มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที•ตอนที่ 11

กฎเหล็ก 5 ข้อในการเอาตัวรอด

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
เสียงกระแทกของปากกาเคมีสีแดงบนกระดาษ A4 ดัง *ป้าด* จนธันวาต้องเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังหายใจหอบฮัก ราวกับเพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ พริมโรสในชุดนอนลายเป็ดน้อยที่ควรจะน่ารัก แต่ตอนนี้กลับดูเหมือนผู้บัญชาการทหารสูงสุดในค่ายกักกัน เธอกอดอกเชิดหน้าขึ้น เล็บเจลสีพาสเทลชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ ท่ามกลางบรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่ยังหลงเหลือกลิ่นธูปจีนจางๆ และคราบน้ำมนต์ที่ธันวาเพิ่งเช็ดถูไปเมื่อชั่วโมงก่อน "อ่านซะธันวา! นี่คือบันทึกข้อตกลงและกฎเหล็กเพื่อความอยู่รอดของเราทั้งคู่ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนเฝ้ากองถ่าย!" พริมโรสโยعกระดาษแผ่นนั้นใส่หน้าอกเขาอย่างแรง ธันวาคว้ามันไว้ด้วยมือเดียว ดวงตาคมกวาดมองตัวหนังสือหวัดๆ ที่เขียนด้วยอารมณ์ร่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มกวนประสาททันทีตามสัญชาตญาณ "กฎเหล็ก 5 ข้อ?" ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำเจือแววขบขัน "นี่คุณทำสต็อกเอกสารบริษัทอยู่หรือไง ถึงได้มีกฎระเบียบเยอะแยะยิ่งกว่ากรมอุตุฯ อีกนะเนี่ย" "ไม่ต้องมาทำเป็นเล่นเลยนะคะคุณโปรดิวเซอร์สมองกล!" พริมโรสปรี่เข้าไปกระชากกระดาษคืนมาแล้วกางตรงหน้าเขา ชี้นิ้วไปยังข้อแรกด้วยความจริงจังขั้นสุด "ข้อหนึ่ง! ห้ามท้าทายสิ่งลี้ลับเด็ดขาด! ห้ามพูดจาลบหลู่ ห้ามบอกว่าผีไม่มีจริง หรือท้าให้เขาออกมาให้เห็นจะๆ เพราะถ้าคุณทำ... ฉันจะเอาเกลือสาดใส่หน้าคุณให้สาแก่ใจ!" ธันวาเลิกคิ้ว สายตาพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความกลัวก็ไม่แน่ใจ) "อ้าว ก็มันเป็นหลักวิทยาศาสตร์—" "ห้ามเถียง!" พริมโรสตัดบทเสียงดังลั่น ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงปลายจมูกของเขา "ข้อสอง! เวลาเจอผี ห้ามวิ่งหนีเดี่ยวๆ ห้ามทิ้งฉันไว้ข้างหลัง และที่สำคัญที่สุด... ห้ามทำเท่เอาตัวเข้าแลกแบบพระเอกเอ็มวีเด็ดขาด ฉันไม่อยากเป็นม่ายขันหมากตั้งแต่อายุยังน้อย!" คำหลังหลุดออกมาด้วยความเร็วแสง จนพริมโรสเองต้องเป็นฝ่ายชะงัก เธอกะพริบตาปริบๆ ใบหน้าที่บึ้งตึงเมื่อครู่เริ่มมีริ้วสีแดงลามเลียขึ้นมาถึงใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแก้เก้อ มือเล็กๆ ยกขึ้นเสยผมทัดหูอย่างทำอะไรไม่ถูก ธันวาชะงักไปนิด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะดุดกึกไปเสี้ยววินาที ดวงตาสีเข้มมองสำรวจเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังเม้มปากแน่น ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่ซ่านลึกเข้ามาในอกอย่างประหลาด *ยัยนี่... ปากบอกกลัวผีจะตาย แต่ข้อห้ามครึ่งหนึ่งคือห้ามเขาเป็นอันตรายสินะ* "อ้อ..." ธันวากระแอมเบาๆ ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก "แล้วข้อสามถึงข้อห้าล่ะครับ... เอ๊ย... ข้อสามถึงข้อห้าล่ะแม่คุณตาทิพย์" เกือบหลุดปากพูดคำต้องห้ามไปเสียแล้ว ดีที่ยั้งปากไว้ทัน พริมโรสหันกลับมาค้อนควับให้วงใหญ่ พยายามทำเสียงดุกลบเกลื่อนความเขิน "ข้อสาม! ห้ามแอบกินขนมที่ฉันเตรียมไว้เซ่นไหว้เด็ดขาด ไม่ว่ามันจะหอมแค่ไหนก็ตาม เพราะนั่นคือส่วยบรรณาการ เข้าใจไหมคะ? ข้อสี่ ห้ามปิดมือถือตอนดึก ถ้าฉันฝันร้ายแล้วโทรหา คุณต้องรับสายภายในสามวิฯ แรก ไม่งั้นฉันจะไปเคาะประตูห้องคุณจนกว่าจะหลอนตายกันไปข้าง!" เธอนิ่งไปนิดเมื่อมาถึงข้อสุดท้าย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงมองเขาอย่างจับผิด ร่างบางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนธันวาต้องเอนตัวหนีด้วยความเกร็ง "ส่วนข้อห้ามข้อที่ห้า... สำคัญที่สุด" พริมโรสลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะเย็นเยียบลงไปถนัดตา "ห้าม... แอบมองฉันเวลาที่ฉันกลัวจนร้องไห้ แล้วก็... ห้ามทำให้ฉันรู้สึกว่า... ฉันขาดคุณไม่ได้... แบบนี้" ประโยคสุดท้ายแทบจะกลืนหายไปในลำคอ แต่ธันวากลับได้ยินมันชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาที่มักจะซ่อนความกวนประสาทเอาไว้เสมอ เปลี่ยนเป็นลึกล้ำและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน เขาจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยที่สั่นระริกราวกับลูกกวางตื่นตระหนก แต่ในขณะเดียวกันก็มีความห่วงใยฉายชัดอยู่ก้นบึ้ง ห้องนั่งเล่นตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอไปกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ธันวาขยับริมฝีปากเตรียมจะเอ่ยปากแซวแก้เขินตามสไตล์ถนัด ทว่าก่อนที่คำพูดกวนๆ จะหลุดออกจากปาก... *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก... เบาๆ สามครั้ง แต่ชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบสงัด ทั้งห้องแข็งค้างในทันที พริมโรสเบิกตากว้างจนแทบถลน มือบางคว้าหมอนอิงบนโซตากระชับแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานหันขวับไปมองบานประตูห้องพักที่ปิดสนิททันที ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ธันวาขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณนักวิทยาศาสตร์และผู้ชายอกสามศอกสั่งให้เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ในใจจะแอบนึกสาปแช่งเจ้าของเสียงเคาะที่เลือกเวลามาได้จังหวะนรกเสียเหลือเกิน "ดึกป่านนี้... ใครมาเคาะห้องวะ" ธันวาพึมพำเบาๆ ก้าวเท้าช้าๆ ไปทางประตู "อย่าไปนะธันวา!" พริมโรสพุ่งเข้ามาคว้าชายเสื้อยืดของเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นมากพอที่จะทำให้เขาเซถลาถอยหลังกลับมา "จำกฎข้อสองไม่ได้หรือไง! ห้ามเดินไปไหนคนเดียวนะ!" ธันวาก้มมองมือเล็กที่กำชายเสื้อเขาไว้สั่นๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนความกลัวรอบตัวเจือจางลงครึ่งหนึ่ง เขายกมืออีกข้างขึ้นตบหลังมือเธอเบาๆ สองที เป็นเชิงปลอบประโลม กลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอกด้วยรอยยิ้มมุมปาก "เอาน่า... อาจจะเป็นรูมเซอร์วิสมาส่งน้ำแข็งก็ได้ ใครจะไปบ้าจี้เคาะประตูตอนตีสองครึ่ง" พูดจบทันที ธันวาก็ก้าวฉับๆ ไปที่ประตูหน้าห้อง มือหนาเอื้อมไปบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกอย่างไร้ความลังเล ทว่า... หน้าห้องพักว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของรูมเซอร์วิส หรือคนส่งของ มีเพียง... *รอยเท้าเปียกชุ่มไปด้วยน้ำสีแดงฉาน* เป็นทางยาว ลากผ่านหน้าห้องของเขา และพุ่งตรงไปยัง... *ห้องพักของพริมโรส* ที่อยู่ถัดไปเพียงสามห้องเท่านั้น! และที่ทำให้ลมหายใจของธันวาแทบหยุดสะดุด... บนพื้นหน้าห้องของเขามีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังแปะอยู่ พร้อมลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยตัวอักษรโย้เย้ อ่านได้ความว่า... *“กฎข้อที่ 6... คนที่อยู่ข้างๆ คุณตอนนี้... ไม่ใช่คนเป็น”* แล้วไฟทั้งชั้นก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับกฎเหล็กสุดปั่นและความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วยหรอก ถ้าคุณไม่เลิกหลอนผมเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%