กลิ่นธูปสาบสางที่ลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝุ่นเก่าคร่ำคร่าของโกดังร้างหลังสถานีรถไฟเก่า ทำให้พริมโรสต้องยกมือขึ้นขยี้ปลายจมูกฟุดฟิด ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแสงสีฟ้ากวาดมองไปรอบตัวด้วยความระแวงระวัง ขั้นบันไดเหล็กขึ้นชั้นลอยส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ทีมงานฝ่ายแสงเดินผ่าน และที่สำคัญที่สุด... ประโยคสยองขวัญจากแชตกลุ่มรายการที่ธันวาเพิ่งแคปหน้าจอมาส่งขู่เธอก่อนรถตู้จะเคลื่อนตัวออกจากสตูดิโอเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ยังคงติดตรึงอยู่ในสมอง
*“ธันวา... มึงพาใครมาเป็นอาหารให้อีกแล้ววะ...”*
อาหารบ้าบออะไรเล่า! นี่เธอเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายมูผู้มีผู้ติดตามหลักล้านนะยะ ไม่ใช่ปลูทูธเดินได้ที่จะให้ผีตนไหนมาบลูทูธเอาพลังงานไปกินฟรีๆ เสียหน่อย!
“ยืนเกร็งเป็นเสาหลักเมืองแบบนั้น เดี๋ยววิญญาณแถวนี้เขาจะนึกว่าเธอมาตั้งศาลพระภูมิให้นะพริม”
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลัง ธันวาในชุดเสื้อฮู้ดสีดำสนิทและกางเกงคาร์โก้ทะมัดทะแมงก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลัง ปลายจมูกของเขาแทบจะชนกับกลุ่มผมที่เธอรวบเป็นดังโงะไว้บนหัว ความเย็นยะเยือกจากตัวโปรดิวเซอร์หนุ่มสายวิทยาศาสตร์คนนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแอร์เคลื่อนที่ที่ทีมงานขนมา หรือเป็นเพราะออร่าความไร้ความเชื่อของเจ้าตัวกันแน่
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว รีบกระโดดหนีห่างสามก้าวพร้อมกับใช้แฟ้มบทในมือชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ
“นี่คุณ! อย่ามาเดินเงียบเป็นแมวขโมยแถวนี้ได้ไหมคะ! บรรยากาศออกจะวังเวงชวนขนหัวลุกอยู่แล้วเชียว หรือว่าสมองส่วนตรรกะของคุณมันประมวลผลไม่ทันจนต้องมาเดินเกาะติดคนอื่นเพื่อหาความอบอุ่นฮะ”
“ตรรกะของผมบอกว่า อุณหภูมิในโกดังนี้ลดลงสามองศาเซลเซียสในเวลาไม่ถึงสองนาที และอัตราการเต้นของหัวใจเธอกำลังพุ่งทะยานเกินหนึ่งร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที” ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า ดวงตาสีนิลภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่คมกวาดมองสำรวจใบหน้าตื่นตระหนกของเธอด้วยความขบขัน “ส่วนเรื่องความอบอุ่น... ถ้าเธอกลัวจนตัวสั่นขนาดนั้น จะยอมรับมาตรงๆ ก็ได้นะว่าอยากให้ผมจับมือ ไม่เห็นต้องหาข้ออ้างเรื่องผีสางเลย”
“ย่ะ! หลงตัวเองขั้นสุดยอดไปเลยนะคะคุณธันวา! ใครอยากให้คุณจับมือไม่ทราบ มือสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไปจับกล้องนู่นไป ทีมงานเขาพร้อมถ่ายเทปแรกกันแล้วค่ะ!”
พริมโรสเชิดหน้าขึ้นหนี พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ของตัวเองเอาไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราดจอมปลอม เธอหมุนตัวเดินหนีไปยังจุดเซ็ตฉากที่มีไฟสตูดิโอสว่างวาบ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะผีในโกดังหรอก... แต่เป็นเพราะรอยยิ้มมุมปากของอีตาโปรดิวเซอร์ปากร้ายคนนั้นต่างหากเล่าที่ทำให้เธอเสียอาการ!
ในขณะเดียวกัน หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเธอก็สั่นครืดคราดไม่หยุดจนต้องหยิบขึ้นมาเปิดดู
*[กลุ่มแชต: "ล่าท้าผีหรือไปทัวร์นรก (5)"]*
**ตากล้องนัท:** *เฮ้ยพวกมึง... กูไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมวะ ทำไมตรงมุมมืดหลังเสาต้นที่สาม... มันมีเงาอะไรไม่รู้ยืนซ้อนอยู่หลังคุณพริมวะ*
**คนจัดไฟโบ้ท:** *เชี่ยพี่นัท! อย่าอำเล่นดิ ผมกำลังส่องไฟอยู่เนี่ย ขนลุกเกรียวไปหมดแล้วนะเว้ย*
**มือเสียงฟลุ๊ค:** *กูไม่ได้ตาฝาดเหมือนกัน... เงาตึกๆ นั้นมันก้มหน้าลงมาใกล้หูคุณพริมมากเลยนะเว้ย ธันวา มึงเห็นป่ะวะ มึงยืนอยู่ใกล้สุดนะเว้ย!*
พริมโรสอ่านข้อความในแชตกลุ่มแล้วรู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้าจนชาดิก ลมหายใจสะดุดกึก ความเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงต้นคอ ในขณะที่เธอกำลังจะหันไปโวยวายใส่ธันวาเพื่อขอความคุ้มครอง นิ้วมือเรียวยาวของโปรดิวเซอร์หนุ่มก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเธออย่างแรง แรงดึงนั้นทำให้เธอเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
“ธันวา... ปล่อยนะ ฉัน...”
“เงียบ” เสียงกระซิบของธันวาต่ำพร่าและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความกวนประสาทหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตานิ่งสนิทที่ฉายแววระแวดระวังขั้นสุด มืออีกข้างของเขาไม่ได้ถือกล้องหรือบทละคร แต่กำลังถือเครื่องวัดค่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (EMF) ที่ส่งเสียงร้องเตือน *‘ปี๊บๆๆ’* ถี่รัวจนน่ากลัว
หน้าจอโทรศัพท์ของธันวาสว่างวาบขึ้นมาพอดี เป็นข้อความจากแชตส่วนตัวที่ส่งตรงมาจากตากล้องนัท
**ตากล้องนัท:** *ธันวา... กูไม่ได้ล้อเล่น มึงดูนี่ ดิส플레이กล้องหลักของกูตอนนี้... มีผู้หญิงผมยาวแต่งชุดไทยโบราณ ยืนก้มหน้าอยู่ตรงบ่าของคุณพริมเต็มๆ ตาเลยเว้ย! และที่เหี้ยกว่านั้นคือ... เธอกำลังมองมาที่มึง!*
ธันวาเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ สายตาดุดันคมกริบมองผ่านกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของพริมโรสไปยังความมืดสนิทเบื้องหลัง มุมปากของเขาเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่พริมโรสไม่คาดคิด—ชายหนุ่มกระชับวงแขนโอบเอวบางของเธอไว้แน่น พร้อมกับดึงร่างเธอให้หลบมาอยู่ด้านหลังของเขาอย่างปกป้องทันทีที่ไฟในโกดังทุกดวงเกิดกะพริบและดับวูบลงพร้อมกัน!
*พรึบ!*
ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงลมหายใจอุ่นๆ ของธันวาที่เป่ารดอยู่เหนือศีรษะทำให้พริมโรสตัวแข็งทื่อ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทว่าในความมืดสนิทนั้นเอง... ปลายนิ้วมือเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็งคู่หนึ่ง ก็ยื่นผ่านความมืดมาแตะเข้าที่กลางหลังของเธอเบาๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าลอยติดริมหู...
*“...เอาผู้ชายคนนี้... มาเป็นเครื่องเซ่นแทนแกได้ไหมล่ะจ๊ะ... อี... หญิง... ชั่ว...”*
_____________________________________________
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาหลอนและเขินไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* — **เสียงกระซิบยามดึก**
มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 2
หลักฐานชิ้นแรกคือเศษผม
ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!