เสียงเคาะประตูรัวราวกับกลองเพลในยามวิกาลดังสนั่นห้องพักชั้นสี่ของคอนโดมิเนียม ทำเอาธันวาที่กำลังนั่งเช็คเรตติ้งกราฟงานตัดต่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ใครกันที่มารบกวนเวลาตีสองครึ่งแบบนี้ ถ้าเป็นพวกนิติบุคคลมาตรวจมาตรวัดน้ำ มีหวังเขาต้องเปิดฉากสวดชุดใหญ่ให้หายง่วงเสียหน่อย
ร่างสูงในชุดนอนเสื้อยืดสีเทาย้วยกับกางเกงวอร์มขายาวเดินกระแทកส้นเท้าไปที่ประตู มือหนากระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานีหมายจะเอ่ยปากไล่ แต่แล้วคำพูดทั้งหมดก็กลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างเล็กของพริมโรสในชุดนอนลายการ์ตูนหมีพูห์ตัวโคร่ง พุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับลูกกระสุนปืนโดยไม่ต้องรอให้อินวิเตชัน เสื้อผ้าหน้าผมยุ่งเหยิง ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกสุดขีดจนแทบจะถลونออกมานอกเบ้า มือเรียวเล็กคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อยืดของเขาแล้วกำเสียแน่นจนยับยู่ยี่
"ธันวา! ช่วยด้วย! ผี... ผีมันยืนอยู่ปลายเตียงชั้น! หน้าขาวซีดแถมคอยังพับอีกต่างหาก!" เสียงหวานละล่ำละลักฟ้อง พร้อมกับซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าตามสัญชาตญาณความกลัวโดยไม่ทันได้คิดอะไรทั้งสิ้น
ธันวาเซถอยหลังไปสองก้าวตามแรงพุ่งชน ปลายจมูกได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยปะทะเข้ากับ
The scent of lavender and panic that uniquely belonged to her. หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามระบบชีววิทยา กลับกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือที่ตั้งใจจะผลักเธอออกตั้งแต่แรกกลับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศอย่างทำอะไรไม่ถูก
"เดี๋ยว... เดี๋ยวพริมโรส ตั้งสติก่อน!" ธันวาพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ กลบเกลื่อนความวูบวาบประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นอก "นี่ห้องผมนะ ไม่ใช่ศูนย์อพยพหนีผี แล้วคุณเข้ามาได้ยังไง รหัสผ่านห้องผมคุณรู้ได้ยังไงเนี่ย!"
"ก็ตอนที่มาช่วยคุณรดน้ำต้นไม้คราวก่อน ชั้นแอบเห็นคุณกดไง! เลิกบ่นเป็นคนแก่สักทีได้ไหมเล่า จะให้ชั้นกลับไปนอนห้องตัวเองที่มีผีคอยจ้องหน้าอยู่หรือไง ใจคอคุณจะใจร้ายใจดำปล่อยให้ผู้หญิงบอบบางน่ารักอย่างชั้นโดนผีอำตายคาเตียงเลยหรือไงคะ!" พริมโรสเงยหน้าขึ้นเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่ตัวยังสั่นระริกเป็นลูกนกตกน้ำ ดวงตาคู่สวยคลหน่วยไปด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร
ธันวาปรายตามองสภาพหญิงสาวที่ตอนนี้แทบจะสิงร่างเขาเข้าไปทุกที ปากบอกว่าเถียงฉอดๆ แต่แรงบีบที่เสื้อของเธอฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังกลัวจนขีดสุด จริงอยู่ว่าเขาเป็นพวกยึดมั่นในวิทยาศาสตร์และไม่เชื่อเรื่องลี้ลับ แต่พอเห็นท่าทางขวัญหนีดีฝ่อจนตัวสั่นเทาของคนตรงหน้า คำพูดตัดพ้อหรือข้อถกเถียงเชิงตรรกะทั้งหมดก็พลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
"เฮ้อ... ให้ตายเถอะคุณนี่มัน..." ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความระอา ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นและน้ำตารื้นๆ ของเธอ มือหนายกขึ้นตบเบาๆ ที่ลาดไหล่เล็กเพื่อปลอบประโลมโดยไม่รู้ตัว "เออๆ ไม่ต้องร้องแล้วน่า ไม่มีผีที่ไหนกล้ามาเหยียบห้องผมหรอก เพราะรังสีความน่ารำคาญของคุณมันคงแผ่รัศมีไปสามบ้านแปดบ้านแล้วล่ะ"
"นี่แหนะ! ปากเสียอีกแล้วนะ!" พริมโรสทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนอกเขาเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ แม้จะเบาหวิวเหมือนมดกัดก็ตามที แต่แรงกระแทกนั้นกลับทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นมินต์อ่อนๆ เป่ารดอยู่ริมฝีปากของกันและกัน บรรยากาศรอบกายที่เคยอึกทึกครึกโครมเมื่อครู่พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด ได้ยินเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันในความเงียบ
ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคมกริบของโปรดิวเซอร์หนุ่มที่มักจะตีหน้าตายใส่เธอเสมอ ทว่ายามนี้แววตาคู่นั้นกลับไหวระริกและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้พริมโรสลืมหายใจ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนคำสาปเสียเอง
"มองอะไรเล่า หน้าผมมีคราบกาแฟติดอยู่หรือไง" ธันวาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด แม้พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อมือเล็กข้างหนึ่งของเธอยังกำเสื้อเขาไว้แน่น
"ป...เปล่าสักหน่อย ก็แค่มองคนปากแข็งแถวนี้แหละค่ะ" พริมโรสตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามถอยหลังกรูดเพื่อสร้างระยะปลอดภัย แต่ทว่าส้นเท้าเจ้ากรรมดันไปสะดุดเข้ากับพรมปูพื้นห้องพอดี ร่างบางเสียหลักหงายหลังลงไปบนโซฟาตัวนุ่มในห้องนั่งเล่นโดยมีร่างสูงล้มทับลงมาตามแรงดึงดูดอย่างพพอดีเป๊ะ!
อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันทำให้ธันวาต้องใช้มือทั้งสองข้างค้ำยันพนักพิงโซฟาไว้เพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวทั้งหมดทับลงไปบนตัวเธอ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากใบหน้าหวานไม่ถึงคืบ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของพริมโรสแผ่สยายอยู่บนเบาะโซฟา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู รสชาติความใกล้ชิดที่อบอวลไปด้วยความเขินอายแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ จนธันวาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เอ่อ... คือว่า..." ธันวาอึกอัก สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและเหตุผลกลับชัตดาวน์กะทันหัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าการมีผู้หญิงตัวเล็กๆ มาบุกห้องกลางดึกจะทำให้เขาสติหลุดได้ขนาดนี้
"ลุก... ลุกขึ้นไปได้แล้วมั้งคะ หนักนะเนี่ย!" พริมโรสเอ่ยเสียงตะเบ็งแก้เขิน ฝ่ามือเล็กดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ แต่เจ้ากรรมที่หัวใจเจ้าเล่ห์ดันเต้นแรงเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันเข้า
"รู้หรอกน่า... กำลังจะลุกนี่ไง ใครใช้ให้คุณซุ่มซ่ามล่ะ" ธันวาพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง แต่จังหวะที่เขากำลังจะยันกายลุกขึ้นนั้น สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หน้าจอสมาร์ทโฟนของพริมโรสซึ่งตกอยู่บนพื้น แสงไฟจากหน้าจอห้องแชตสีเขียวสว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติ
ธันวาชะงักกักค้าง ขยับตัวไม่ได้เมื่อสายตาคมกริบกวาดไปอ่านข้อความบนหน้าจอนั้นเข้าเต็มสองตา—
ข้อความจากบัญชีทางการของ "หมอดูตาทิพย์สะท้านภพ" ส่งตรงถึงแชตส่วนตัวของพริมโรส ระบุข้อความตัวโตที่ทำเอาคนอ่านถึงกับเลือดขึ้นหน้า:
*"ดวงชะตาความรักของคุณกับชายหนุ่มผู้ไร้ศรัทธาในคืนนี้ จะมีเกณฑ์ได้เสียตัว เอ้ย! ได้ร่วมเรียงเคียงหมอน นอนกอดกันกลมจนถึงเช้า ระวังตัวไว้ให้ดีนะแม่หญิง ฮี่ๆๆ"*
พริมโรสที่สังเกตเห็นว่าเขากำลังมองอะไรอยู่ ใบหน้าหวานก็แดงก่ำยิ่งกว่าเดิมจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์ เธอกรี๊ดออกมาเบาๆ ด้วยความอับอายขายหน้า รีบคว้ามือถือขึ้นมาซุกซ่อนไว้ข้างหลังทันที แต่ทว่าสายตาของธันวากลับหันมาสบเข้ากับเธอพอดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยอย่างปิดไม่มิด
— **เสียงกระซิบยามดึก**
มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 8
อย่าให้ใครมานอนข้างคุณ
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!