กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษชำระผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในความมืดมิดของห้องแต่งตัวรวมชั้นสี่ เงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพเด็กหนุ่มในชุดลำลองสบายตา กำลังยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น รณกรกวาดสายตามองความผิดปกติรอบกายด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อภูตผีปีศาจที่อาจซ่อนเร้นในมุมมืด แต่เป็นเพราะรอยยิ้มบนเรียวปากของอาจารย์สาวที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายเชิงลบ หากแต่เป็นสัญญาณเตือนว่า... *เกมกระดานนี้กำลังจะพลิกโฉมหน้า*
"คุณศศิ..." กันต์กระซิบเรียกเบาๆ เสียงของเขาแห้งผาก ทว่าไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
ร่างระหงในชุดสูทสีเข้มก้าวออกมาจากเงาเสาคอนกรีต แววตาของนักพยากรณ์สาวพราวประกายราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้เขาเอ่ยอะไรมาก
"จำคำทำนายของไพ่ *The Hanged Man* ที่เราเปิดดูก่อนหน้านี้ได้ไหมคะ กันต์" เสียงนุ่มนวลทว่าทรงอำนาจดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงัดยามเที่ยงคืน "การมองโลกจากมุมกลับ การยอมเสียสละเพื่อมองเห็นความจริงที่ถูกซ่อนเร้นใต้พรม... ถึงเวลาที่เราจะต้องพิสูจน์ทฤษฎีนั้นแล้วค่ะ"
รณกรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ระบบแฟนตาซีเด็กดีที่ติดตั้งอยู่ในจิตสำนึกส่งเสียงเตือนเบาๆ เป็นระยะเพื่อประเมินสถานการณ์ พลังงานไสยเวทสีครามเข้มเริ่มแผ่ซ่านออกจากปลายนิ้วของเขา การเป็นเด็กฝึกหัดไอดอลที่มีวินัยสูงไม่ได้สอนให้เขารู้จักแค่การเต้นหรือการร้องเพลง แต่ยังหล่อหลอมให้เขามีความนิ่งและสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดท่ามกลางสปอตไลท์ที่มืดมิด
แผนการที่วางไว้ร่วมกันเมื่อสามชั่วโมงก่อนกำลังดำเนินไปอย่างแม่นยำราวกับเฟืองนาฬิกา กันต์อาสาเป็นเหยื่อล่อ—ตัวล่อชั้นดีที่จะทำให้ผู้บงการตัวจริงที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความวิปริตในสตูดิโอแห่งนี้โผล่พ้นรูออกมา
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก เป็นจังหวะจะโคนและพยายามย่างก้าวอย่างเงียบเชียบที่สุด ทว่าประสาทสัมผัสที่ถูกปลุกเร้าด้วยไพ่ญาณทิพย์ของกันต์กลับจับแรงสั่นสะเทือนนั้นได้อย่างชัดเจน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง
รณกรหันไปสบตากับอาจารย์ศศิธรชั่วพริบตาเดียว ก่อนที่ร่างบางของนักพยากรณ์จะเลือนหายไปในเงาดำสนิทหลังฉากกั้นอย่างแนบเนียน เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่กลางห้องใต้แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบวิบวับ คล้ายฉากในภาพยนตร์สยองขวัญเกรดบีที่จงใจจัดฉากขึ้นเพื่อต้อนรับแขกไม่
มือเรียวยื่นไปหมุนลูกบิดประตูช้าๆ แรงผลักดันจากภายนอกทำให้บานประตูไม้เนื้อแข็งเปิดอ้าออก เผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มกว้างจนน่ากลัว ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้บางอย่างที่บิดเบี้ยว
"อ้าว... น้องกันต์ ทำไมยังไม่กลับบ้านล่ะครับ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทาย แต่น้ำเสียงกลับราบเรียบไร้ซึ่งความอบอุ่น
รณกรแสร้งทำเป็นสะดุ้งตกใจ ถอยหลังกรูดไปสองก้าวด้วยท่าทีเก้ๆ กะๆ สมบทบาทเด็กหนุ่มผู้หวาดกลัว "พี่... พี่ธน ภ... ผมแค่ลืมของไว้ในห้องซ้อมครับ กำลังจะกลับแล้ว... ทำไมพี่ถึง..."
ธนกร—โปรดิวเซอร์มือทองผู้ทรงอิทธิพลแห่งรายการไอดอลชื่อดัง—หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยความเร็วที่ผิดวิสัยคนทั่วไป บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนอุณหภูมิติดลบ ไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต
"ลืมของอย่างนั้นเหรอ..." ธนกรเอียงคอมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ราวกับกำลังมองชิ้นส่วนของสะสมราคาแพง "เด็กดีอย่างเธอเนี่ยนะจะสะเพร่า... ไม่หรอก กันต์ เธอไม่ได้ลืมของ... แต่เธอกำลัง *'ตามหาความจริง'* ต่างหากล่ะ"
บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดขึ้นในเสี้ยววินาที รณกรไม่ถอยหลังอีกต่อไป เขายืนหยัดอย่างมั่นคง ดวงตาสดใสไร้เดียงสาในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคม ไพ่ทาโรต์สำรับพิเศษในกระเป๋าเสื้อฮู้ดสั่นระริกราวกับมีชีวิต
"รู้ไหมครับว่าการดึงวิญญาณเด็กฝึกหัดคนอื่นๆ มาเป็นเครื่องเซ่นไหว้เพื่อต่อชะตาความดังของรายการ มันผิดทั้งกฎหมายและกฎแห่งกรรม" กันต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความหวาดกลัว เจือไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อยที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของโปรดิวเซอร์หนุ่มแข็งค้างไปทันที
ธนกรหรี่ตาลง รังสีอำมหิตสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักออกจากร่างของเขา กลิ่นอายของมนต์ดำสายต่ำคละคลุ้งไปทั่วห้อง "แก... รู้ได้ยังไง..."
"เพราะไพ่บอกผมยังไงล่ะคะ"
น้ำเสียงนุ่มนวลอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นกลางความมืด อาจารย์ศศิธรปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังธนกรอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี ในมือเรียวของเธอถือไพ่ใบใหญ่ที่เปล่งแสงสีทองเรืองรอง—*The Tower* ไพ่แห่งการพังทลายของสิ่งปลอมเปลือกและอำนาจมืด
ธนกรสะดุ้งสุดตัว เขากลับหลังหันด้วยความตกใจและพยายามจะคว้าบางอย่างในกระเป๋าเสื้อ ทว่าความเร็วของเขายังช้ากว่าวิถีแห่งไสยเวท อาจารย์ศศิธรสะบัดข้อมือเบาๆ ไพ่ในมือพุ่งแหวกอากาศออกไปปักลงที่พื้นเบื้องหน้าโปรดิวเซอร์หนุ่ม เกิดเป็นเขตอาคมวงกลมสีทองล้อมรอบตัวเขาไว้ในพริบตา
"คิดจะหนีหรือคะ? เกมนี้ยังไม่จบแค่นี้หรอกค่ะ" ศศิธรแย้มยิ้มบางๆ ทว่าแววตากลับเยียบเย็น
รณกรก้าวเข้าไปใกล้เขตอาคม เขายกมือขึ้นระดับอก พลังงานไสยเวทสีครามผสานกับระบบแฟนตาซีเด็กดีส่องสว่างวาบในความมืด หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าลอยเด่นขึ้นตรงหน้าของเขาพร้อมเสียงแจ้งเตือนที่ดังชัดเจนในโสตประสาท
[ ติ๊ง! ตรวจพบผู้บงการระดับสูง: ธนกร ]
[ เงื่อนไขภารกิจลับ: "เปิดโปงความจริงในสตูดิโอเที่ยงคืน" สำเร็จ 90% ]
[ กำลังปลดล็อกข้อมูลลับขั้นสุดท้าย... คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาภาระผูกพันจากบุคคลที่สามกำลังพุ่งตรงมายังห้องนี้! ]
รณกรขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่ออ่านข้อความบรรทัดสุดท้าย เขาสบตากับอาจารย์ศศิธรที่หันมามองเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกัน
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นจากประตูดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลซัดเอาบานประตูไม้พังกระเด็นเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวทะลุกลุ่มควันเข้ามาด้วยฝ่าเท้าอันหนักหน่วง
ภายใต้แสงไฟกะพริบ ร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทเปิดฮู้ดเผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้รณกรและศศิธรต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด—*ไม่ใช่เพราะความน่ากลัว แต่เป็นเพราะใบหน้านั้น... คือคนสนิทที่พวกเขาไว้ใจที่สุดในสถานีโทรทัศน์แห่งนี้!*
--------------------------------------------------
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขปริศนารabซ่อนเงื่อนไปกับกันต์และอาจารย์ศศิธรนะคะ!
เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์•ตอนที่ 11
แผนซ้อนแผนของเด็กดี
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!