"เสียงนั่นไม่ได้มาจากลำโพงมอนิเตอร์ค่ะ... กันต์สัมผัสได้ว่ามันสั่นสะเทือนมาจากคลื่นความถี่ต่ำกว่ายี่สิบเฮิรตซ์ ซึ่งมนุษย์ทั่วไปไม่ได้ยินด้วยหู แต่รับรู้ได้ด้วยความหวาดกลัวที่สั่นสะท้อนอยู่ในกระดูก"
รณกร หรือ 'กันต์' เด็กหนุ่มผู้เข้าแข่งขันไอดอลโปรเจกต์ดาวรุ่งพุ่งแรง กำลังใช้ปลายนิ้วมือขวากดลงบนขอบโต๊ะควบคุมเสียงในสตูดิโอบันทึกเสียงชื่อดังระดับประเทศอย่างเคร่งเครียด ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กราฟฟิกคลื่นเสียงกำลังบิดเบี้ยวผิดรูป ราวกับมีบางสิ่งที่มีชีวิตกำลังพยายามฉีกกระชากไฟล์ออดิโอเพลงไตเติลอัลบั้มเดบิวต์ของเขาให้ขาดออกจากกัน
บรรยากาศภายในห้องควบคุมมืดสลัว มีเพียงแสงไฟสีฟ้าครามจากหน้าจอและไฟนีออนสลัวๆ จากหลอดไฟทรงกลมบนเพดาน ด้านหลังกระจกกันเสียงบานหนาคือห้องบันทึกเสียงขนาดใหญ่ ที่ซึ่ง 'กิตติ' โปรดิวเซอร์มือทองผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการเพลง T-Pop นอนฟุบแน่นิ่งอยู่หน้าไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ราคาแพง ร่างนั้นไร้ลมหายใจมานานกว่าสามชั่วโมงแล้ว โดยที่คราบเลือดสีคล้ำยังคงไหลซึมออกจากรูหูทั้งสองข้างเป็นทางยาว
นี่คือ "คดีที่สอง: เสียงเพลงมรณะ" ที่พัดพาความหนาวเหน็บมาสู่สัปดาห์เก็บตัวของเหล่าเด็กฝึก...
"ตั้งสติก่อนค่ะกันต์ อย่าเพิ่งปล่อยให้พลังงานลบในห้องนี้ครอบงำจิตใจเรา"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างโปร่งระหงในชุดสูทลำลองสีชาของ 'อาจารย์ศศิธร' ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมโบราณและใบชาอูหลงที่อาจารย์พกติดตัวเสมอ ซึ่งช่วยชำระล้างความอึดอัดในอากาศให้เจือจางลงไปได้บ้าง อาจารย์ศศิธรไม่ได้มองศพในห้องกระจกทันที ทว่าดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นตาทรงหยดน้ำกลับจ้องมองไปยังสำรับไพ่ทาโรต์เนื้อด้านที่กำลังส่งแสงเรืองรองสีครามจางๆ อยู่ในมือเรียวบางของเธอ
"อาจารย์คะ หนู... หมายถึงผม ตรวจสอบไฟล์โปรเจกต์นี้ร่วมกับคุณกิตติเป็นคนสุดท้ายเมื่อคืนก่อนกลับหอพักค่ะ ตอนนั้นทุกอย่างยังปกติ เสียงร้องนำของผมถูกมิกซ์เข้ากับบีทฮิปฮอปผสมเครื่องสายไทยได้อย่างลงตัว แต่พอรุ่งเช้า... ทำไมไฟล์นี้ถึงกลายเป็นไฟล์คำสาปไปได้ล่ะครับ" กันต์หันมาสบตาอาจารย์สาว น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเจือแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด แม้เขาจะมีวินัยเหล็กกล้าในการฝึกซ้อมร้องเต้นทุกวัน แต่เรื่องลี้ลับระดับฆาตกรรมด้วยไสยเวทเช่นนี้ เกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีจะรับมือไหว
"เพราะเพลงนี้ไม่ใช่แค่บทเพลงธรรมดาค่ะกันต์" อาจารย์ศศิธรวางสำลงไพ่ลงบนโต๊ะมิกเซอร์อย่างแผ่วเบา นิ้วเรียวกรีดเปิดไพ่ใบแรกขึ้นมา—*The Devil* ไพ่ปีศาจที่กลับหัว เผยให้เห็นภาพเงาร่างอันบิดเบี้ยวของมนุษย์ที่ถูกพัน SOTU ด้วยโซ่ตรวนแห่งความโลภและเสียงดนตรี
"คุณกิตติไม่ได้ตายเพราะหัวใจวายเฉียบพลันอย่างที่ตำรวจสรุปในเบื้องต้นหรอกค่ะ แต่แกใช้ 'วิญญาณ' ของตัวเองเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เพื่อแลกกับการบีบอัดความเฮี้ยนของภูตพรายอาฆาตลงไปในท่อนฮุกของเพลงนี้... เพื่อให้เพลงของเธอ 'ดังเปรี้ยงปร้าง' ชนิดที่ใครได้ฟังก็ต้องยอมสยบ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม"
คำพูดของอาจารย์สาวทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง กันต์หวนนึกถึงรอยยิ้มกระหายความสำเร็จของผู้ตายเมื่อวานนี้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความกดดันจากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ต้องการเพลงฮิตถล่มทลายเพื่อกอบกู้สถานการณ์ทางการเงิน ใครจะคาดคิดว่าเบื้องหลังความสดใสของวงการไอดอล จะมีเรื่องราวความมืดดำและไสยศาสตร์มนต์ดำเข้ามาเกี่ยวข้องลึกถึงเพียงนี้
"แล้วเราต้องทำอย่างไรต่อครับอาจารย์? ระบบแจ้งเตือนภารกิจของผมเริ่มสั่นเตือนตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในตึกนี้แล้ว" กันต์เอ่ยถาม พร้อมกับก้มมองข้อมือซ้ายที่ปรากฏหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองเรืองรอง—ระบบสนับสนุนไอดอลผู้ฝึกตน ซึ่งเวลานี้ตัวอักษรสีแดงฉานกำลังกระพริบถี่รัว
[ระบบตรวจพบพลังงานวิญญาณระดับอาฆาต: คลื่นเสียงมรณะ (Siren's Curse)]
[เงื่อนไขภารกิจ: คลี่คลายปมการเสียชีวิตของโปรดิวเซอร์ และชำระล้างคำสาปในไฟล์เสียงก่อนเที่ยงคืนนี้]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียความสามารถในการได้ยินถาวร และสูญเสียสิทธิ์ในการเดบิวต์]
ดวงตากลมโตของกันต์ไหวระริก เดิมทีการได้เป็นไอดอลคือความฝันเดียวที่จะช่วยปลดหนี้สินครอบครัวและทำให้แม่ยิ้มได้ แต่ถ้าหากเขาต้องแลกมันด้วยการสูญเสียประสาทสัมผัสทางดนตรี มันก็เท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขาเด็กหนุ่มผู้มีเสียงร้องเป็นอาวุธ
"ไม่ต้องกังวลไปค่ะกันต์ คนเราจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะเรายืนหยัดอยู่บนความถูกต้องต่างหาก" อาจารย์ศศิธรยื่นมือมาแตะไหล่บางของเด็กหนุ่มเบาๆ ความอบอุ่นแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า ช่วยดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่เข้าทาง
"อาจารย์จะเปิดไพ่เปิดทางให้คุณเดินเข้าไปในห้องนั้น เพื่อเก็บบันทึกความทรงจำสุดท้ายของผู้ตาย ส่วนหน้าที่ชำระล้างพลังงานลบด้วยเสียงร้องและพลังปราณบริสุทธิ์... เป็นของเธอค่ะ กันต์"
อาจารย์สาวสะบัดข้อมือเบาๆ ไพ่ทาโรต์สามใบสุดท้ายถูกพลิกคว่ำลงบนโต๊ะ เสียงดนตรีบรรเลงจากห้องกระจกพลดังแว่วขึ้นมาอีกครั้ง—คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเพลงสากลร่วมสมัย แต่เป็นเสียงซอด้วงโหยหวนเคล้าเสียงกระดิ่งทองเหลืองโบราณที่ดังบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
กันต์สูดหายใจเข้าลึก SOTU รวบรวมพลังปราณสายอุ่นที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเคร่งครัดตามวิถีไอดอลสายมู มือขวาเอื้อมไปผลักประตูห้องบันทึกเสียงที่ล็อคสนิทให้เปิดออกด้วยแรงดันเบาๆ กลิ่นอายความตายผสมกลิ่นสาปสรางพัดปะทะเข้าเต็มใบหน้า ทว่าในวินาทีที่เขาก้าวเท้าข้ามธรณีประตูนั้นเอง...
หน้าต่างระบบไอดอลที่เคยเป็นสีทอง กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนกอย่างกะทันหัน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศด้วยตัวอักษรที่สั่นระริก
[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนที่สามซ่อนอยู่ในห้องบันทึกเสียง]
[เป้าหมาย: ศพของกิตติกำลังลุกขึ้นยืน... และมันกำลังมองมาที่คุณด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างถึงใบหู]
—ขวัญเนตรทายใจ
เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์•ตอนที่ 9
คดีที่สอง: เสียงเพลงมรณะ
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เด็กดีขยันมู กับ กูรูไพ่ญาณทิพย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!