มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 7

เสียงกระซิบข้างหูตอนตีสาม

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"คุณพริมโรสคะ... ถ้าคุณยังส่งรูปหน้าคนติดวิญญาณมาตอนตีสองครึ่งแบบนี้อีก ฉันจะบล็อกคุณจริงๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่บล็อกธรรมดาด้วย จะขึ้นป้ายประกาศตามหาคนสติไม่ดีหน้าตึกออฟฟิศเลยคอยดู!" เสียงทุ้มห้วนของธันวาดังลอดออกมาจากโทรศัพท์มือถือที่เปิดสปีกเกอร์โฟนไว้ บนหน้าจอแสดงผลแชตสีเขียวที่มีรูปโปรไฟล์เป็นยันต์กันผีสารพัดสำนักของหญิงสาวคู่ปรับกำลังรัวส่งข้อความรัวๆ พร้อมสติกเกอร์รูปน้องหมาหน้าตาตื่นตระหนกจนแทบจะทะลักจอ *(Primrose_MU): ธันวา! แกอย่าเพิ่งใจร้ายกับฉันนะ! ฮืออออ คือแบบ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะกวนใจแกจริงๆ นะเว้ย แต่น้องกุมารทองที่ห้องมันสะกิดบอกฉันว่า แถวๆ ระเบียงห้องนอนแกตอนนี้ มี 'พี่สาวชุดไทย' กำลังยืนเกาะกระจกมองหน้าแกอยู่ ตาแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้วเนี่ย! แกเปิดม่านไปดูหน่อยดิ๊!* ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนากดปิดหน้าจอแชตแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงนอนอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มปรายตามองไปยังบานกระจกใสที่กั้นระหว่างห้องนอนกับระเบียงคอนโดมิเนียมชั้นสิบห้า ข้างนอกนั่นมีความมืดสนิทของมหานครยามวิกาล ไม่มีแม้แต่เงาของสายลม หรือเสียงอะไรทั้งสิ้นนอกจากเสียงแอร์ที่ดังหึ่งๆ สายวิทยาศาสตร์แบบเขาผ่านการพิสูจน์เรื่องพวกนี้มาหมดแล้ว ทุกอย่างมันคือภาพลวงตา ความเหนื่อยล้าทางสายตา หรือไม่ก็เงาสะท้อนจากหลอดไฟถนนด้านล่างทั้งนั้นแหละ ธันวาคิดในใจพร้อมกับสะบัดหน้าไล่ความง่วงงุน เขากำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้งเพื่อให้ทันตื่นไปประชุมโปรเจกต์ใหญ่ตอนเก้าโมงเช้า *แกร็ก...* เสียงบางอย่างเบาหวิว... คล้ายกับเล็บมือยาวๆ กำลังขูดเบาๆ ที่กระจกใส ธันวาชะביกตัวแข็งทื่อ ความง่วงที่เคยเกาะกินเปลือกตาหายวับไปกับตา สมองที่ประมวลผลด้วยตรรกะมาตลอดชีวิตเริ่มรันสูตรคำนวณทางฟิสิกส์—ชั้นสิบห้า ไม่มีระเบียงเชื่อมต่อ ไม่มีทางที่แมวหรือนกจะบินขึ้นมาเคาะกระจกในมุมสูงขนาดนี้ได้ และที่สำคัญ... เสียงนั้นมันดังมาจากด้านนอกจริงๆ *(Primrose_MU): ธันวา! ธันวาอยู่ไหม ทำไมเงียบไปวะ แกเห็นใช่ไหมล่ะ! ฉันบอกแล้วว่ามูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าดื้อรั้นไม่ยอมพกตะกรุดที่ฉันให้ไว้ ยامวิกาลแบบนี้ของพวกนี้มันแรงนะเว้ย!* ข้อความจากพริมโรสเด้งขึ้นมารัวๆ จนเครื่องสั่นสะเทือน ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาค่อยๆ หันขวับไปมองที่ระเบียงห้องอีกครั้ง ความมืดเบื้องนอกไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป... ภายใต้แสงไฟสลัวจากตึกฝั่งตรงข้าม เงาร่างของสตรีในชุดไทยสะพายแพรแถบสีนวลกำลังแนบใบหน้าขาวซีดจนแทบโปร่งแสงติดกับกระจก ดวงตาสطสีแดงก่ำเบิกVว้างจนเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจนริมฝีปากที่ฉีกยิ้มกว้างจนถึงใบหู ส่งเสียงกระซิบอู้อี้เล็ดลอดเข้ามาผ่านรอยต่อของกระจก *"...หนาวจัง... ขอฉันเข้าไปอยู่ด้วยคนสิคะ..."* เสียงนั้น... มันไม่ได้ดังมาจากข้างนอกกระจก แต่มันดังกระซิบอยู่ข้างใบหูซ้ายของเขา! ทั้งที่ไม่มีใครอื่นนอกจากเขาคนเดียวในห้องนอนที่ปิดทึบ ธันวาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ผิวหนังบริเวณต้นคอเย็นเฉียบราวกับถูกน้ำแข็งลูบ ไล่ลามลงไปถึงกระดูกสันหลัง เขาพยายามบอกตัวเองว่านี่คือภาพหลอน นี่คือความกดดันจากการทำงาน แต่สัมผัสอุ่นชื้นที่เป่ารดต้นคอกับกลิ่นดอกมะลิเน่าๆ ที่ลอยคละคลุ้งในอากาศมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ ในวินาทีที่สติสัมปชัญญะเกือบจะหลุดลอย ร่างกายของเขากลับขยับไปเร็วกว่าความคิด มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือบนเตียงขึ้นมาด้วยความสั่นเทา นิ้วเรียวกดโทรหาคนเดียวในโลกตอนนี้ที่เขารู้ว่าต่อให้กลัวผีจนฉี่จะราดขนาดไหน ยัยปากแจ๋วคนนี้ก็ไม่มีทางทิ้งเขาแน่นอน *(ระบบกำลังโทรหา: พริมโรส สายมูตัวแม่...)* เสียงรอสายดังแค่เพียงครั้งเดียว อีกฝ่ายก็กดรับทันทีราวกับถือโทรศัพท์รออยู่ก่อนแล้ว "พริม..." ธันวาเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าโดยลืมฟอร์มมาดมั่นของโปรเจกต์หนุ่มไปเสียสนิท "คือ... ที่เธอเคยบอกว่า... เอ่อ... ที่เธอบอกว่าฉันกำลังโดนตามตื้อน่ะ..." *(เสียงปลายสายของพริมโรสหวีดลั่นจนแก้วแทบแตก)* "กรี๊ดดด! ธันวา! แกโดนแล้วใช่ไหมล่ะ! บอกแล้วไม่เชื่อ! แล้วตอนนี้แกอยู่ไหน ออกมาจากห้องนั้นด่วนเลยนะเว้ย!" "ฉันออกไปไม่ได้..." ธันวากลืนก้อนสะอื้นลงคอ สายตายังคงจดจ้องไปยังเงาร่างในกระจกที่ตอนนี้เริ่มใช้มือเรียวยาวเคาะกระจก *ปัง! ปัง! ปัง!* แรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระจกเริ่มมีรอยร้าวเป็นทางยาว "เพราะ... เพราะเงาในกระจกมันไม่ได้อยู่ข้างนอกอย่างเดียวแล้วพริม... แต่มันกำลังยืนอยู่ข้างหลังฉันนี่..." ปลายสายเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงสะอื้นปนความโกรธเกรี้ยวของพริมโรสจะดังลอดออกมา พร้อมเสียงฝีเท้าวิ่งตึกตักและเสียงประตูห้องกระแทกปิดดังสนั่น "ยืนนิ่งๆ ห้ามหันไปมองเด็ดขาดนะไอ้คนปากแข็ง!" เสียงพริมโรสตะโกนลั่นผ่านโทรศัพท์ด้วยความสติแตกสุดขีด "เปิดประตูห้องสิยะ! ฉันยืนอยู่หน้าห้องแกแล้วเนี่ย! เอาตะกรุดหลวงพ่อทวดฟาดหัวมันเลยนะเว้ย! ห้ามตายเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นฉันจะตามไปทวงเงินค่าจ้างที่แกยังค้างอยู่นะ!" ธันวากำโทรศัพท์ในมือแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล แต่ในความมืดและบรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวจนแทบหยุดหายใจ กลับมีความอบอุ่นประหลาดสายหนึ่งพุ่งวาบเข้ามาในอกเมื่อรู้ว่า... ยัยตัวแสบคนนั้นกำลังวิ่งฝ่าความมืดมาหาเขาจริงๆ ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะทันได้ขยับขาเดินไปที่ประตูห้อง เสียงเคาะกระจกที่ระเบียงด้านหลังก็หยุดกึกลงทันที แทนที่ด้วยเสียงลมหายใจเย็นเฉียบที่เป่ารดตรงใบหูขวาอย่างจงใจ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังชัดเจนจนหัวใจแทบวาย *"...แฟนน้องมารับแล้วเหรอคะ... งั้นพี่ขอไปด้วยคนนะ..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับความป่วนปนหลอนในตอนนี้ด้วยนะคะ! — **เสียงกระซิบยามดึก**
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%