เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์•ตอนที่ 3

กลิ่นอลวนบนเวทีคัดเลือก

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"หยุด! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ว่าเธอซ่อน ‘ของ’ ไว้ที่ไหน!" เสียงหวีดร้องแหลมสูงที่เจือด้วยอาการสั่นระริกของ ‘พิม’ ดังทะลุกระจกห้องแต่งตัวบานใหญ่จนสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดินของตึกฝึกซ้อมไอดอลระดับประเทศ รณกรสะดุ้งเล็กน้อย สัญชาตญาณเด็กดีผู้มีวินัยสูงทำให้เขาผละมือจากการจัดระเบียบปกเสื้อฮู้ดสีขาวสะอาดตา แล้วหันขวับไปมองต้นเสียงทันที ภาพเบื้องหน้าคือห้องซ้อมรวมหมายเลขสี่ หญิงสาวเพื่อนร่วมรายการออดิชันกลุ่มเดียวกันกำลังยืนตัวเกร็งอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถסתออกจากเบ้า รูม่านตาหดแคบลงราวกับคนกำลังหวาดกลัวขีดสุด สองมือจิกทึ้งเส้นผมสีน้ำตาลบลอนด์ของตัวเองจนยุ่งเหยิง น้ำลายสอไหลมุมปากขณะที่ริมฝีปากสั่นระริกพึมพำคำพูดไม่เป็นภาษา "ไม่ใช่... ไม่ใช่ของฉัน เสียงนั้นมัน... มันบอกให้ฉันฉีกมันทิ้ง ฉีกมันให้หมด!" พิมกรีดร้องอีกครั้ง พร้อมกับโถมร่างเข้าใส่โต๊ะเครื่องแป้งจนข้าวของกระจัดกระจายกระจายเกลื่อนพื้น กันต์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็ว ในมุมมองของเด็กหนุ่มผู้มีเนตรพิเศษ ภายใต้แสงไฟนีออนสีขาวนวล บรรยากาศรอบตัวพิมไม่ได้ปกติสุขเหมือนคนทั่วไป อากาศรอบกายเธอกำลังบิดเบี้ยวเป็นคลื่นสีเทาหม่น ควันสีดำทึบจับตัวเป็นกลุ่มก้อนหนาแน่นบริเวณไหล่ขวา ราวกับมีเงาอัปลักษณ์บางอย่างกำลังเกาะกุมและกระซิบกระซาบคำสาปแช่งกรอกหูเธออยู่ตลอดเวลา กลิ่นอายความอิจฉาริษยาและอาถรรพ์พุ่งแตะจมูก มันคือกลิ่นอับชื้นคล้ายซากพืชเน่าเปื่อยผสมกับกลิ่นธูปเก่าๆ ที่ไม่ควรจะมาอยู่กลางตึกซ้อมไอดอลทันสมัยแห่งนี้ 'ระบบตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับต่ำ-ปานกลาง กำลังเข้าครอบงำเป้าหมาย' เสียงแจ้งเตือนใสๆ จากระบบแฟนตาซีไอดอลดังขึ้นในหัวของกันต์ แต่ในสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ เขากลับเลือกที่จะนิ่งสงบ สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ตามคำสอนของอาจารย์ศศิธรไม่มีผิดเพี้ยน—*‘ในยามที่ความมืดเข้าครอบงำคนรอบข้าง สติคืออาวุธที่คมที่สุด’* "พิม ตั้งสติก่อนครับ... เอ๊ย... ตั้งสติก่อนนะคะ!" กันต์เกือบเผลอหลุดปากคำพูดคุ้นเคย รีบเปลี่ยนสรรพนามในใจแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงคำเตือนเรื่องความเรียบร้อยของภาษา ก้าวเท้าเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างระมัดระวัง "ไม่มีใครทำอะไรเธอนะ มองหน้าฉัน หายใจเข้าลึกๆ" "แก... แกก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหม!" พิมหันขวับมามองกันต์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นัยน์ตาคู่สวยคู่นั้นบัดนี้กลายเป็นสีขุ่นมัว เส้นเลือดฝอยในตาแตกจนแดงก่ำ รอยยิ้มบิดเบี้ยวผุดขึ้นบนใบหน้าซีดเผือด "แกคิดว่าทำตัวเป็นเด็กดี ตั้งใจซ้อม แล้วจะได้เดบิวต์อย่างงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! ของพวกนั้น... มันเลือกฉันต่างหาก!" สิ้นคำพูด พิมก็พุ่งเข้าใส่กันต์ด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลเกินกว่าที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีได้ เล็บคมกริบที่ถูกตกแต่งด้วยเจลราคาแพงพุ่งตรงมาหมายจะข่วนใบหน้าของเด็กหนุ่ม ท่ามกลางเสียงกรีดร้องตกใจของเด็กฝึกคนอื่นๆ ที่เพิ่งวิ่งเข้ามามุงดูเหตุการณ์ที่หน้าประตู กันต์เบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว กลิ่นอายความอาฆาตพุ่งผ่านปลายจมูกไปเพียงนิดเดียว เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แต่ใช้มือทั้งสองข้างควաբจับข้อมือของพิมไว้มั่น แรงปะทะทำให้เขารู้สึกชาไปถึงข้อศอก พลังงานลี้ลับที่แฝงอยู่ในตัวเธอกำลังแผ่ไอเย็นเยียบเข้าสู่ผิวหนังของเขา 'คำเตือน: หากปล่อยให้พลังงานนี้กัดกินจิตใจเป้าหมายเกิน 15 นาที จิตวิญญาณของเธอจะถูกกลืนกินถาวรและกลายเป็นร่างทรงของอาถรรพ์' หน้าต่างระบบสีฟ้าใสเด้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับตัวเลขถอยหลังที่กำลังเดินหน้าอย่างไม่ปรานี กันต์กัดฟันกรอด มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดสัมผัสกับไพ่ทาโรต์สำรับพิเศษที่อาจารย์ศศิธรเมตตามอบให้พกติดตัวไว้ ไพ่สำรับนั้นอุ่นวาบขึ้นมาทันที ราวกับรับรู้ถึงสถานการณ์คับขัน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่แฝงด้วยความนุ่มนวลก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องซ้อม ฝูงชนที่ยืนออกันอยู่ต่างรีบแหวกทางให้อัตโนมัติเมื่อร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์มินิมอลก้าวเข้ามา อาจารย์ศศิธรปรากฏตัวขึ้นด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ดวงตาคมภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงแวบเดียวก็ประเมินออก เธอยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ คล้ายกำลังปัดเป่าฝุ่นละออง แต่วินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวพิมก็เกิดแรงกระเพื่อมราวกับผิวน้ำถูกหยดด้วยหิน "เด็กหนื้อ... ใจร้อนเกินไปแล้วนะคะ" น้ำเสียงนุ่มทุฟังดูมีอำนาจและน่าเกรงขามหลุดออกมาจากเรียวปากบางของอาจารย์สาว ศศิธรดีดนิ้วดังเป๊าะหนึ่งครั้ง *เพี๊ยะ!* ราวกับมีคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นฟาดเข้าที่กลุ่มควันสีดำรอบตัวพิม พิมกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะอ่อนปวกเปียกและทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของกันต์ที่รับไว้ได้ทันเวลาพอดี ลมหายใจของเธอหอบถี่ ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ กลิ่นอับชื้นสลายหายไป เหลือเพียงกลิ่นเหงื่อและกลิ่นเครื่องสำอางตามปกติ กันต์ถอนหายใจออกมา1เฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เขาก้มลงมองเพื่อนร่วมทีมที่หมดสติไปแล้ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์ของตนที่ยืนไขว่ห้างอยู่ตรงหน้า "อาจารย์ครับ... เอ๊ย... อาจารย์คะ นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมพลังงานอาถรรพ์ถึงหลุดเข้ามาในตึกออดิชันระดับประเทศได้ล่ะครับ... ค่ะ?" กันต์รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดสำนวนเดิมอีกรอบ จนศศิธรต้องหลุดยิ้มมุมปากนิดๆ "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหولاหรอกค่ะ กันต์" ศศิธรย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วเรียวแตะที่ขมับของพิมที่นอนหมดสติอยู่ เธอดึงบางสิ่งออกมาจากเส้นผมของหญิงสาว มันคือเศษกระดาษสีทองชิ้นเล็กๆ ที่มีอักขระโบราณเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน "มีคนจงใจใช้ 'พิธีกรรมสาปแช่ง' เพื่อทำลายคู่แข่งจากข้างใน... และดูเหมือนว่า ของชิ้นนี้จะถูกซ่อนไว้ในล็อกเกอร์ส่วนตัวของใครบางคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในรอบนี้" อาจารย์สาวเงยหน้าขึ้น สบตากับกันต์ด้วยแววตาที่ลึกล้ำยากจะหยั่งถึง ก่อนจะเอ่ยชื่อคนร้ายออกมาเบาๆ ในบรรยากาศที่เงียบสงบลงถนัดตา "และเจ้าของล็อกเกอร์หมายเลขศูนย์หนึ่ง... ก็คือคนที่กำลังยืนถือกล้องถ่ายทอดสดอยู่ตรงมุมห้องโน้น... ไม่ใช่หรือคะ?" กันต์สะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองตามปลายนิ้วของอาจารย์ศศิธร ทว่า สิ่งที่ปรากฏผ่านเลนส์กล้องมือถือตั้งไลฟ์สดที่ไร้คนควบคุม กลับไม่ใช่ภาพมุมห้องธรรมดา แต่เป็นรอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูของใครบางคน—รอยยิ้มที่ไม่มีอยู่จริงในโลกมนุษย์! ขวัญเนตรทายใจ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%