ เสียงเคาะประตูก็จังหวะดังขึ้นสามครั้งสั้นๆ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ
ร่างสูงโปรดของ 'ภีม' นักลงทุนอสังหาฯ คู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเลื้อ. ในมือของเขาถือเอกสารฉบับหนึ่งที่ทำให้สีหน้าของธันวาเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับ..." ภีมกวาดสายตามองธันวาและรินรดาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "แต่พอดีผมเพิ่งซื้อสิทธิ์ขาดในการครอบครองที่ดินแปลงข้างเคียงมา... และดูเหมือนว่า 'ตึกผีสิง' ที่พวกคุณกำลังเถียงกันอยู่ จะกลายเป็นทางเข้าออกเดียวของโครงการพันล้านของผมไปซะแล้วสิครับ"
ดวงตาของธันวาหรี่ลงทันที ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังตกเป็นเบี้ยล่างในเกมธุรกิจ เขากวาดสายตากลับมามองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าถอดสีลงเล็กน้อย
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ธันวาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่น ดึงร่างบางให้เข้ามาประชิดตัวจนเธอแทบจะชนเข้ากับอกแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิดจนหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
"อย่าเพิ่งตกใจไปครับคุณรินรดา..." ธันวากระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากเธอ แววตาคมกริบฉายความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาอย่างแนบเนียน "เพราะต่อให้ภีมมันจะซื้อทั้งโลกใบนี้... ผมนี่แหละ จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องตึกของคุณ... และตัวของคุณเด็ดขาด"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 นะครับ
พิมพ์เขียวรักฉบับคนปากร้าย•ตอนที่ 3
ความดื้อรั้นระดับสิบ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวรักฉบับคนปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
