“ถ้าคุณยังไม่ยอมเลิกทำท่าเหมือนเห็นอะไรที่ฉันไม่เห็น ธันวา... ฉันจะเอาเครื่องรางทั้งหมดในกระเป๋านี่แปะหน้าผากคุณให้เข็ดเลย คอยดู!”
พริมโรสโพล่งออกมาขณะที่มือไม้สั่นระริก เธอพยายามจะก้าวขาให้เร็วขึ้นจนเกือบสะดุดชายกระโปรงตัวเอง ท่ามกลางทางเดินในสตูดิโอเก่าที่ไฟสลัวจนดูเหมือนจะพร้อมดับวูบลงได้ทุกเมื่อ
ธันวาเดินตามหลังมาติดๆ เขาไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวเหมือนทุกครั้ง กลับกัน ชายหนุ่มกลับหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเช็กนาฬิกา แล้วมองแผ่นหลังของหญิงสาวด้วยสายตาที่วิเคราะห์มากกว่าจะขบขัน “ตกลงว่าเห็นอะไรครับ... อ๊ะ ขอโทษทีค่ะ ติดนิสัยเรียกแบบนั้นมาตลอดเลย” เขาแก้คำพูดทันควันเมื่อเห็นพริมโรสหันมาค้อนขวับ
“เห็น ‘ความจริง’ ที่คุณพยายามเลี่ยงน่ะสิ!” พริมโรสหยุดกึกจนธันวาเกือบชน “คุณน่ะ... ถามอยู่ได้ว่าทำไมฉันถึงเห็นผี ทำไมฉันถึงสัมผัสได้มากกว่าคนอื่น คุณมองฉันเป็นตัวประหลาดหรือมองเป็นแค่ ‘เคสวิจัย’ กันแน่คะคุณโปรดิวเซอร์?”
บรรยากาศรอบข้างเย็นวูบลงฉับพลัน กลิ่นธูปจางๆ ลอยมาปะทะจมูก ทั้งที่นี่ไม่มีใครจุดธูปมานานหลายปี ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง เขาขยับแว่นสายตาแล้วก้าวเข้ามาใกล้จนพริมโรสรู้สึกถึงแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากวิญญาณ แต่มาจากสายตาคมปลาบของชายตรงหน้า
“ผมแค่อยากรู้วิธีปกป้องคุณ... พริมโรส” เสียงของเขาเบาหวิวแต่หนักแน่น “ตรรกะของผมมันใช้ไม่ได้กับสิ่งที่ล้อมรอบตัวคุณ แต่ละที่ที่คุณไป แต่ละคนที่คุณทัก... มันเหมือนคุณกำลังเดินเข้าหากองไฟโดยไม่รู้ตัว และไอ้ความลับที่คุณพยายามปิดบังเรื่อง ‘อดีต’ นั่นน่ะ ผมว่ามันถึงเวลาต้องพูดแล้วนะ”
พริมโรสชะงัก เธอหลบสายตาไปทางเงาไม้ที่ไหวเอนอยู่นอกหน้าต่าง ความลับของเธอไม่ใช่เรื่องมูเตลู แต่มันคือเรื่องของ ‘คน’ ที่เคยทิ้งรอยแผลไว้ในใจจนทำให้ประสาทสัมผัสของเธอเปิดรับบางสิ่งที่คนปกติเขาเมินเฉย
“มันไม่มีอะไรน่าฟังหรอกค่ะ มันเป็นแค่เรื่องของเด็กผู้หญิงที่อยากจะเห็นคนที่จากไป... จนสุดท้าย สิ่งที่เห็นกลับกลายเป็นความซวยที่ตามหลอกหลอนมาจนโต” พริมโรสแค่นหัวเราะ แต่ดวงตากลับรื้นไปด้วยน้ำตา “คุณอยากให้ฉันเล่าเหรอคะ? งั้นลองอ่านนี่ดูแล้วกัน”
เธอหยิบแท็บเล็ตที่เพิ่งได้รับแจ้งเตือนจากระบบแชตกลุ่มขึ้นมา หน้าจอแสดงข้อความจากไอดีนิรนามที่ส่งเข้าเครื่องเธอเพียงคนเดียว ข้อความนั้นสั้นแต่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
*[ระบบ]: มีคนล็อกอินเข้าสู่ระบบความทรงจำเก่าของคุณ พิกัด: ห้องใต้หลังคา โรงเรียนเก่าที่คุณเคยเรียน*
ธันวาแย่งแท็บเล็ตไปดูทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน “นี่ไม่ใช่การแฮ็กธรรมดา พริมโรส... ข้อมูลที่อยู่ในนี้ มันคือภาพถ่ายสมัยเด็กของคุณที่มีคนอื่นอยู่ในเฟรมด้วย แต่คนๆ นั้น...”
เขานิ่งไปพลางเลื่อนหน้าจอ ความเงียบงันเริ่มกัดกินหัวใจ ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเลยว่าประตูห้องเก็บของข้างหลังเริ่มแง้มออกเองช้าๆ
“คนในรูปคือใคร?” ธันวาถามพลางเงยหน้าขึ้น แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ใช่เสียงของพริมโรส
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลังของธันวา เสียงที่คุ้นเคยจนทำให้พริมโรสหน้าถอดสี “เขาก็คือคนที่ไม่ควรจะมีตัวตนตั้งแต่แรกไงล่ะ... ธันวา”
ธันวาหมุนตัวกลับไปทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้เขาก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างแข็งค้าง ความเป็นวิทยาศาสตร์ที่เขายึดถือพังทลายลงในพริบตา เมื่อร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ผีธรรมดา แต่มันคือร่างของ ‘ตัวเขาเอง’ ในเวอร์ชันที่แก่กว่านี้หลายสิบปี พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก
เขาชี้มาที่พริมโรสแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอดับวูบ “เธอยังไม่รู้ใช่ไหม... ว่าคนที่จะเป็นคนแรกที่ส่งเธอไปสู่ปรโลก ก็คือคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอตอนนี้แหละ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 14
ความลับในอดีตของพริมโรส
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!