มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 3

อย่ากดกริ่งเรียกใครในลิฟต์

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"ธันวา! หยุดกดกริ่งเดี๋ยวนี้! ใครสั่งใครสอนให้กดเรียกใครในลิฟต์ตอนตีสองแบบนี้ฮะ!" เสียงแหลมสูงของพริมโรสกรีดร้องแทรกความเงียบงันในกล่องเหล็กแคบๆ ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่าง เธอเบียดแผ่นหลังชิดผนังลิฟต์จนแทบจะสิงร่างเข้าไป มือเรียวสั่นเทาคว้าชายเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มข้างกายไว้แน่น ตาโตเบิกกว้างจ้องเขม็งไปยังมุมมืดตรงข้ามกับแผงปุ่มกด ธันวาถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยตามสไตล์คนเชื่อมั่นในตรรกะ เขาปัดมือพริมโรสออกจากเสื้อเบาๆ ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วมองหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเผือดสีไร้เลือด "พริม คุณประสาทกลับหรือเปล่า? ผมยังไม่ได้แตะปุ่มอะไรเลยนะ แค่ยืนรอลิฟต์ลงปกติ อย่ามาทำเป็นอินหนังผีเกรดบีแถวนี้ได้ไหม ผมง่วง" "อย่ามาทำเป็นเนียน! ก็เมื่อกี้... นิ้วคุณจิ้มไปที่ปุ่มกริ่งฉุกเฉินนั่นน่ะ! เสียงมันดัง ‘ติ๊ง’ ออกมาแล้วเนี่ย ไม่ได้ยินหรือไง!" พริมโรสโวยวาย มืออีกข้างควานหาสร้อยตะกรุดที่คอแทบไม่ทัน ธันวามองแผงปุ่มกดด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันกลับมามองคนข้างๆ ที่เริ่มสวดคาถาอะไรสักอย่างรัวเร็ว "ลิฟต์ตัวนี้ไม่มีปุ่มกริ่งฉุกเฉินแยกต่างหากครับ มันรวมอยู่ในระบบควบคุม และผมยืนห่างจากแผงปุ่มเป็นเมตร พริม... เลิกหาเรื่องหลอนให้ผมประสาทเสียสักที ผมทำงานมาสิบสองชั่วโมงแล้ว อยากกลับไปนอนใจจะขาด" "แต่นั่นไง! มันยืนอยู่ตรงนั้น!" พริมโรสไม่ได้สนใจคำแก้ตัวของเขา นิ้วชี้สั่นๆ ชี้ไปยังมุมที่ว่างเปล่าในสายตาของธันวา "ผู้หญิงชุดสีมอซอ ที่ผมยาวปิดหน้าจนแทบจะถึงพื้น... เธอเพิ่งยื่นมือมาแตะปุ่มกริ่งให้คุณเมื่อกี้!" บรรยากาศในลิฟต์ที่เคยเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศ กลับดูเหมือนจะติดลบลงทันที ธันวาสัมผัสได้ถึงความหนาวสั่นที่ลามเลียต้นคอ ไม่ใช่เพราะกลัวผีอย่างที่พริมโรสเป็น แต่เป็นเพราะเขารู้สึกได้ถึง 'บางอย่าง' ที่ผิดปกติ... จังหวะการสั่นสะเทือนของลิฟต์ที่เริ่มฝืดเคือง เหมือนมีน้ำหนักมหาศาลกดทับอยู่บนหลังคาห้องโดยสาร "พริม ฟังผมนะ" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ลดเสียงลงจนเหลือเพียงกระซิบ "ถ้าคุณจะแกล้งให้ผมกลัว คุณทำสำเร็จแล้ว แต่ถ้าคุณเห็นอะไรจริงๆ... อย่าทัก อย่ามอง และที่สำคัญที่สุด อย่าหันไปมองข้างหลังเด็ดขาด" พริมโรสสะอื้นฮัก น้ำตาคลอเบ้า "แต่นางมองอยู่... สายตานางเหมือนกำลังจ้องมาที่คอคุณเลยธันวา! เหมือนนางกำลังหาที่... ที่จะสิง!" ทันใดนั้น ไฟในลิฟต์ก็กะพริบถี่ๆ จนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ของกระแสไฟฟ้า ลิฟต์หยุดกึกกะทันหันระหว่างชั้น 5 กับชั้น 4 ทั้งคู่เซถลาเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ธันวารีบคว้าเอวบางของพริมโรสไว้แน่นเพื่อกันไม่ให้เธอล้มลงไปกองกับพื้น เสียงกริ่งลิฟต์ที่ไม่มีใครกดกลับดังขึ้นอีกครั้ง... ครั้งนี้มันดังยาวและกังวานราวกับเสียงกรีดร้องของคนถูกเชือด "บอกให้หยุดไงล่ะโว้ย!" ธันวาตวาดลั่นใส่ความมืดมิดในลิฟต์ เขาไม่ได้กลัวจนสติแตก แต่ความหงุดหงิดที่เห็นพริมโรสต้องมาหวาดกลัวทำให้เลือดในกายเขาร้อนฉ่า เขาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดไฟฉายแล้วส่องกราดไปทั่วลิฟต์ แสงสีขาวจ้าเผยให้เห็น... เงาตะคุ่มที่แนบชิดอยู่กับผนังด้านหลังของธันวา ร่างนั้นไม่ได้มีรูปร่างสมบูรณ์ แต่มันคือกลุ่มก้อนของความมืดมิดที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปทรงของผู้หญิงในชุดขาวหม่น เส้นผมยาวประบ่าทิ้งตัวลงมาปิดใบหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาถึงกับพูดไม่ออกคือ... เงาสีดำนั้นกำลังวางมือลงบนไหล่ของเขา! "พริม..." ธันวาเสียงสั่นโดยไม่ตั้งใจ "ห้ามหันมามองผมนะ... หลับตาซะ" "ธันวา! อย่าบอกนะว่า..." พริมโรสตัวสั่นเทา เธอหลับตาแน่นจนขนตาเปียกชื้น แต่มือของเธอยังคงกำชายเสื้อเขาไว้ไม่ยอมปล่อย "มึงออกไปนะ! ยุ่งกับเขาทำไม! ถ้าแน่จริงมาสิงกูเนี่ย! มาสิงคนสวยๆ แบบกูนี่!" ธันวากัดฟันกรอด ทั้งโกรธ ทั้งขำกับความห้าวหาญปนเพี้ยนของยัยคนข้างๆ ในสถานการณ์แบบนี้ "พริม! นี่ไม่ใช่เวลามาท้าทายผีนะ! เงียบไปเลย!" ขณะที่ธันวากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อคว้าตัวพริมโรสให้ห่างจากรัศมีที่เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบ เงาร่างนั้นก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ผมที่เคยปิดปังใบหน้าเริ่มแหวกออก เผยให้เห็นดวงตาที่โบ๋กลวงและรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู แต่มันไม่ได้มองที่ธันวา... มันมองผ่านไหล่เขาไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่พริมโรสเผลอทำตกไว้บนพื้น หน้าจอโทรศัพท์ที่กำลังเปิดแชตกลุ่ม ‘สมาคมคนรักของขลัง’ ค้างไว้ และข้อความล่าสุดที่เด้งขึ้นมาในวินาทีที่ไฟลิฟต์ดับลงคือข้อความเสียงจากบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง "มึงสองคน... ถึงที่หมายแล้ว" ลิฟต์กระชากตัวลงอย่างรุนแรงจนทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น ก่อนจะเปิดออกที่ชั้นล็อบบี้อย่างราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าเมื่อธันวารีบฉุดพริมโรสให้ลุกขึ้นวิ่งออกจากลิฟต์ เขาก็ต้องชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นยามหน้าตึกที่กำลังเดินตรวจตราหันมามองด้วยสีหน้าประหลาด "คุณครับ... มากับใครครับ?" ยามถามพลางขยี้ตา "ผมเห็นคุณเดินเข้ามาคนเดียวตั้งแต่นาทีแรกแล้วนะ" พริมโรสช็อกจนตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ หันไปมองในลิฟต์ที่ว่างเปล่า แต่สิ่งที่ทำเอาลมหายใจของเธอแทบหยุดเต้น คือรอยนิ้วมือสีเลือดเปื้อนเต็มผนังลิฟต์ด้านหลังตำแหน่งที่ธันวายืนอยู่เมื่อครู่นี้... และรอยนั้น มันเรียงตัวเป็นชื่อของเธอ! *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาหลอนและเขินไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* — **เสียงกระซิบยามดึก**
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%