มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 6

กางเขนหรือยันต์

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"บอกแล้วไงคะว่าไอ้กระดาษยันต์สีแดงแปร๋นแปะหน้าประตูห้องน่ะ มันช่วยกันผีไม่ได้ มันช่วยได้แค่ทำให้ค่ามัดจำห้องฉันปลิวหายเพราะความน่าเกลียดต่างหาก!" เสียงหวีดแหลมๆ ของพริมโรสดังทะลุห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดออกมา พร้อมกับร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายลายหมีพูห์ที่กำลังยืนเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่อง ขณะจ้องมองแผ่นกระดาษจีนสีแดงที่มีตัวอักษรหมึกดำเขียนโย้เย้แปะอยู่ตรงตาแมวหน้าห้องอย่างหงุดหงิดเต็มประดา ธันวาที่กำลังนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดำสนิทไร้น้ำตาลบนโซฟา ปรายตามองคนขี้โวยวายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่มนุษย์โปรดิวเซอร์สายวิทย์คนหนึ่งจะพึงกระทำได้ เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้เจ้าของห้องที่ตัวเล็กกว่าเกือบหนึ่งช่วงตัวจนพริมโรสต้องผถอยหลังไปชนผนังโดยอัตโนมัติ "เขาเรียกว่ายันต์คุ้มครองทิศค่ะ คุณพริมโรสผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สไตล์และความงมงาย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "เมื่อคืนคุณกรี๊ดจนห้างแถวนี้แทบแตกเพราะเห็นเงาตะคุ่มที่ระเบียงไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าสมองส่วนความทรงจำของคุณมันรีเซ็ตเร็วกว่าปลาทองไปซะแล้ว" "นั่นมันเงากิ่งไม้! เอ้ย... ไม่ใช่! มันคือเงาอาถรรพ์ต่างหากเล่า!" พริมโรสแก้ตัวเสียงหลง ใบหน้าเนียนเริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอายปนโมโห เธอเงยหน้าขึ้นเถียงสู้ยิบตาแม้ว่าส่วนสูงจะเสียเปรียบเห็นๆ "แล้วคุณเอาอะไรมาแปะมั่วซั่วคะเนี่ย ฉันอุตส่าห์ไปเช่าไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์มาจากโบสถ์คุณพ่อโจเซฟเพื่อนสนิทแม่มาเลยนะ จะได้มีความอินเตอร์ผสมผสานข้ามศาสนาไง!" พูดจบทريมโรสก็รีบวิ่งไปคว้าไม้กางเขนไม้เนื้อดีสีเข้มที่วางอยู่บนชั้นวางทีวี ชูขึ้นมาต่อหน้าธันวาเหมือนนักปราบผีในหนังฮอลลีวูดผสมอินฟลูเอนเซอร์สายรีวิวสินค้าเฉพาะกิจ ธันวาถึงกับหลุดขำพรืดออกมาทันที ดวงตาคมกริบมองไม้กางเขนในมือเธอก่อนจะสบตาแป๋วๆ ที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบผิดๆ ของหญิงสาว "ไม้กางเขนเมืองนอก กับยันต์ท่านอาจารย์แปะโรงตึ๊งเนี่ยนะคะที่คุณพริมจะเอามาทำแนวหน้าป้องกันภัยคุกคามทางวิญญาณ" ธันวาหัวเราะในลำคอ ขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะชิด กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของคนตรงหน้าลอยเข้าจมูกจนเขาต้องแอบสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว "นี่คุณกำลังทำสงครามครูเสดผสมลัทธิเต๋าอยู่หรือไงคะ ตรรกะไหนบอกว่าผีไทยจะกลัวไม้กางเขนฝรั่ง หรือผีฝรั่งมันจะเกรงใจยันต์จีนฮะ?" "ก็... ก็ความหลากหลายทางวัฒนธรรมไงคะคุณธันวา!" พริมโรสเสียงอ่อยลงไปนิดเมื่อรู้ว่าตัวเองเริ่มหาเหตุผลมาสู้ไม่ค่อยได้ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของเจ้าแม่รีวิวและคนกลัวผีระดับสิบ เธอยังคงเชิดหน้าเถียงต่อ "ทางวิทยาศาสตร์ของคุณมันพิสูจน์ไม่ได้หรอกน่า ว่าพลังงานลี้ลับพวกนี้มันเลือกนับถือศาสนาไหน! เกิดผีตัวนั้นมันเป็นลูกครึ่งอังกฤษ-จีนขึ้นมา คุณจะว่ายังไงล่ะ!" "ลูกครึ่ง... ให้มันได้อย่างนี้สิครับ... เอ๊ย! ให้มันได้อย่างนี้สิคะคุณพริมโรส" ธันวาเกือบหลุดปากคำต้องห้ามออกมาตามนิสัยเดิม แต่ก็ไหวตัวทันรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน พริมโรสขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยกับจังหวะสะดุดแปลกๆ นั้น แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม ธันวาก็โน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่จนคนตัวเล็กสะดุ้งเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะกลัวผี... แต่เพราะหัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกต่างหาก! "ถ้าคุณเอาเวลามาเถียงเรื่องไม้กางเขนกับยันต์... มาสนใจนี่ดีกว่าไหมคะ" ธันวากระซิบเสียงต่ำ ลากสายตาคมกริบไปยังหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงห้อง พริมโรสค่อยๆ หันขวับไปมองตาม แรงปะทะของบรรยากาศรอบตัวลดอุณหวบลงจนเย็นเยียบ แอร์ในห้องไม่ได้เปิด แต่ทว่าผ้าม่านสีขาวกลับปลิวไสวขึ้นเองราวกับมีลมพายุพัดผ่าน ทั้งที่หน้าต่างปิดสนิท และที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด... บนกระจกใสบานนั้น ปรากฏคราบไอสีขาวมัวๆ เป็นรอยนิ้วมือเรียวยาวเรียงรายนับสิบ รอยนิ้วมือเหล่านั้นค่อยๆ ขยับลากผ่านกระจกช้าๆ จากซ้ายไปขวา ราวกับมีใครบางคนกำลังยืนแนบหน้าอยู่ด้านนอก... แล้วส่งยิ้มทักทายเข้ามาข้างในห้อง! *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ท่าقกลางความเงียบสงัดของห้องพักชั้นสิบแปด ที่ต่อให้เป็นนกก็บินขึ้นมาเกาะไม่ได้! พริมโรสกรี๊ดลั่นบ้าน มือเล็กคว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อของธันวาแน่นจนเนื้อผ้าแทบขาด หลับตาปี๋ซุกหน้าลงกับอกแกร่งของชายหนุ่มทันทีโดยไม่ทันได้คิดอะไรทั้งสิ้น "ธันวา! ช่วยด้วย! มันมาเคาะกระจกแล้ว! ผีลูกครึ่งหรือผีต่างดาวอะไรก็ช่าง ฮือออ ฉันกลัวแล้ว!" ธันวาไม่ได้ถอยหนี เขากลับยกมืออีกข้างขึ้นโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อปลอบประโลม แววตาที่เคยขี้เล่นและกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและเยือกเย็นทันที มือหนาเอื้อมไปหยิบไม้กางเขนในมือพริมโรสมาถือไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างคว้าโทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉายสว่างวาบพุ่งตรงไปที่หน้าต่างบานนั้น ในแสงไฟสีขาวจ้าที่สาดส่องออกไป ภาพที่สะท้อนอยู่บนกระจกไม่ได้มีแค่รอยนิ้วมือ... แต่มันคือใบหน้าซีดขาวไร้แววตาของหญิงสาวผมยาวรกรุงรังที่กำลังแนบติดกระจก ยิ้มกว้างจนฉีกถึงใบหู และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาสองข้างของผีตนนั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่ธันวา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าลอดผ่านรอยต่อกระจกเข้ามา *“มึง... สองคน... ปรึกษากันเสร็จหรือยัง... กูรอนานแล้วนะ...”* ธันวาชะביกตึง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงาสะท้อนในกระจกบานนั้นไม่ได้มีแค่ผู้หญิงคนเดียว แต่ข้างหลังเธอกลับมีร่างเงาของชายฉกรรจ์อีกหลายสิบคนยืนเรียงแถวกันแน่นขนัด ทุกร่างหันหน้ามาทางระเบียงห้องของเขาด้วยรอยยิ้มสยอง และก่อนที่ธันวาจะทันได้ดึงพริมโรสถอยหลังหนี หน้าจอมือถือของเขาก็สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง... ข้อความแชต์จากเบอร์แปลกปลอมถูกส่งเข้ามาเด้งหราอยู่ตรงหน้าจอ พร้อมกับรูปถ่ายปัจจุบันวินาทีนี้ ที่เป็นภาพ *“ด้านหลังของเขาและพริมโรสในห้องนอนตอนนี้”* เป๊ะๆ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับความป่วนปนหลอนในตอนนี้ด้วยนะคะ! — **เสียงกระซิบยามดึก**
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%