มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 5

มูเตลูผิดที่ ชีวิตเปลี่ยน

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
กลิ่นธูปหอมฉุนกึกชนิดที่ต่อให้จมูกเป็นภูมิแพ้ขั้นรุนแรงก็ยังต้องจามออกมาสามตลบ ลอยคลุ้งตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องโปรดักชันรูมขนาดกะทัดรัดของสถานีโทรทัศน์ช่องดัง บนโต๊ะทำงานที่ควรจะมีไว้สำหรับวางแล็ปท็อปและกองบทโทรทัศน์ กลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นแท่นบูชาขนาดย่อม มีทั้งกระถางธูปทองเหลือง เทียนสีแดงเล่มโตที่น้ำตาเทียนกำลังหยดติ๋งๆ ลงบนรายงานสรุปเรตติ้ง และที่พีคที่สุดคือรูปถ่ายหน้าตรงของธันวาที่ถูกปริ้นต์ออกมาแปะไว้ด้วยยันต์สีแดงฉาน เขียนอักขระขอมยุกยิกอ่านไม่ออกราวกับค่ายกลแปดทิศ "พริมโรส! คุณกำลังทำบ้าอะไรในห้องทำงานฉัน!" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดทำเอาอินฟลูเอนเซอร์สาวเจ้าของฉายา 'สวยด้วยมูเตลู' สะดุ้งโหยงจนทำธูปในมือร่วงหล่นเกือบไหม้พรมราคาแพง พริมโรสสะบัดหน้าขวับมามองเจ้าของห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือไม้ปัดป่ายพยายามซ่อนกระปุกผงกำยานและสายสิญจน์ม้วนโตไว้ใต้โต๊ะอย่างลุกลี้ลุกลน "อุ๊ย! คุณธันวา! ทำไมเดินเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงเล่าคะเนี่ย คนตกใจหมด!" พริมโรสโวยวายกลบเกลื่อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวด้วยความเลิกลั่ก ขณะที่มือก็ยังพยายามจะดึงรูปถ่ายตัวเองที่แปะคู่กับรูปธันวาลงจากผนังแต่ไม่ทันเสียแล้ว ธันวาก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพห้องที่กลายเป็นสำนักทรงย่อยๆ ด้วยความรู้สึกระอาปนโมโห เขาเป็นโปรดิวเซอร์สายวิทยาศาสตร์ที่บูชาตรรกะและความเป็นจริงยิ่งชีพ แต่ช่วงนี้ชีวิตกลับต้องมาพัวพันกับวิญญาณเร่ร่อนแถมยังต้องมาเจอฤทธิ์เดชของแม่สาวสายมูคนนี้คอยป่วนเปรี้ยงปร้างไม่เว้นแต่ละวัน "นี่คุณเล่นไònสยองอะไรอีกเนี่ย ห้ะ? ดูสภาพโต๊ะทำงานฉันสิ! น้ำตาเทียนหยดใส่กองเอกสารงบประมาณโปรเจกต์ใหม่หมดแล้วคุณรู้ตัวไหม!" ธันวาชี้นิ้วไปยังกองกระดาษที่ตอนนี้กลายเป็นศิลปะร่วมสมัยไปเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เช้า "โถ่คุณธันวาคะ อย่าเพิ่งโวยวายสิคะ! ที่ฉันต้องลงทุนทำพิธี 'สะเดาะเคราะห์เสริมดวงชะตาและปัดเป่าสัมภเวสีอาฆาต' นี่ก็เพราะหวังดีกับคุณหรอการะคะ!" พริมโรสลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวเถียงกลับเสียงแข็ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความฮึดฮัด "คุณไม่เห็นหรือไงว่าช่วงนี้ผีตามรังควานคุณจนหน้าตาซีดเซียวเหมือนคนอดนอนเป็นสัปดาห์ แถมเมื่อวานวิญญาณตนนั้นเกือบจะลากคุณตกตึกสำนักงานอยู่รอดับอนาถแล้วนะ!" "นั่นมันอุบัติเหตุทางเทคนิคจากการที่ฉันตรวจงานดึกจนเบลอต่างหากเล่า! ไม่ใช่เพราะผีสางอะไรทั้งนั้นแหละคุณนี่มันเพ้อเจ้อไม่เข้าเรื่อง!" ธันวาเถียงกลับทันควัน พร้อมกับยื่นมือไปหยิบกระถางธูปเตรียมจะยกไปเททิ้งถังขยะ "อย่านะคะ! ห้ามแตะเด็ดขาด!" พริมโรสพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนแกร่งไว้แน่นโดยไม่ทันคิด แรงกระชากนั้นทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของโปรดิวเซอร์หนุ่มอย่างจัง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้และกำยานจากตัวเธอปะปนกับกลิ่นโคโลญจน์ผู้ชายสะอาดๆ กลายเป็นความใกล้ชิดที่ทำเอาห้องทั้งห้องเงียบกริบลงไปถนัดตา ธันวาชะงักกึก ก้มมองหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดุดันตอนนี้เบิกกว้างด้วยความตกใจ พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตกับเขาพอดี หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน ไม่ใช่เพราะความกลัวผี แต่เป็นเพราะไอAuraความอบอุ่นจากตัวเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกจนเธอแทบหายใจไม่ออก "เอ่อ... คือ..." พริมโรสอ้าปากพะงาบๆ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ มือที่กำแขนเสื้อของเขาอยู่คลายออกช้าๆ แต่ก็ยังไม่ยอมถอยหลัง "ปล่อยได้แล้วมั้งครับ... เอ๊ย! ค่ะ!" ธันวาเผลอหลุดปากพูดคำต้องห้ามตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเห็นได้ชัด แม้เขาจะพยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความประหม่า "แล้วก็เลิกทำพิธีบ้าๆ บอๆ นี่สักที คุณรู้ไหมว่าเมื่อกี้ท่านรองประธานเดินมาตรวจห้องแล้วเกือบเห็นสภาพนี้เข้า ถ้าท่านเห็น ฉันคงโดนเฉดหัวออกจากโปรเจกต์นี้เพราะหาว่าสติฟั่นเฟือนแน่ๆ!" พริมโรสรีบผละถอยหลังออกมาสองก้าว จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อครู่ แม้หัวใจจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เธอยังคงเชิดหน้าเถียงกลับตามฟอร์ม "ก็ท่านรองประธานหัวโบราณน่ะสิคะไม่ยอมเข้าใจเรื่องลี้ลับ! อีกอย่างนะที่คุณธันวาบอกว่าฉันทำพิธีแล้วเกือบเสียงานเนี่ย มันไม่จริงเลยนะคะ! พิธีนี้ฉันลงทุนจ้างอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางไสยศาสตร์มาทำเลยนะฃะคะ ประสิทธิภาพร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม!" "ร้อยเปอร์เซ็นต์ตรงไหนวะเนี่ย..." ธันวานวดขมับตัวเองปวดหัวตุบๆ "ดูนี่สิ!" เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดหน้าจอแชตกลุ่มของทีมงานให้เธอดู "นี่คือข้อความจากหัวหน้าฝ่ายบัญชี เขาบอกว่าเอกสารเบิกงบที่เปื้อนน้ำตาเทียนของคุณอ่านตัวเลขไม่ออก เขาตีกลับมาทั้งหมด และฉันต้องเริ่มทำเอกสารใหม่ตั้งแต่หน้าแรกตอนตีสองวันนี้!" พริมโรสชะเง้อคอมองหน้าจอโทรศัพท์ แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เมื่อเห็นข้อความยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์ของหัวหน้าฝ่ายบัญชีจอมโหด "เอ่อ... งั้นเดี๋ยวฉันช่วยทำเอกสารใหม่ให้เอาไหมคะ..." เสียงของเธอเบาลงไปครึ่งหนึ่ง ความมั่นใจเมื่อครู่วันนี้หดหายไปเหลือแค่ความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก "ไม่ต้องเลย!" ธันวาตัดบทเสียงแข็ง แม้แววตาจะอ่อนลงนิดหน่อยเมื่อเห็นท่าทีหงอยๆ ของเธอ "คุณกลับบ้านไปพักผ่อนไป๊! อย่ามาสร้างภาระให้ฉันเพิ่มอีกเลย แค่เรื่องผีบ้านั่นตัวเดียวฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องมานั่งเช็ดขี้เถ้าธูปบนโต๊ะทำงานตัวเองอีก" "ฉันไม่ได้เป็นภาระสักหน่อยนะคะ! ฉันเป็นห่วงคุณต่างหากเล่าไอ้คนปากแข็ง!" พริมโรสโพล่งออกมาด้วยความลืมตัว ใบหน้าหวานงอลงอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าฉันไม่ทำพิธีคุ้ม ภัยให้ คุณอาจจะโดนวิญญาณตนนั้นสิงจนไปกระโดดตึกตายจริงๆ ไปแล้วก็ได้นะ!" ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ลึกๆ แล้วหัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบอย่างแปลกประหลาดกับความใส่ใจที่แสดงออกมาในแบบป่วนๆ ของผู้หญิงตรงหน้า บรรยากาศในห้องเงียบลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงแอร์ทำงานเบาๆ ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจำยอม ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ "เลิกพูดจาเป็นลางสักทีเถอะน่า..." น้ำเสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมมากจนคนฟังแอบใจเต้น "แล้วก็... เก็บของพวกนี้กลับบ้านไปซะ ก่อนที่ฉันจะทิ้งลงถังขยะจริงๆ" พริมโรสเม้มปากแน่น รู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ ที่ทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน เธอก้มลงเก็บรูปถ่ายและธูปเทียนใส่กระเป๋าผ้าอย่างเงียบๆ โดยไม่มีทีท่าจะเถียงกลับเหมือนเคย ธันวามองท่าทางคอตกนั้นด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีกันยุ่งเหยิงในอก มือหนายื่นออกไปหมายจะช่วยเก็บกระปุกกำยาน แต่จังหวะนั้นเอง... กริ๊งงงงงง! เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของธันวาดังขึ้นแทรกบรรยากาศชวนเขินอาย ธันวาชักมือกลับแล้วกดรับสายด้วยสีหน้าหงุดหงิด "ฮัลโหล ธันวาพูดครับ... อะไรนะ!" สีหน้าของโปรดิวเซอร์หนุ่มเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความซีดเผือดในเสี้ยววินาที ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป พริมโรสหันขวับมามองทันทีด้วยความสงสัย "เกิดอะไรขึ้นคะคุณธันวา?" ธันวาค่อยๆ ลดหูโทรศัพท์ลง ช้าๆ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากปลายสาย เขาหันมามองหน้าพริมโรสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก "เมื่อกี้... รปภ. โทรมาบอกว่า..." ธันวาเสียงสั่นพร่า กลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก "กล้องวงจรปิดที่ชั้นสาม... จับภาพผู้หญิงชุดขาวคนเดิมกำลังเดินตรงมาที่ลิฟต์... และเธอกำลังกดขึ้นมาที่ชั้นนี้..." พริมโรสหน้าถอดสีทันที ร่างกายชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้า ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ก่อนที่เสียงติ๊ง! ของลิฟต์โดยสารด้านนอกจะดังขึ้น... ชัดเจน... และใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับความป่วนปนหลอนในตอนนี้ด้วยนะคะ! — **เสียงกระซิบยามดึก**
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%