“ถ้าแกยังส่งสติกเกอร์รูปหลวงพ่อวัดปากน้ำรัวๆ ใส่กรุ๊ปโปรดิวเซอร์อีกทีเดียว ฉันจะเอาพานครูไปปัดรังควานหัวแกจริงๆ ด้วยนะธันวา!”
เสียงหวีดร้องของพริมโรสดังลั่นห้องตัดต่อ จนโปรดิวเซอร์หนุ่มสายวิทยาศาสตร์จ๋าถึงกับต้องยกมือขึ้นมาปิดหูข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด พลางเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้บรรยากาศในแชตกลุ่มงาน ‘มูเตลูไม่ช่วยหรอก’ กำลังปั่นป่วนจนแทบจะกลายเป็นสนามรบขนาดย่อม
บรรยากาศรอบตัวในสตูดิโอดึกสงัดเวลานี้วังเวงจนน่าประหลาด เครื่องปรับอากาศส่งเสียงหึ่งๆ แข่งกับเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ธันวานิ้วเรียวกดพิมพ์ตอบกลับในแชตกลุ่มด้วยความเร็วสูง เพื่อระงับสติอารมณ์ของอินฟลูเอนเซอร์สาวสายมูที่กำลังสติแตกอยู่ห้องข้างๆ ผ่านอินเตอร์คอม
*ธันวา: “ก็มันจำเป็นไหมล่ะพริม? ระบบเซิร์ฟเวอร์บ้าอะไรอยู่ๆ ก็รวน ตอนนี้ไฟล์คลิปดิบรายการตอนล่าสุดของเรามันหายไปต่อหน้าต่อตาฉันเนี่ย ตรรกะไหนอธิบายได้บ้างว่าโฟลเดอร์มันลบตัวเองแถมยังเปลี่ยนชื่อเป็นตัวเลขไทยโบราณสามหลักได้ยังไง ถ้าไม่ใช่ไวรัส ก็คงเป็นความผิดพลาดของระบบไฟล์ ไม่ใช่เพราะสิ่งลี้ลับงี่เง่าอะไรของเธอหรอกนะ”*
*พริมโรส: “ไอ้คนปากแข็ง! ไม่เชื่อแล้วอย่ามาลบหลู่เชียวนะ! เมื่อกี้ตอนที่ไฟในสตูดิโอดับวูบไปสามวิฯ ฉันเห็นเงาตะคุ่มๆ ยืนอยู่ตรงมุมห้องเก็บสายไฟ หน้าตานี่ขาวซีดเหมือนกระดาษสา แถมยังส่งเสียงกระซิบเรียกชื่อแกเบาๆ ด้วยซ้ำว่า ‘ธัน… วา… คืนนี้… ต้องตาย’ แกยังจะกล้าบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญอีกเหรอ!”*
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ปรายตามองหน้าจอโปรแกรมตัดต่อที่ยังคงค้างหน้าจอสีดำสนิท ไร้ซึ่งวี่แววของไฟล์งานที่ถ่ายทำมาตลอดทั้งสัปดาห์ เขารู้ดีว่าพริมโรสเป็นคนขี้ตกใจและจินตนาการบรรเจิดขนาดไหน แต่ลึกๆ แล้ว หัวใจข้างซ้ายของเขากลับเต้นผิดจังหวะแปลกๆ เมื่อนึกถึงความเย็นยะเยือกที่จู่ๆ ก็แผ่ซ่านเข้ามาในห้องเมื่อครู่—ความหนาวเย็นที่ไม่ได้มาจากแอร์อย่างแน่นอน
“เพ้อเจ้อ…” ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบ เพื่อดับความกระวนกระวายใจที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
แต่แล้ว เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้นจนเขาต้องสำลักกาแฟออกมาแทบไม่ทัน
หน้าจอสมาร์ทโฟนที่คว่ำอยู่บนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันหลายครั้ง หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีการแจ้งเตือนสายเข้า ข้อความใหม่เด้งขึ้นรัวๆ ในแชตกลุ่มงานที่ทั้งเขา พริมโรส และทีมงานคนอื่นๆ อยู่ร่วมกัน แต่สิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกเกรียวไปทั้งร่างจนหนังศีรษะชาดิก ก็คือชื่อผู้ส่งข้อความนั้น…
*ธันวา (คุณ): “พวกแก… ช่วยเปิดประตูห้องแต่งตัวให้ฉันหน่อยซิ ฉันหนาวเหลือเกิน…”*
ธันวาเบิกตากว้าง จ้องมองหน้าจอด้วยความรู้สึกเหมือนเลือดในกายหยุดไหล เขาไม่ได้เป็นคนพิมพ์ข้อความนั้น! มือของเขายังคงวางอยู่บนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ และแชตในมือถือก็ไม่ได้อยู่ในมือเขาด้วยซ้ำ!
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นอีกครั้งจากเครื่องเดิม
*ธันวา (คุณ): “ข้างนอกนี้มันมืดมากเลยนะธันวา… ทำไมถึงทิ้งฉันไว้คนเดียวล่ะ”*
“เห้ย!” ธันวาอุทานลั่น ดีดตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้หมุนกระแทกกับชั้นวางเอกสารเสียงดังสนั่น หัวใจของเขาเต้นรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก ความเชื่อมั่นในตรรกะและวิทยาศาสตร์ที่เคยยึดถือมาตลอดชีวิตพังทลายลงในพริบตา เมื่อข้อความในแชตกลุ่มยังคงรัวเข้ามาไม่หยุด ทั้งที่เขายังยืนอยู่ตรงนี้ ห่างจากโทรศัพท์มือถือเกือบสองเมตร
ในขณะเดียวกัน เสียงทุบประตูดังปังๆ จากด้านนอกห้องทำงานก็ดังก้องขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของพริมโรสที่ดังทะลุอินเตอร์คอมเข้ามา
“ธันวา! เปิดประตูให้ฉันที! ฮือออ… ผีหลอก! ผีหลอกจริงๆ ด้วย! มือถือฉันมันพิมพ์เองได้ยังไงเนี่ยยย!” เสียงพริมโรสทั้งสะอื้นทั้งโวยวายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด จนธันวารู้สึกได้ว่าสติของเธอกำลังจะหลุดลอยไปแล้ว
แม้ความกลัวจะเกาะกินไปทั่วร่าง แต่สัญชาตญาณดิบภายในตัวกลับสั่งการอย่างรวดเร็ว—*เขาจะปล่อยให้ผู้หญิงปากเปราะคนนั้นเป็นอันตรายไม่ได้เด็ดขาด!*
ธันวาพุ่งตัวไปคว้าประแจเหล็กที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือช่างข้างผนัง กำมันไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า ก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูห้องเพื่อจะออกไปช่วยพริมโรสที่กำลังร้องไห้โฮอยู่ด้านนอก
ทว่า… ก่อนที่มือของเขาจะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตู หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยดับมืดไปสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาเองอีกครั้งอย่างรุนแรง ภาพบนหน้าจอไม่ใช่โปรแกรมตัดต่อวิดีโออีกต่อไป แต่มันคือภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้อง ที่ปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาวรกรุงรัง สวมชุดไทยสีมอซอ ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างหลังพริมโรสที่กำลังทุบประตูห้องของเขาอยู่ และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ… ร่างไร้วิญญาณในกล้องวงจรปิดนั้นกำลังหันหน้าตรงมาทางเลนส์กล้อง ดวงตาสีดําสนิทไม่มีตาขาวจ้องเขม็งทะลุจอคอมพิวเตอร์ตรงมาที่ธันวา พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับพูดอย่างไร้เสียงผ่านลำโพงห้องว่า—
*“คนต่อไป… คือแกนะธันวา”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับความปนเปื้อนความหลอนในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 13
แชตกลุ่มที่ทำเอาขนลุก
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!